ฝุ่น PM2.5 และ การอาศัยในบริเวณที่มีมลภาวะสูง จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิด ‘โรคอัลไซเมอร์สูง และ พาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย’
เขียนโดย sompeansomped
การได้รับฝุ่น PM 2.5 ทำให้เกิด ‘โรคอัลไซเมอร์เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า’ และ ทำให้เกิด ‘โรคพาร์กินสันเพิ่มได้ถึง 34% (Fu, 2019)’ รวมทั้งยังให้เกิดความเสี่ยงของ ‘โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke)’ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยทุก ๆ 10 μg/m3 ของระดับ PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคเส้นเลือดสมองประมาณ 13% ถ้าได้รับฝุ่นในระดับความเข้มข้นที่เพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงก็จะเพิ่มมากขึ้น โดยในกลุ่มคนที่เป็นโรคเส้นเลือดสมองอยู่แล้ว การได้รับ PM 2.5 ยังเป็นการเพิ่มอัตราการตายในคนกลุ่มนี้อีกด้วย (Lin, 2017)
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมากจนสามารถหลุดเข้าไปใน “สมอง” หากสูดฝุ่นอยู่ทุกวันโดยไม่ป้องกัน ในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่าง อัลไซเมอร์ และ พาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เราป้องกันตัวเองจากฝุ่นร้ายได้
นพ.ภีมณพัชญ์ อธิบายว่า “หากปล่อยให้สมองรับฝุ่นอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวสมองจะเกิดการอักเสบเรื้อรัง จนโครงสร้างสมองเสื่อมลงเร็วกว่าปกติ และ เกิดภาวะสมองฝ่อก่อนวัย รวมถึงทำให้คนเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือ พาร์กินสันเร็วขึ้น จากที่พบในวัย 60–70 ปี อาจเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 40–50 ปี นอกจากนี้ในกลุ่มเด็กที่ได้รับมลพิษสะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือในวัยที่สมองกำลังพัฒนา อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และกลุ่มออทิสติก (ASD) สูงขึ้น”
ฝุ่น PM2.5 เข้ามาถึงสมองได้อย่างไร ความน่ากลัวของฝุ่น PM2.5 คือ ขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20–30 เท่า ทำให้มันเล็กพอที่จะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปถึงสมองผ่าน 2 เส้นทางหลัก
- เส้นทางแรกคือผ่าน “ปอด” เมื่อสูดอากาศเข้าไป ฝุ่นจะลงสู่ถุงลม และ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงสมองซึ่งต้องพึ่งพาเลือดปริมาณมากในการทำงาน
- อีกเส้นทางหนึ่งคือผ่าน “จมูก” โดยฝุ่นขนาดเล็กสามารถแทรกผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerve) บริเวณยอดโพรงจมูก เดินทางเข้าสู่สมองได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านระบบเลือด
เมื่อฝุ่นพิษเหล่านี้ไปถึงสมองจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเกิด Stress Oxidative หรือ ความเครียดในระดับเซลล์ ทำให้สมองหลั่งสารไซโตไคน์ (Cytokines) ออกมาทำลายเซลล์ประสาท ส่งผลให้โครงสร้างสมองค่อย ๆ เสื่อมลงในระยะยาว
แม้จะเลี่ยงฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ทั้งหมด แต่สามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ด้วยการหันมาใส่ใจตัวเอง กินอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามิน C และ E กินปลาทะเลที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ลดการกินอาหารแปรรูป ของหวาน งดบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30–40 นาที สัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง แนะนำให้ออกกำลังกายในร่มในวันที่ฝุ่นหนา พักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ และ ป้องกันด้วยการเลี่ยงวันฝุ่นหนา หรือ สวมหน้ากากเวลาต้องออกไปข้างนอก
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
โอมานยกเลิกค่าธรรมเนียม ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด







