ทึ่งทั่วโลก : "โบโรบูดูร์" ศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รู้ไหม…ถ้าพูดถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ชื่อของ โบโรบูดูร์ หรือที่คนไทยชอบเรียกว่า บุโรพุทโธ นี่ต้องติดอันดับต้น ๆ เลย วัดนี้อยู่ที่เกาะชวาภาคกลางของอินโดนีเซีย และไม่ใช่วัดธรรมดา ๆ ด้วยนะ แต่มันคือพุทธสถานนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบใหญ่จริง ไม่ได้พูดเล่น
วัดนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณพันกว่าปีก่อน ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8–9 ตอนนั้นพุทธศาสนาในชวากำลังรุ่งเรืองสุด ๆ คนที่สร้างก็คือราชวงศ์ไศเลนทร์ ลองคิดภาพตามดูนะ ยุคนั้นยังไม่มีเครน ไม่มีรถขุด ไม่มีอะไรทันสมัย แต่กลับสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมา แถมยังแฝงปรัชญาทางพุทธศาสนาไว้ทุกอณู มันไม่ธรรมดาจริง ๆ
แต่เรื่องมันก็มีช่วงดราม่าเหมือนกัน เพราะหลังจากรุ่งเรืองอยู่ได้ไม่กี่ร้อยปี โบโรบูดูร์ก็ถูกทิ้งร้าง เงียบหายไปเฉย ๆ ถูกเถ้าภูเขาไฟ ป่าไม้ และกาลเวลาค่อย ๆ กลืนกินเข้าไป เชื่อกันว่าคนย้ายเมือง ย้ายศูนย์กลางอำนาจ แถมภูเขาไฟเมราปีก็ระเบิดบ่อย เลยไม่มีใครอยู่แถวนี้อีก
วัดทั้งวัดเลยเหมือนหลับใหลอยู่กลางป่านานหลายร้อยปี จนกระทั่งปี ค.ศ. 1814 มีคนไปเจอเข้า คน ๆ นั้นคือ เซอร์โทมัส แรฟเฟิลส์ ผู้ว่าการอังกฤษในยุคนั้น พอขุดขึ้นมาเท่านั้นแหละ โลกก็เหมือนเจอสมบัติล้ำค่าที่หายไปนาน
สิ่งที่โบโรบูดูร์เจ๋งมาก ไม่ใช่แค่ความใหญ่ แต่คือแนวคิดการสร้าง วัดนี้ไม่ได้สร้างมั่ว ๆ นะ เขาออกแบบตามหลักจักรวาลของพุทธศาสนา เหมือนจำลองเส้นทางชีวิตของคนเรา ตั้งแต่ยังจมอยู่กับกิเลส ไปจนถึงการหลุดพ้น
เริ่มจากชั้นล่างสุดที่เรียกว่า กามธาตุ ตรงนี้เล่าเรื่องความอยาก ความยึดติด กรรมดีกรรมชั่ว นรกสวรรค์ อะไรประมาณนั้น ถึงตอนนี้ส่วนใหญ่จะถูกปิดไว้แล้ว แต่ก็ถือเป็นรากฐานของทั้งหมด
พอเดินขึ้นมา จะเข้าสู่ รูปธาตุ ตรงนี้แหละที่คนเดินแล้วว้าว เพราะมีระเบียงยาว ๆ ให้เดินวน พร้อมภาพสลักเต็มไปหมด เล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดกต่าง ๆ ดูไปเหมือนอ่านหนังสือที่แกะสลักลงบนหิน เป็นช่วงที่เหมือนมนุษย์เริ่มปล่อยวาง แต่ยังไม่หมดซะทีเดียว
แล้วพอขึ้นไปถึงด้านบนสุด บรรยากาศจะเปลี่ยนเลย จะโล่ง เงียบ สงบมาก นี่คือ อรูปธาตุ มีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำเรียงอยู่เป็นสิบ ๆ องค์ รวมทั้งหมด 72 องค์ ข้างในมีพระพุทธรูป และตรงกลางเป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุด เหมือนสื่อว่าตรงนี้แหละ คือการวางทุกอย่างลงจริง ๆ
รู้ไหม ทั้งวัดนี้มีภาพสลักหินมากกว่า 2,600 แผ่นนะ แล้วหินทั้งหมดก็เป็นหินภูเขาไฟกว่า 2 ล้านก้อน ที่น่าทึ่งคือเขาไม่ใช้ปูนเลยสักนิด อาศัยการตัดหินให้เข้าล็อกกันล้วน ๆ ฟังแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ว่าคนสมัยก่อนคิดได้ยังไง
สุดท้าย โบโรบูดูร์ก็ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ช่วงปี 1970 กว่า ๆ แล้วก็ได้ขึ้นเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในปี 1991 ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะวันวิสาขบูชา จะมีชาวพุทธจากทั่วโลกมารวมตัวกัน บรรยากาศขลังมาก
เอาจริง ๆ โบโรบูดูร์ไม่ใช่แค่วัด แต่เหมือนบทเรียนชีวิตที่สร้างจากหิน ใครได้ไปเดินจากล่างขึ้นบน จะรู้สึกเหมือนได้เดินตามเส้นทางใจของตัวเองไปพร้อม ๆ กันเลยครับ 🙏
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
เปิดรายชื่อโรงเรียนวัดชื่อดัง คุณภาพเด่นไม่แพ้เอกชน
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
(หยิบดูด่วน) ทำไมแผงยาต้องมี 'ช่องว่าง' เกินความจำเป็น? ความลับที่คนเกลียดความยุ่งยากต้องรู้ก่อนทิ้งกล่อง!
5 ตึกที่หรูหราและมีความสูงมากที่สุดใน ภาคตะวันออก ของประเทศไทย
ใช้กุญแจมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ทำไมลูกกุญแจต้องมี 'ร่อง' ไม่เท่ากัน? ร่องพวกนี้บอกอะไรเรามากกว่าแค่เปิดประตู
รอน วีสลีย์ แผลในใจวัยเด็กกับ "พี่น้องแกล้งกัน"

