สรุปให้! คนเราโกหกบ่อยแค่ไหน? เผยผลวิจัยที่คุณต้องอึ้ง
คุณคิดว่าวันนี้คุณโกหกไปกี่ครั้งแล้ว?
เชื่อไหมว่า... เพียงแค่คุณอ่านประโยคข้างบนจบ คุณอาจจะเผลอโกหกตัวเองไปแล้วหนึ่งครั้งว่า 'ฉันเป็นคนซื่อสัตย์นะ ฉันแทบไม่เคยโกหกเลย!' แต่ในความเป็นจริงของโลกจิตวิทยาและผลการวิจัยระดับโลกกลับบอกเรื่องที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
การโกหกเปรียบเสมือน 'น้ำมันหล่อลื่น' ในสังคมที่เราใช้กันจนเป็นความเคยชิน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกข้อมูลจากงานวิจัยที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอึ้งว่า ในหนึ่งวันหรือแม้แต่ในบทสนทนาสั้นๆ เรา 'พ่น' คำโกหกออกมามากขนาดไหน
งานวิจัยช็อกโลก: 10 นาที โกหกไปแล้ว 3 เรื่อง!
หากพูดถึงเรื่องการโกหก งานวิจัยที่ถูกหยิบยกมาอ้างอิงบ่อยที่สุดชิ้นหนึ่งคือการศึกษาของ Robert Feldman นักจิตวิทยาจาก University of Massachusetts ที่ตีพิมพ์ในปี 2002 เขาได้ทำการทดลองที่น่าสนใจมาก โดยให้คนแปลกหน้ามานั่งคุยกันเป็นเวลา 10 นาที โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกบันทึกวิดีโอเพื่อวิเคราะห์เรื่องการโกหก
ผลลัพธ์ที่ได้คือ:
- กว่า 60% ของกลุ่มตัวอย่างมีการโกหกอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 10 นาที
- โดยเฉลี่ยแล้ว ในบทสนทนา 10 นาทีนั้น คนเราจะพูดคำโกหกออกมาประมาณ 2-3 เรื่อง
- ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อผู้เข้าร่วมการทดลองกลับมาดูวิดีโอของตัวเอง พวกเขาหลายคนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโกหก จนกระทั่งได้เห็นหลักฐานคาตา!
นี่คือเครื่องยืนยันว่า การโกหกได้กลายเป็น 'กลไกอัตโนมัติ' ของสมุษย์เราไปเสียแล้ว
ทำไมเราถึงโกหก? (ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี)
การโกหกไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนเลวเสมอไป Robert Feldman อธิบายว่าการโกหกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ 'การรักษาหน้า' (Self-esteem) และการสร้างความประทับใจ เราโกหกเพื่อให้คนอื่นมองเราในแง่ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หรือเพื่อให้บทสนทนาลื่นไหล
ประเภทของการโกหกที่เราใช้บ่อยที่สุด
- White Lies (โกหกสีขาว): เป็นคำโกหกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อถนอมน้ำใจ เช่น "กับข้าวอร่อยมากเลยครับ" (ทั้งที่เค็มปี๋) หรือ "ชุดนี้ใส่แล้วดูผอมนะ" (ทั้งที่ดูแน่นมาก)
- Exaggeration (การพูดเกินจริง): มักพบในที่ทำงานหรือการเดท เช่น "ผมเคยคุมโปรเจกต์ระดับร้อยล้าน" (จริงๆ เป็นแค่ผู้ช่วย) เพื่อให้ตัวเองดูเก่งและน่าสนใจ
- Defensive Lies (โกหกเพื่อป้องกันตัว): เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหรือบทลงโทษ เช่น "รถติดมากเลยครับเลยมาสาย" (จริงๆ เพิ่งตื่น)
ผู้ชาย vs ผู้หญิง ใครโกหกเก่งกว่ากัน?
จากงานวิจัยของ Feldman พบสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพศสภาพด้วย แม้ว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะโกหกในปริมาณที่ 'พอๆ กัน' แต่ 'เป้าหมาย' ของการโกหกนั้นต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
- ผู้ชาย: มักจะโกหกเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น (Self-enhancement) เช่น โกหกเรื่องรายได้ หน้าที่การงาน หรือความสำเร็จ
- ผู้หญิง: มักจะโกหกเพื่อให้คู่สนทนารู้สึกดีขึ้น (Other-oriented lies) เช่น การชมเชยเกินจริงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึก หรือเพื่อสร้างความสามัคคีในกลุ่ม
ผลกระทบต่อสมอง: ยิ่งโกหก สมองยิ่งล้า?
การโกหกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับสมอง เพราะมันต้องใช้กระบวนการทางปัญญา (Cognitive Load) ที่สูงมาก เมื่อคุณโกหก สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ต้องทำงานหนักเพื่อ:
- ยับยั้งความจริงไม่ให้หลุดปากออกมา
- สร้างเรื่องโกหกที่สมเหตุสมผลขึ้นมาใหม่
- คอยตรวจสอบว่าเรื่องที่แต่งขึ้นนั้นขัดแย้งกับสิ่งที่พูดไปก่อนหน้าหรือไม่
ดังนั้น คนที่โกหกบ่อยๆ หรือโกหกเรื่องใหญ่ๆ มักจะมีอาการเครียดและเหนื่อยล้าทางสมองมากกว่าคนที่พูดความจริงเสมอ
เราจะจับโกหกได้อย่างไร?
แม้ไม่มีใครจับโกหกได้ 100% (นอกจากเครื่องจับเท็จและผู้เชี่ยวชาญ) แต่พฤติกรรมบางอย่างอาจเป็นสัญญาณเตือน (Red Flags):
- การตอบสนองที่ช้าลง: สมองกำลังใช้เวลา 'ปั้นเรื่อง'
- การหลบสายตาหรือจ้องตาเขม็งผิดปกติ: เป็นการพยายามควบคุมพฤติกรรมตัวเองเกินธรรมชาติ
- รายละเอียดที่เยอะเกินไป: คนโกหกมักจะให้ข้อมูลยุบยิบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนบางครั้งดูไม่สมเหตุสมผล
- น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป: ความตื่นเต้นหรือความกังวลอาจทำให้น้ำเสียงสูงขึ้นหรือสั่น
บทสรุป: ความจริงคือสิ่งไม่ตาย แต่การโกหกคือเรื่องปกติ
สุดท้ายแล้ว งานวิจัยของ Robert Feldman ไม่ได้ต้องการจะบอกว่ามนุษย์เราเป็นพวกขี้หกหลอกลวง แต่ต้องการให้เราเข้าใจ 'ธรรมชาติทางสังคม' ของมนุษย์ การโกหกเล็กๆ น้อยๆ หรือ White Lies อาจช่วยรักษาความสัมพันธ์ในบางสถานการณ์ได้ แต่การโกหกจนเป็นนิสัยอาจทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทุกความสัมพันธ์
ลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่า ใน 10 นาทีข้างหน้า คุณจะเผลอโกหกใครไปกี่เรื่อง? บางทีคำตอบอาจจะทำให้คุณต้องประหลาดใจเหมือนผู้เข้าร่วมการทดลองของ Feldman ก็ได้!
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก: Robert Feldman, University of Massachusetts (2002 Study on Deception)
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
3 สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลก
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
เซียนหวยแห่จับตามอง AI วิเคราะห์หวยน่าจะออกรางวัลงวด 17 มกราคม 2569
มาทำความรู้จัก "ลุงสุ่น เพลงสั้น" ราชาเพลงแปลงยุค 5.0 ...ตำนานความฮาล้านวิว
กระทรวงการต่างประเทศเขมร ยื่นประท้วงอย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการชายแดน ของกองทัพไทย
กรมการค้าฯ ชี้แจงแก้กม.สต๊อกข้าว หลังการ ดีเบตของ 2 พรรคใหญ่
คุณยายวัย 81 ปี กำลังดังในโลกออนไลน์ในฐานะสตรีมเมอร์เกมบน YouTube
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
เพจท่านเปาแชร์ประสบการณ์เที่ยวปีใหม่ที่น่ากลัว มีปัญหาไกด์ไม่บิน ตั๋วทิพย์ โรงแรมไม่จ่ายเงิน และลูกทัวร์ตกเครื่องต้องแจ้งความ.
เครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีหน้าตาเหมือนปลาวาฬ
หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์ยืนให้พร โยมควรยืน หรือนั่งรับพร ?
กรมการค้าฯ ชี้แจงแก้กม.สต๊อกข้าว หลังการ ดีเบตของ 2 พรรคใหญ่
กัมพูชาถึงจุดแตกหัก! น้ำมันลิตรละ 250 บาท พลังงานอัมพาต ประชาชนหนีตายฝ่าดงระเบิดเข้าไทย
"ข่าวดี"คนเล่นfacebook อย่าพลาดโอกาส




