วิวัฒนาการสู่เอกราช: จากอาณานิคมอังกฤษสู่ยุทธศาสตร์ใหม่ในเงื้อมมือทรัมป์?
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เส้นทางประวัติศาสตร์ของแคนาดาในช่วงทศวรรษ 1920 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดใบครั้งสำคัญ จากเดิมที่เป็นเพียงอาณานิคมภายใต้ร่มเงาของสหราชอาณาจักร แคนาดาได้ใช้ความพยายามและการอุทิศตนในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการประกาศตัวตนบนเวทีโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นการค่อยๆ ก่อตัวผ่านการเจรจาทางการทูต การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการเรียกร้องสิทธิในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง จนนำไปสู่สถานะประเทศเอกราชที่สมบูรณ์ในเวลาต่อมา ทว่าในปัจจุบัน พรมแดนที่เคยเป็นอิสระนี้กำลังถูกจับตามองอีกครั้งผ่านเลนส์ภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐอเมริกา
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เสียงของแคนาดาดังขึ้น คือวีรกรรมของทหารกว่าหกแสนนายในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งแลกมาด้วยความยอมรับจากนานาชาติ แคนาดาเริ่มแสดงเจตจำนงอิสระโดยการขอลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายและเข้าเป็นสมาชิกสันนิบาตชาติด้วยตนเอง แทนที่จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญที่เป็นหมุดหมายสู่เอกราช ดังนี้
ปี 1919 การประชุมสันติภาพปารีส: แคนาดาได้รับสิทธิในการมีส่วนร่วมในการเจรจาและลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายแยกจากอังกฤษเป็นครั้งแรก
ปี 1922 วิกฤตการณ์ชานัก: นายกรัฐมนตรีแมคเคนซี คิง ปฏิเสธการสนับสนุนทางการทหารแก่อังกฤษในตุรกีโดยอัตโนมัติ ยืนยันว่าแคนาดาต้องตัดสินใจเองผ่านรัฐสภา
ปี 1923 สนธิสัญญาฮาลิบัต: สนธิสัญญาฉบับแรกที่แคนาดาเจรจาและลงนามกับสหรัฐอเมริกาโดยตรงโดยไม่มีตัวแทนจากอังกฤษเข้าร่วม
ปี 1926 ปฏิญญาบัลฟอร์: ผลจากการประชุมจักรวรรดิที่รับรองว่าแคนาดาและดินแดนในเครือจักรภพมีสถานะเท่าเทียมกับสหราชอาณาจักร ไม่เป็นรองซึ่งกันและกัน
ปี 1931 พระราชบัญญัติเวสต์มินสเตอร์: กฎหมายที่รับรองอำนาจนิติบัญญัติของแคนาดาอย่างเป็นทางการ ทำให้แคนาดากลายเป็นรัฐเอกราชโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย
นอกเหนือจากการเมือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดยสหรัฐอเมริกาได้ก้าวเข้ามาแทนที่สหราชอาณาจักรในฐานะคู่ค้าและแหล่งเงินทุนหลัก แต่ในยุคปัจจุบัน ความสัมพันธ์นี้อาจก้าวข้ามแค่คู่ค้า เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีที่อยากรวมหรือแผ่อิทธิพลเหนือแคนาดา ซึ่งหากวิเคราะห์ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์พบเหตุผลสำคัญหลายประการ คือการต้องการครอบครองทรัพยากรธรรมชาติที่มหาศาล ทั้งน้ำมันและแร่หายาก เพื่อลดการพึ่งพาจีน การคุมยุทธศาสตร์เส้นทางเดินเรืออาร์กติกที่น้ำแข็งกำลังละลาย รวมถึงการสร้างอาณาเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ภายใต้นโยบาย America First เพื่อปิดช่องโหว่ทางความมั่นคงและพรมแดนอย่างเบ็ดขาด
สรุปได้ว่า เอกราชของแคนาดาที่แลกมาด้วยความอดทนในช่วงทศวรรษ 1920 คือความสำเร็จของการสร้างสมดุลระหว่างการเป็นรัฐอธิปไตยกับการรักษาความสัมพันธ์ในเครือจักรภพ จนกลายเป็น "อังกฤษแห่งตะวันตก" ที่ก้าวหน้า แต่ในวันนี้เมื่อบริบทโลกเปลี่ยนไป แคนาดากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่จากแนวคิด "โชคชะตาที่ฟ้ากำหนด" (Manifest Destiny) ของสหรัฐฯ ที่มองว่าแคนาดาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาอำนาจมหาอำนาจเดี่ยวของโลกในศตวรรษที่ 21
#ประวัติศาสตร์แคนาดา #เส้นทางสู่เอกราช #เครือจักรภพ #ภูมิรัฐศาสตร์ #ทรัมป์ #อาร์กติก #ยุทธศาสตร์ทรัพยากร #แมคเคนซีคิง
Bothwell, Robert. The Penguin History of Canada. Toronto: Penguin, 2006. Contains information on the various Imperial Conferences of the decade.
Brown, Judith M., and William Roger Louis, eds. The Oxford History of the British Empire: The Twentieth Century. Vol. 10. New York: Oxford University Press, 1999. Puts Canada’s progress into the wider context of events in the British Empire.
Morton, Desmond. A Short History of Canada. 6th ed. Toronto: McClelland & Stewart, 2006. A standard account of the period, set in the overall context of Canadian history.
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
4 จังหวัดที่มีการใช้น้ำมันมากที่สุดในประเทศไทย
เจาะลึก 3 ราศีที่ต้องระวัง "รักที่ไม่ชัดเจน" ช่วงสงกรานต์
เลขเด็ดม้าสีหมอก งวด 16 เม.ย. 69 มาแล้ว
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ







