ทึ่งทั่วไทย : "สะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย" (Bali Hai Pier) ในยามค่ำคืน
สะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย อาจถูกจดจำในฐานะประตูสู่เกาะล้านสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่หากได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่อย่างตั้งใจ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน คุณจะพบว่าสะพานแห่งนี้มีชีวิต มีเรื่องราว และมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากภาพจำเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ทางผ่าน หากแต่เป็นพื้นที่พักใจของผู้คนหลากหลายกลุ่ม เป็นจุดที่เมืองและทะเลมาบรรจบกันอย่างกลมกลืน
เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงไฟจากเมืองพัทยาก็ค่อยๆ เปล่งประกายขึ้นแทนที่ ความโดดเด่นอย่างหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามคือป้าย “Pattaya City” บนเขาพระตำหนัก ตัวอักษรขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างสะท้อนผิวน้ำทะเล เกิดเป็นภาพงดงามที่ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองต่างยกกล้องขึ้นมาบันทึกไว้ เป็นมุมชมวิวที่เผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของพัทยา—ด้านที่ดูสงบ โรแมนติก และมีเสน่ห์ในแบบของเมืองชายทะเลยามค่ำคืน
หากหันสายตากลับไปทางฝั่งชายหาดพัทยา เส้นขอบฟ้าที่เรียงรายไปด้วยแสงไฟจากโรงแรม คอนโดมิเนียม และอาคารสูง จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน แสงเหล่านั้นสะท้อนภาพความคึกคักและความไม่เคยหลับใหลของเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อยืนอยู่บนสะพาน คุณจะรู้สึกได้ถึงระยะห่างเล็กๆ ระหว่างความวุ่นวายกับความสงบ ราวกับสะพานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กึ่งกลางให้ผู้คนได้หยุดพักจากจังหวะเร่งรีบของเมือง
บริเวณลานกว้างก่อนเข้าสะพานในช่วงหัวค่ำ มักเต็มไปด้วยพลังชีวิตของคนรุ่นใหม่ วัยรุ่นที่มาเล่นสเก็ตบอร์ดหรือเซิร์ฟสเก็ต กลุ่มคนที่มาเดินออกกำลังกาย หรือเพื่อนฝูงที่นัดกันมานั่งพูดคุยหัวเราะ เสียงล้อสเก็ตที่เสียดสีกับพื้น เสียงพูดคุย และเสียงดนตรีเบาๆ จากลำโพงพกพา ผสมผสานกันเป็นบรรยากาศสบายๆ ที่ทำให้ที่นี่ดูเป็นพื้นที่สาธารณะของทุกคนอย่างแท้จริง
เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก ภาพอีกมุมหนึ่งของสะพานก็เริ่มปรากฏ ชาวประมงท้องถิ่นและนักตกปลาจะมานั่งเรียงรายตามขอบสะพาน บางคนนั่งเงียบๆ จ้องทุ่นลอยในน้ำ บางคนพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การตกปลา ภาพวิถีชีวิตเรียบง่ายนี้ตัดกับแสงสีและเสียงเพลงจากวอล์กกิ้งสตรีทที่อยู่ไม่ไกลนักได้อย่างน่าสนใจ ราวกับเป็นสองโลกที่อยู่ใกล้กันแต่มีจังหวะชีวิตต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในยามค่ำคืน สะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์พิเศษสำหรับใครหลายคน เรือสำราญและเรือปาร์ตี้จะออกเดินทางจากที่นี่ มุ่งหน้าไปกลางอ่าวพัทยา แสงไฟนีออนหลากสีจากเรืออย่าง Ocean Sky หรือ Tappia Floating Cafe ลอยเด่นอยู่เหนือผืนน้ำ สร้างบรรยากาศคึกคักและโรแมนติกไปพร้อมกัน เป็นอีกหนึ่งสีสันของค่ำคืนที่สะท้อนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน
แต่หากคุณเลือกเดินต่อไปจนสุดปลายสะพาน ความรู้สึกจะค่อยๆ เปลี่ยนไป เสียงอึกทึกจากตัวเมืองเริ่มจางหาย เหลือเพียงเสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบโครงสร้างสะพาน และลมทะเลเย็นๆ ที่พัดผ่านใบหน้า ช่วงเวลานี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่นช้าๆ การหยุดคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ หรือเพียงแค่นั่งมองผืนน้ำมืดที่สะท้อนแสงดาวและไฟจากเมืองไกลๆ
สะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายจึงไม่ใช่แค่จุดขึ้นเรือ แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของพัทยาได้อย่างครบถ้วน ทั้งความคึกคัก ความหลากหลายของผู้คน และความสงบที่ยังคงหลงเหลืออยู่ หากได้ลองมาเยือนในยามค่ำคืน คุณอาจค้นพบมุมมองใหม่ของเมืองชายทะเลแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีเพียงแสงสี แต่ยังมีความเรียบง่ายและอบอุ่นซ่อนอยู่ในทุกก้าวที่เดินบนสะพานแห่งนี้เอง
ขอบคุณภาพประกอบจากเพจ The Earth
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
พบตัวนิ่มแม่และลูกเสียชีวิตริมถนน คาดว่าเป็นอุบัติเหตุจากยานพาหนะ
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ลานหินรูปทรงแปลกๆแต่ก็สวยงาม แห่งประเทศบราซิล ได้รับการกำหนดเป็นมรดกโลกเลยนะเนี่ย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
นิวซีแลนด์ปิดสถานฑูตในอิหร่านแล้ว
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก



