"เม่นทะเลหมวกกันน็อค" สัตว์ทะเลที่มีลักษณะโดดเด่นและหาพบได้ยากในประเทศไทย
ถ้าเดินเล่นตามโขดหินริมทะเลแล้วบังเอิญเห็นอะไรกลม ๆ แบน ๆ สีม่วงเข้มหรือดำสนิท แนบติดกับหินแน่นจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโขดหิน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหินแปลก ๆ เพราะนั่นอาจเป็น “เม่นทะเลหมวกกันน็อค” หรือที่บางคนเรียกว่า เม่นหมวกเหล็ก ก็ได้ เม่นทะเลชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colobocentrotus atratus และถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่หน้าตาแหวกแนวที่สุดตัวหนึ่งเลย
ถ้าเป็นเม่นทะเลทั่วไป ภาพในหัวเรามักจะเป็นลูกกลม ๆ ที่มีหนามยาวแหลม ดูแล้วก็รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้เท่าไร แต่เม่นหมวกกันน็อคกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง เพราะมันแทบไม่มีหนามแหลมให้เห็นเลย ด้านบนของตัวมันถูกวิวัฒนาการให้กลายเป็นแผ่นแบน ๆ เรียงชิดติดกันแน่น เหมือนการปูกระเบื้องหรือเกล็ดปลา ทำให้พื้นผิวดูเรียบลื่นและแข็งแรง รูปร่างโดยรวมเป็นทรงโดมเตี้ย ๆ คล้ายหมวกกันน็อคหรือเกราะนักรบ ซึ่งไม่ได้เท่เฉย ๆ แต่มีประโยชน์กับชีวิตมันมาก
ขอบรอบนอกของตัวจะมีหนามลักษณะแบนและกว้าง คล้ายใบพาย ทำหน้าที่เหมือนตัวช่วยทรงตัวและยึดเกาะ ส่วนสีสันก็มักจะเป็นโทนม่วงเข้มไปจนถึงดำสนิท ดูขรึมและดุดันแบบเงียบ ๆ ใครเห็นครั้งแรกมักไม่คิดเลยว่านี่คือเม่นทะเล
เหตุผลที่เม่นชนิดนี้ต้องมีรูปร่างแบบนี้ ก็เพราะบ้านของมันไม่ใช่ที่สงบ ๆ ใต้น้ำลึก แต่มันอาศัยอยู่บริเวณโขดหินชายฝั่งที่คลื่นซัดแรงมาก เรียกว่าเป็นเขต intertidal ที่บางช่วงน้ำขึ้น บางช่วงน้ำลด ถ้าเป็นเม่นที่มีหนามยาวแบบปกติ โดนคลื่นแรง ๆ เข้าไปก็มีสิทธิ์ปลิวหลุดจากหินได้ง่าย แต่สำหรับเม่นหมวกกันน็อค รูปร่างที่แบน เรียบ และเตี้ย ช่วยให้น้ำไหลผ่านตัวมันไปได้อย่างรวดเร็ว ลดแรงยกจากคลื่นได้ดี พูดง่าย ๆ คือ คลื่นซัดยังไงก็เอามันไม่ลง
ด้านล่างของตัวมันยังมีอาวุธลับสำคัญ นั่นคือ “เท้าท่อ” หรือ tube feet จำนวนมหาศาล เท้าพวกนี้แข็งแรงมาก ใช้ดูดและยึดเกาะกับผิวหินได้แน่นชนิดที่เรียกว่าดึงแทบไม่ขึ้นเลย บางทีดูเผิน ๆ ก็เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของหินไปแล้ว ยิ่งตอนน้ำลด หนามที่เรียงชิดกันด้านบนยังช่วยกักเก็บความชื้นไว้ภายในตัว ลดการสูญเสียน้ำ ทำให้มันไม่แห้งตายง่าย ๆ ระหว่างรอทะเลกลับมาท่วมอีกครั้ง
เม่นหมวกกันน็อคพบได้มากในแถบอินโด-แปซิฟิก รวมถึงหมู่เกาะฮาวาย ซึ่งชาวพื้นเมืองเรียกมันว่า “Hāʻukeʻuke” พวกมันกินสาหร่ายที่เคลือบอยู่บนผิวหินเป็นอาหาร โดยใช้ปากที่อยู่ด้านล่างค่อย ๆ ขูดกินไปเรื่อย ๆ ทำหน้าที่เหมือนคนทำความสะอาดโขดหินไปในตัว
แม้ว่ามันจะไม่มีหนามแหลมไว้ทิ่มแทงเหมือนเม่นทะเลชนิดอื่น แต่ก็ไม่ควรเข้าไปแกะหรือดึงมันออกจากหินเด็ดขาด การดึงอาจทำให้เท้าท่อของมันฉีกขาดเสียหาย และที่สำคัญ ถ้ามันหลุดจากตำแหน่งเดิม ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกคลื่นซัดไปกระแทกหินจนบาดเจ็บหรือถึงตายได้
เม่นทะเลหมวกกันน็อคจึงเป็นตัวอย่างที่ดีมากของการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด รูปร่างที่ดูแปลกตา ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่คือผลลัพธ์ของการต่อสู้กับธรรมชาติที่โหดร้าย ถ้าได้เจอมันตามชายฝั่งสักครั้ง ลองหยุดมองดี ๆ แล้วจะรู้ว่า สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ นี้ แข็งแกร่งกว่าที่หน้าตามันบอกไว้มากจริง ๆ 🌊🪖
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลางของประเทศไทย
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
9 จังหวัดของไทยที่ไม่มีภูเขา
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
ภาษีลาภลอย เอาเปรียบหรือส่งผลเสียต่อผู้บริโภคจริงหรือ?
นาทีสยอง! กระจกรถเมล์แตก ร่างสาวพุ่งทะลุตกกระแทกพื้นดับ
ทำไมเราถึงตบแมลงวัน ไม่เคยโดน ?
10 พระเอกขวัญใจสาวไทย..ว่าที่ "สามีแห่งชาติ"
‘บ้านบางแค’ รอคิว 6,000 คน ความจริงของสังคมสูงวัยไทย
ร่องรอยแห่งอารยธรรมอายุ 40,000 ปีเหล่านี้ อาจเป็นต้นกำเนิดของการเขียน







