กีจ่าง หรือ จั้ง ขนมหวานโบราณ ของอร่อยของปักษ์ใต้บ้านเรานี่แหล่ะเด้อครับเด้อ
ถ้าเอ่ยถึงขนมพื้นบ้านโบราณของปักษ์ใต้ ที่เห็นปุ๊บแล้วนึกถึงความเรียบง่ายแต่กินแล้วอบอุ่นใจ เชื่อว่าหลายคนต้องมีภาพของขนมทรงสามเหลี่ยม สีเหลืองใส เนื้อนุ่มหนึบ ลอยขึ้นมาในหัวทันที ขนมที่กินเปล่า ๆ ก็อร่อย หรือจะเพิ่มความหวานด้วยการจิ้มน้ำตาลอ้อยก็เข้ากันดี หรือถ้าอยากสดชื่นหน่อยก็เอาไปใส่น้ำเชื่อม เติมน้ำแข็งลงไป บอกเลยว่ากินแล้วหยุดยาก ขนมแบบนี้แหละที่คนใต้หลายพื้นที่เรียกว่า “ขนมจั้ง” บางแห่งก็เรียก “กีจ่าง” บ้างก็ “ขนมจ้าง” หรือ “ขนมซั้ง” ชื่ออาจต่างกันไปตามถิ่น แต่รสชาติและความทรงจำที่มากับมันคล้ายกันอย่างน่าประหลาด
ในแถบจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะแถวไชยา คำว่า “จั้ง” จะคุ้นหูเป็นพิเศษ ขนมชนิดนี้หน้าตาคล้ายข้าวต้มสามเหลี่ยม แต่มีเอกลักษณ์ตรงความใสเหมือนแก้ว เนื้อเหนียวนุ่ม ไม่ขม ไม่ฝาด และมีเสน่ห์แบบขนมโบราณที่ไม่ต้องปรุงแต่งมากมาย น่าเสียดายว่าปัจจุบัน วัฒนธรรมการกินขนมจั้งเริ่มเลือนหายไปทีละน้อย เหลืออยู่ในความทรงจำของคนรุ่นก่อน และในบางชุมชนที่ยังช่วยกันรักษาไว้
จริง ๆ แล้ว ขนมจั้งไม่ได้มีรากกำเนิดจากภาคใต้โดยตรง แต่เป็นขนมประเพณีของชาวจีน ที่ทำขึ้นในช่วงเทศกาลบ๊ะจ่าง ปลายเดือน 6 ตามปฏิทินจีน ใช้สำหรับไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนจีนให้ความสำคัญมาก การทำขนมจั้งในอดีตไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ใครอยากทำก็ทำได้ เพราะถือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ คนเฒ่าคนแก่หลายบ้านเก็บวิธีทำไว้เป็นความลับ ถ่ายทอดกันเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น
เมื่อชาวจีนอพยพออกจากบ้านเกิด ไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเพื่อค้าขายหรือทำงาน ตามวิถี “เสื่อผืนหมอนใบ” ที่เราคุ้นเคย ขนมจั้งก็เดินทางข้ามทะเล ติดตัวผู้คนเหล่านั้นมาด้วย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารในหลายประเทศ รวมถึงภาคใต้ของประเทศไทย ขนมจีน ๆ ชิ้นนี้จึงค่อย ๆ กลมกลืนเข้ากับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น จนกลายเป็นขนมพื้นบ้านที่หลายคนคิดว่าเป็นของใต้มาแต่เดิม
เสน่ห์ของขนมจั้งอยู่ที่ความเรียบง่ายแต่ต้องพิถีพิถัน ตั้งแต่การเลือกข้าวเหนียว การใช้น้ำด่างในสัดส่วนที่พอดี ไปจนถึงขั้นตอนการห่อด้วยใบไผ่ ข้าวเหนียวจะถูกนำไปแช่น้ำด่างประมาณสามถึงห้าชั่วโมง เพื่อให้เกิดสีเหลืองใสและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว จากนั้นจึงนำมาห่อเป็นทรงสามเหลี่ยมอย่างชำนาญ ก่อนจะนำไปต้มจนสุก เมื่อแกะออกมา จะได้ขนมที่ใส นุ่ม หนึบ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากใบไผ่
ขนมจั้งอาจไม่ได้หวือหวา ไม่ได้หน้าตาจัดจ้านเหมือนขนมสมัยใหม่ แต่ทุกคำที่กินเข้าไป เหมือนเรากำลังลิ้มรสของเวลาและความทรงจำ เป็นรสชาติของเทศกาล ของครอบครัว และของวัฒนธรรมที่เดินทางข้ามรุ่น ข้ามแผ่นดินมาอย่างเงียบ ๆ และยังคงรอให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำความรู้จักมันอีกครั้ง ก่อนที่ขนมสามเหลี่ยมใส ๆ ชนิดนี้จะกลายเป็นแค่ชื่อที่เล่าต่อกันในอดีตเท่านั้น
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน


