นี่คือเรื่องราวการเอาชีวิตรอด กลางท้องทะเลที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในประวัติศาสตร์การเดินเรือสมัยใหม่
เขียนโดย dukedicknarak
ย้อนกลับไปปี 1982 มีนักล่องเรือหนุ่มวัย 29 ปีชื่อว่า สตีเวน คัลลาแฮน (Steven Callahan) คนนี้ไม่ใช่มือสมัครเล่นนะ แต่เป็นคนที่ออกแบบและต่อเรือเองกับมือ เขาตั้งชื่อเรือลำนั้นว่า “Napoleon Solo” แล้วตั้งใจจะล่องเรือใบข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จากหมู่เกาะคะเนรีกลับสหรัฐอเมริกา ฟังดูเหมือนการผจญภัยในฝันของคนรักทะเลเลยใช่ไหม
แต่ความฝันนั้นพังลงอย่างรวดเร็ว แค่ สัปดาห์เดียวหลังออกเดินทาง คืนหนึ่งเกิดพายุหนัก ท่ามกลางความมืดและคลื่นที่โหมกระหน่ำ มีวัตถุขนาดใหญ่อะไรบางอย่าง—คาดว่าอาจเป็นวาฬหรือฉลามยักษ์—พุ่งชนตัวเรือเข้าอย่างจัง เรือเกิดรูโหว่ และจมลงแทบจะทันที
สตีเวนมีเวลาเพียง ไม่กี่นาที เท่านั้น เขารีบสูบลมเรือยางชูชีพขนาดแค่ 5.5 ฟุต แล้วดำน้ำกลับลงไปในเรือที่กำลังจะหายไปใต้ทะเล เพื่อคว้าเอาของจำเป็นติดตัวออกมา ไม่ว่าจะเป็นปืนยิงปลา ถุงนอน อาหารกับน้ำที่มีอยู่นิดเดียว แผนที่เดินเรือ และที่สำคัญคือ เครื่องกลั่นน้ำทะเลด้วยพลังแสงอาทิตย์
จากจุดนั้น ชีวิตของเขาก็กลายเป็นการเอาชีวิตรอดล้วน ๆ กลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง เมื่อเสบียงหมด เขาต้องใช้ปืนยิงปลา ล่าทั้งปลาอีโต้มอญและแม้แต่ ปลาฉลาม มากินแบบดิบ ๆ เครื่องกลั่นน้ำทะเลก็ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง บางวันเขาได้น้ำดื่มแค่ ไม่กี่ออนซ์ เท่านั้น
ร่างกายของเขาทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ น้ำหนักลดไปกว่า หนึ่งในสาม ราว ๆ 20 กิโลกรัม ผิวหนังเต็มไปด้วยแผลพุพองจากน้ำเกลือที่กัดผิว และแดดที่เผาไหม้ทุกวัน แต่สิ่งที่โหดไม่แพ้กันคือความโดดเดี่ยว เขาเห็นเรือแล่นผ่านไปถึง 9 ลำ แต่ไม่มีลำไหนมองเห็นเรือยางเล็กจิ๋วของเขาเลย
แล้วโชคร้ายก็ยังไม่จบ วันที่ 50 ของการลอยเคว้ง เรือยางของเขาเกิดรอยรั่ว จากการถูกฟันปลากัดเข้าให้ เขาต้องใช้เวลาถึง 10 วันเต็ม ซ่อมเรือไป ปั๊มลมไป ทั้งที่ร่างกายแทบไม่เหลือแรง เขาเคยพูดไว้ภายหลังว่า วันที่ซ่อมเรือสำเร็จนั้นคือ
“ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต”
หลังจากล่องลอยมาไกลกว่า 1,800 ไมล์ทะเล หรือราว 3,300 กิโลเมตร ในคืนวันที่ 75 เขาเริ่มเห็นแสงไฟริบหรี่จากประภาคาร และในวันที่ 76—วันที่ 20 เมษายน 1982—โชคชะตาก็เข้าข้างเขาในที่สุด ชาวประมงท้องถิ่นนอกชายฝั่งเกาะ Marie Galante ใกล้กัวเดอลุป สังเกตเห็นฝูงนกบินวนผิดปกติอยู่เหนือผิวน้ำ นกเหล่านั้นถูกดึงดูดมาจากฝูงปลาที่ว่ายตามเรือยางของสตีเวนมานานหลายสัปดาห์ พวกเขาเลยเข้าไปดู และพบชายที่รอดชีวิตจากทะเลได้อย่างปาฏิหาริย์
เรื่องราวของสตีเวน คัลลาแฮน กลายเป็นหนึ่งในตำนานการเอาชีวิตรอดที่โด่งดังที่สุดของโลก เขานำประสบการณ์ทั้งหมดมาเขียนเป็นหนังสือชื่อ Adrift: Seventy-six Days Lost at Sea ซึ่งกลายเป็นหนังสือขายดี และต่อมาเขายังได้รับเชิญไปเป็นที่ปรึกษาด้านการเอาชีวิตรอดให้กับภาพยนตร์เรื่อง Life of Pi ของผู้กำกับ อัง ลี อีกด้วย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
เปิดความลับ "แหวนสังหาร" อาวุธลับของชนชั้นสูงยุคกลาง
จังหวัดที่มีเงินฝากมากที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยที่ยอดเยี่ยมที่สุด อันดับที่หนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
ปิดฉาก “สงกรานต์สีลม 2569” สุดปัง! นักท่องเที่ยวทะลุ 6.5 แสนคน 3 วันสะเทือนกรุง
ผลข้างเคียงใหม่จากการสูบกัญชา ถูกค้นพบในการศึกษาครั้งสำคัญ
Challenger Deep พื้นที่ๆหลายคนบอกว่าเป็นสถานที่ๆมีความลึกและยังลึกลับที่สุดในโลก
ทึ่งทั่วโลก กำแพงหิมะ Snow Wall (Yuki-no-Otani) แห่งประเทศญี่ปุ่น
เศษซากซูเปอร์โนวา 'N63A' อย่างกับ 'แพ็คแมน ลอยอยู่ในอวกาศ
หมู่บ้านชนบทวิวแสนสวยในอันฮุย ผสานบ้านสไตล์ฮุย ทุ่งดอกผักกาดห่มหมอก ในประเทศจีนสวยมากๆเลยเน่อ