หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ซาสี่": จากยาวิเศษรักษาโรคซิฟิลิส สู่ตำนานน้ำอัดลมรสยาหม่อง

เนื้อหาโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา

 

เครื่องดื่มสีดำฟองนุ่มที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง "ซาสี่" หรือที่หลายคนขนานนามว่า "น้ำยาหม่อง" แท้จริงแล้วไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นน้ำหวานดับกระหาย แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเข้มข้นที่เกี่ยวพันกับวงการแพทย์โลก อุตสาหกรรมเคมี และวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันของแต่ละทวีปอย่างน่าทึ่ง

 

จุดกำเนิดจากป่าดงดิบสู่ตำรา "ยาวิเศษ" ชื่อของ ซาสี่ มีที่มาจากรากศัพท์ของต้น ซาซาพาริลล่า (Sarsaparilla) ซึ่งเป็นชื่อของเถาไม้เลื้อยมีหนามในป่าดิบชื้นแถบอเมริกาเขตร้อน ในช่วงศตวรรษที่ 16 รากของพืชชนิดนี้ถูกนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรตัวสำคัญในการต่อสู้กับโรคร้ายที่น่ารังเกียจที่สุดในยุคนั้นอย่าง "โรคซิฟิลิส" โดยเชื่อกันว่ามันมีสรรพคุณในการชำระล้างเลือดและขับพิษออกจากร่างกาย จนกลายเป็นวัตถุดิบราคาแพงที่ถูกส่งขายไปทั่วโลกในฐานะยาฟอกเลือด

ความสับสนทางพฤกษศาสตร์และสารต้องห้าม รสชาติที่คุ้นเคยในปัจจุบันจริงๆ แล้วเกิดจากการผสมผสานระหว่างรากซาซาพาริลล่าและเปลือกรากของต้น แซสซาแฟรัส (Sassafras) ซึ่งให้กลิ่นหอมและรสสัมผัสที่นุ่มนวล ทว่าในปี 1960 องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้สั่งแบนการใช้สารสกัดจากแซสซาแฟรัสธรรมชาติ เนื่องจากพบสาร "แซฟโร" (Safrole) ที่มีฤทธิ์ก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง ทำให้ผู้ผลิตต้องหันมาใช้กลิ่นสังเคราะห์ทดแทน และนั่นคือที่มาของสาร เมทิลซาลิไซเลต (Methyl Salicylate) หรือน้ำมันระกำ ซึ่งเป็นส่วนประกอบเดียวกับในยาหม่องและน้ำมันมวย ทำให้คนไทยที่คุ้นเคยกับกลิ่นยามาตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มีรสชาติเหมือนยามากกว่าน้ำหวาน

ตำนานในเอเชียและการหวนคืนของรสชาติที่คิดถึง ซาสี่ กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการทำตลาดของบริษัท F&N โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ที่นิยมดื่มคู่กับหมูหัน และในไต้หวันที่มีภูมิปัญญาการใส่เกลือลงในซาสี่เพื่อแก้ร้อนใน สำหรับในไทย หลายคนอาจจำแบรนด์ "ไฮมาร์ค" (Hi-Mark) ที่เคยรุ่งเรืองในยุครถเข็นน้ำจรวดหน้าโรงเรียน ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซาสี่ก็ได้กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งเพื่อเจาะกลุ่มคนที่โหยหารสชาติในอดีต (Nostalgia) และต้องการสัมผัสความซ่าที่เป็นเอกลักษณ์นี้อีกครั้ง

บทสรุป: ซาสี่ คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต มันเดินทางผ่านกาลเวลากว่า 500 ปี จากการเป็นยารักษาโรคกามโรค สู่เครื่องดื่มที่ต้องปรับตัวหนีสารก่อมะเร็ง และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำวัยเยาว์ การดื่มซาสี่ในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การดับกระหาย แต่คือการลิ้มรสประวัติศาสตร์แห่งความทรหดที่ยังคงซ่าและสดชื่นอยู่ภายใต้ฟองสีดำนั้นเอง

#ซาสี่ #Sarsaparilla #น้ำยาหม่อง #ประวัติศาสตร์อาหาร #รูทเบียร์ #ยาวิเศษ #ไฮมาร์ค #สมุนไพร #ความลับแบรนด์

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: Freya Rune, goldfish13, famai, kyogisa, projor007, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทยนักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกางานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสนหนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ"เชียงใหม่" ติดอันดับโลก! คว้าอันดับ 2 เมืองยอดนิยม"Digital Nomads"กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิตเลขเด็ด "ปฏิทินรวย รวย" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย รวยก่อนใคร!!มีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คนจากรถบรรทุกจิ๋วสู่สัญลักษณ์ระดับโลก: ถอดรหัสตำนาน "ตุ๊กตุ๊ก" ไทยที่ฆ่าไม่ตาย7 เรื่องลับฉบับเข้มข้นเกี่ยวกับ "รูทเบียร์": จากรากไม้ยาขม สู่เครื่องดื่มฟองนุ่มระดับตำนาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดจากรถบรรทุกจิ๋วสู่สัญลักษณ์ระดับโลก: ถอดรหัสตำนาน "ตุ๊กตุ๊ก" ไทยที่ฆ่าไม่ตาย
ซาสี่ vs รูทเบียร์: คู่แฝดสีดำที่ต่างกันด้วย "จิตวิญญาณ" และ "กลิ่นอาย"วีรสตรีผู้ถอดรหัสลับแห่งเบลตช์ลีย์พาร์ก และความลับที่ต้องปกปิดนาน 29 ปีปาฏิหาริย์กลางสมุทร: บันทึกการรอดชีวิตของ เทอร์รี โจ ดูเพอร์โรต์18 มกราคม "วันกองทัพไทย" สดุดีชัยชนะยุทธหัตถีแห่งประวัติศาสตร์
ตั้งกระทู้ใหม่