#นินทาหรือเปล่า
เลือกพูดอย่างมีสติ ก่อนที่คำพูดจะเลือกทำร้ายเรา
นินทา : เสียงกระซิบของมนุษย์ ระหว่างการเชื่อมโยงและการบั่นทอน
“นินทา” เป็นคำที่เมื่อได้ยิน หลายคนมักส่ายหน้าโดยอัตโนมัติ ภาพจำคือการพูดลับหลัง การกล่าวร้าย การขยายเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และการสร้างบาดแผลทางใจให้ผู้อื่น แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากมองอย่างเป็นธรรม นินทาไม่ใช่เรื่องเลวร้ายทั้งหมด เพราะแท้จริงแล้วมันคือพฤติกรรมการสื่อสารอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งมีทั้งพลังสร้างและพลังทำลาย ขึ้นอยู่กับ “เจตนา” และ “ทิศทางของคำพูด”
ด้านลบของการนินทา : คำพูดที่ทิ่มแทงโดยไม่เห็นเลือด
การนินทาในด้านลบมักเกิดจากอารมณ์ เช่น ความอิจฉา ความโกรธ ความคับข้องใจ หรือความไม่เข้าใจ เมื่อคำพูดถูกส่งต่อโดยไม่มีการตรวจสอบ ความจริงจะค่อยๆ ถูกบิดเบือน และเรื่องเล่าจะถูกเติมสีสันจนไม่เหลือเค้าเดิม ผู้ถูกนินทาอาจไม่รู้ตัว แต่ผลกระทบกลับลึกกว่าที่คิด ชื่อเสียง ความเชื่อใจ และความรู้สึกปลอดภัยในสังคมถูกกัดกร่อนอย่างเงียบงัน
นอกจากนี้ การนินทาด้านลบยังสะท้อนสภาพจิตใจของผู้พูดเอง หลายครั้งคำพูดร้ายๆ ที่ออกจากปาก ไม่ได้บอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร แต่กำลังบอกว่า “ผู้พูดกำลังเจ็บปวดหรือขาดบางอย่างอยู่ภายใน” การนินทาจึงกลายเป็นพื้นที่ระบายอารมณ์ที่ทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเองในระยะยาว เพราะยิ่งพูด ยิ่งตอกย้ำความคิดลบในใจ
ด้านบวกของการนินทา : การพูดถึงเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อทำลาย
ในอีกด้านหนึ่ง การพูดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป หากเจตนาเป็นไปเพื่อการแลกเปลี่ยนมุมมอง การเตือนภัย หรือการหาทางออก เช่น การพูดคุยกันเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมบางอย่างของเพื่อนร่วมงาน การปรึกษากันด้วยความห่วงใย หรือการเล่าเรื่องเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นโดยไม่ใส่ร้าย
นินทาในลักษณะนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็น “การสะท้อนทางสังคม” ที่ช่วยให้มนุษย์เรียนรู้ขอบเขตพฤติกรรม เข้าใจความแตกต่าง และปรับตัวอยู่ร่วมกันได้ดีขึ้น หากคำพูดนั้นเต็มไปด้วยสติ เมตตา และไม่ลดทอนคุณค่าของใคร มันอาจกลายเป็นบทสนทนาที่ช่วยพัฒนา ไม่ใช่ทำลาย
เส้นบางๆ ระหว่างการพูดถึง กับการทำร้าย
สิ่งที่ทำให้นินทาเป็นบวกหรือลบ ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คำถามง่ายๆ ในใจเราว่า
“ถ้าคนที่เราพูดถึงยืนอยู่ตรงนี้ เขาจะรู้สึกอย่างไร”
และ
“คำพูดนี้จำเป็นหรือไม่ ต่อการแก้ปัญหาหรือการเติบโต”
หากคำตอบคือ เพื่อสะใจ เพื่อระบาย โดยไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ นั่นคือด้านลบ
แต่หากคำตอบคือ เพื่อความเข้าใจ เพื่อหาทางออก และเราพร้อมรับผิดชอบต่อคำพูดของตน นั่นอาจเป็นด้านบวกที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่ได้
บทสรุป : เลือกพูดอย่างมีสติ ก่อนที่คำพูดจะเลือกทำร้ายเรา
นินทาเป็นกระจกสะท้อนทั้งสังคมและหัวใจของผู้พูดเอง เราอาจห้ามคนทั้งโลกไม่ให้พูดถึงกันไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็น “ผู้ส่งต่อพิษ” หรือ “ผู้หยุดวงจร” การฝึกพูดให้น้อยลง แต่คิดให้มากขึ้น คือการเคารพทั้งผู้อื่นและตัวเราเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว คำพูดที่ออกจากปากเรา ไม่ได้เดินทางไปถึงแค่หูคนอื่น แต่มันย้อนกลับมาหล่อหลอมใจเราเงียบๆ ทุกครั้งที่เราเลือกจะพูด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
พลังน้ำใจคนไทย! ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
52Hz เสียงเรียกแห่งความเหงา
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัย
1978: ปีแห่งการทำลายกำแพงอคติ เมื่อผู้หญิงก้าวสู่ทำเนียบนนักบินอวกาศนาซา
รีวิวหนังดัง THIS MEANS WAR สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย
ส่องกระแสคลิปไวรัล 27 ล้านวิว! "คนไม่ใช่หุ่นยนต์" ร้องไปเคาะไปสไตล์ซื่อๆ โดนใจชาวเน็ต
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
Ledger Nano: กระเป๋าเงินดิจิทัลที่คนเล่นคริปโตไว้ใจมากที่สุด
เครื่องเสียง สีสันที่ให้ความสุขสำหรับเราในยุคปัจจุบันอ ใหญ่นั้นต้องมีคุณภาพที่มากกว่าสิ่งใด
อร่อยและอุ่นท้อง "ข้าวต้มยี่สิบบาทเท่านั้นก็อร่อย"
"เมี่ยงห่อด้วยแป้ง" ใส่ผักนิดและเนื้อบ้าง เพื่อความอร่อยที่กลมกล่อมทางที่คาดหมาย
สีสันของชีวิต ที่เรานั้นควรที่จะให้กำไร นั่งชิวๆ หน้าน้ำตกที่ยากยิ่ง

