"ธานินทร์"ตำนานเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย
หากย้อนกลับไปในอดีต ภาพจำของวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็กที่ชาวไร่ชาวนาพกติดตัวไปเปิดฟังขณะทำงาน คือเครื่องยืนยันความยิ่งใหญ่ของ "ธานินทร์" แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยแท้ที่เคยผงาดขึ้นมาต่อสู้กับยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นได้อย่างสมศักดิ์ศรี ภายใต้คุณภาพระดับ Made in Thailand ที่คนไทยภาคภูมิใจ แต่ทำไมอาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองถึงเพียงนี้กลับต้องปิดฉากลง?
จากครูสอนพิมพ์ดีดสู่ผู้สร้างแบรนด์ "ธานินทร์" เรื่องราวเริ่มต้นจาก คุณอุดม วิทยศิริ ครูสอนพิมพ์ดีดที่มีสายตาเฉียบคม เขามองเห็นโอกาสในตลาดวิทยุที่สมัยนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว จึงริเริ่มศึกษาและลองผิดลองถูกประกอบวิทยุเองจนสำเร็จ โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า "ธานินทร์" ซึ่งแปลว่า "ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน" และใช้สโลแกนสุดอมตะที่ติดหูคนทั้งประเทศว่า "ทุกบาทคุ้มค่าด้วยธานินทร์"
กลยุทธ์เข้าถึงใจคนไทยและยุคทอง ธานินทร์ไม่ได้โฟกัสแค่ในเมือง แต่เล็งเห็นโอกาสในตลาดต่างจังหวัดผ่านการจัดบูธตามงานวัดและงานกาชาด อีกทั้งยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำระบบ "เงินผ่อน" มาใช้ ทำให้คนทุกชนชั้นเข้าถึงสินค้าได้ง่าย จนก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 3 ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย เป็นรองเพียง Sony และ National (Panasonic) เท่านั้น โดยในปี 2526 ธานินทร์มีรายได้สูงถึง 800 ล้านบาท
จุดพีกสู่จุดจบ: เมื่อเทคโนโลยีและนโยบายรัฐไม่เอื้ออำนวย ความล้มเหลวของธานินทร์เกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก:
-
ต้นทุนและเทคโนโลยี: คู่แข่งจากญี่ปุ่นมีความได้เปรียบเรื่องบริษัทแม่ที่สนับสนุนเทคโนโลยีและชิ้นส่วนราคาถูก ในขณะที่ธานินทร์ต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากหลายเจ้า ทำให้มีต้นทุนสูงกว่ามาก
-
การแข่งขันระดับโลก: เกาหลีใต้และไต้หวันเริ่มใช้เครื่องจักรผลิตระดับแสนเครื่องต่อวัน ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกลงมหาศาล ขณะที่ธานินทร์ยังผลิตได้เพียงหลักพันเครื่อง
-
ขาดการสนับสนุนจากรัฐ: เมื่อประสบปัญหาทางการเงินและกลายเป็นหนี้กว่า 630 ล้านบาท ธานินทร์พยายามขอ Soft Loan (เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ) จากแบงก์ชาติเพื่อพยุงกิจการ แต่ได้รับคำตอบว่า "ไม่มีระเบียบให้ทำได้" ซึ่งต่างจากรัฐบาลญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่พร้อมสนับสนุนแบรนด์ในประเทศอย่างเต็มที่จนเติบโตระดับโลก
มรดกที่ยังหลงเหลือ อาณาจักรธานินทร์ล่มสลายและถูกซื้อกิจการไปโดยสหยูเนียนในปี 2532 แต่ดีเอ็นเอของธานินทร์ไม่ได้หายไปเสียทีเดียว วิทยุธานินทร์ยังคงมีวางขายอยู่จนถึงปัจจุบันในนามบริษัทเดิมของตระกูล และโรงงานที่เคยรับจ้างผลิตให้ธานินทร์ก็ได้พัฒนามาสร้างแบรนด์ของตนเองในชื่อ "Aconatic" ที่เราเห็นในห้างสรรพสินค้าทุกวันนี้
บทสรุป: เรื่องราวของธานินทร์คือบทเรียนราคาแพงที่แสดงให้เห็นว่า การจะสร้างแบรนด์เทคโนโลยีให้ยิ่งใหญ่ในระดับสากล วิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐด้วย หากธานินทร์ได้รับการโอบอุ้มเหมือนแบรนด์ในเกาหลี วันนี้เราอาจเห็นแบรนด์ไทยก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของ Samsung หรือ LG ไปแล้ว
#ธานินทร์ #Thanin #เครื่องใช้ไฟฟ้าไทย #MadeInThailand #ประวัติศาสตร์ธุรกิจ #วิทยุทรานซิสเตอร์ #เศรษฐกิจไทย #แบรนด์คนไทย #ทุกบาทคุ้มค่าด้วยธานินทร์
เขียนโดย davin
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
2 สำนักดัง เทใจให้เลขเดียวกัน “ทิดจันทร์” ชน “ประกันวิ่งบน” งวด 16 ต.ค. 69
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
ถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ดราม่าเที่ยวบินจีน ลูกเรือเข็นรถเข็นชนศอก คุกเข่าขอโทษแต่เรื่องก็ไม่จบ
ย้อนสถิติ 2 งวด! “สูตรรวมมหาเฮง นำโชค” เปิดแนวทางใหม่ งวด 16 ต.ค. 69
ร้านอาหารไทยในตำนาน ที่เคยเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เห็นแล้วใจหาย! บุกบ้านพักคนชรา พบกรงเหล็กยึดติดเตียง สภาพไม่ต่างจากคุก
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ประวัติศาสตร์ "ผ้ากำมะหยี่" จากกฎหมายควบคุมชนชั้นสู่มรดกความหรูหราแห่งยุคเรเนซองส์
เที่ยวบินพาณิชย์ที่สั้นที่สุดในโลก: การเดินทางเพียง 90 วินาทีที่เชื่อมโยงผู้คนบนหมู่เกาะสก็อตแลนด์
กำเนิดสีกากี: บทเรียนเลือดที่เปลี่ยนเครื่องแบบทหารทั่วโลก
ทำไมครั้งหนึ่งในยุโรป "ผ้าลูกไม้" ถึงมีมูลค่าสูงกว่าทองคำ?


