หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปรับลุคแบรนด์ให้ดูคลีน

โพสท์โดย marketingtalk

 

ในยุคที่คนเราใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ผู้ผลิตต้องปรับตัวให้ทัน! และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่หลายแบรนด์กำลังใช้กันอยู่ก็คือการ "รีแบรนด์" หรือปรับโฉมภาพลักษณ์ของสินค้าให้ดูใกล้ชิดกับไลฟ์สไตล์สุขภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

มาเริ่มจากการใช้ "คำพูด" ที่ถูกใจคนรักสุขภาพกันก่อน

 

การเลือกใช้คำในการสื่อสารการตลาดมีความสำคัญมากจริงๆ เพราะคำพูดเหล่านี้จะเป็นตัวสร้างความประทับใจแรกให้กับผู้บริโภค ลองนึกภาพว่าเวลาเราเดินไปในห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วเห็นสินค้าที่มีคำว่า "Clean" (สะอาด ปลอดภัย), "Low Sugar" (น้ำตาลต่ำ), "Healthy Choice" (ตัวเลือกเพื่อสุขภาพ), หรือ "Better-for-you" (ดีกว่าเพื่อคุณ) เราก็จะรู้สึกว่าสินค้านั้นน่าเชื่อถือและดีต่อสุขภาพมากขึ้นทันที

 

คำเหล่านี้ไม่ได้แค่เป็นคำธรรมดา แต่มันทำหน้าที่เหมือนเป็น "สัญญาณ" บอกผู้บริโภคว่า "เฮ้ย! ของเรานี่ดีนะ ไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายหรอก" และในโลกของการตลาดยุคใหม่ การสื่อสารแบบนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า

 

ต่อมาคือเรื่อง "บรรจุภัณฑ์" ที่ต้องดูดีมีสไตล์

 

นอกจากคำพูดแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ลองสังเกตดูนะคะว่าสินค้าที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพส่วนใหญ่จะใช้โทนสีที่ดูสบายตา เช่น สีเขียว ซึ่งทำให้นึกถึงธรรมชาติ ความสดใส ความปลอดภัย หรือสีฟ้า ที่ให้ความรู้สึกสะอาด เย็นสบาย น่าเชื่อถือ

 

แถมดีไซน์ของบรรจุภัณฑ์ก็มักจะเป็นแบบมินิมอล เรียบง่าย สะอาดตา ไม่มีภาพหรือลวดลายที่ดูวุ่นวายจนเกินไป เพราะความเรียบง่ายนี่แหละที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้ามีความโปร่งใส ไม่มีอะไรซ่อนเร้น และที่สำคัญคือดูดี "ฟีลดี" จนอยากหยิบไปวางในตะกร้าสินค้าเลยทีเดียว!

 

การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่มันคือการสื่อสารทางอารมณ์ (Emotional Communication) ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า "โอเค สินค้านี้น่าจะดีกับสุขภาพของฉันจริงๆ" และความรู้สึกแบบนี้มันมีพลังมากในการตัดสินใจซื้อเลยล่ะค่ะ

 

มาต่อกันที่ "คอนเทนต์" ที่ให้ความรู้และสร้าง Engagement

 

แต่การทำการตลาดในยุคนี้ไม่ได้หยุดแค่การใช้คำสวยๆ หรือบรรจุภัณฑ์สวยๆ เท่านั้นนะคะ แบรนด์ต้อง "สร้างคอนเทนต์" ที่มีประโยชน์และให้ความรู้แก่ผู้บริโภคด้วย เพราะคนสมัยนี้ไม่ได้อยากแค่ซื้อของ แต่อยากรู้ว่าตัวเองกำลังซื้ออะไร มันดียังไง และมันเหมาะกับตัวเองไหม

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือคลิปวิดีโอสั้นๆ แบบ "วิธีอ่านฉลากน้ำตาล" ที่สอนให้ผู้บริโภครู้ว่าเวลาไปซื้อของในห้าง ควรดูอะไรบ้างที่ฉลากหลังสินค้า น้ำตาลมีเท่าไหร่ มีส่วนผสมอะไรบ้าง อันไหนที่ควรหลีกเลี่ยง คอนเทนต์แบบนี้ไม่ได้แค่ให้ความรู้ แต่มันยังช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับแบรนด์อีกด้วย เพราะผู้บริโภคจะรู้สึกว่า "โอ้! แบรนด์นี้ใส่ใจเรานะ ไม่ได้แค่อยากขายของ แต่อยากให้เรามีสุขภาพดีด้วย"

 

ความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่!

 

แล้วยิ่งถ้าแบรนด์สามารถทำแคมเปญร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพได้ด้วยแล้ว นั่นถือว่าปังมากๆ เลยค่ะ! เพราะอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มักจะมีความน่าเชื่อถือสูงในสายตาของผู้ติดตาม โดยเฉพาะคนที่สนใจเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว

 

ลองจินตนาการดูว่า ถ้ามีอินฟลูเอนเซอร์ที่เราชอบ คนที่เรารู้สึกว่าเขาดูแลสุขภาพดีจริงๆ มาแนะนำสินค้าหรือมาร่วมทำคอนเทนต์กับแบรนด์ ความน่าเชื่อถือของสินค้านั้นก็จะเพิ่มขึ้นทันที เพราะเราจะรู้สึกว่า "ถ้าคนที่เราชื่นชอบยังใช้เลย แสดงว่าต้องดีแน่ๆ"

 

การทำแคมเปญแบบนี้ไม่ใช่แค่การโฆษณาธรรมดา แต่มันเป็นการสร้าง "ชุมชน" (Community) และ "ความเชื่อมโยง" (Connection) ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในระดับที่ลึกซึ้งกว่าค่ะ

 

ผลลัพธ์สุดท้าย: แบรนด์กลายเป็น "ผู้สนับสนุน" ไม่ใช่แค่ "ผู้ขาย"

 

เมื่อแบรนด์ทำทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นอย่างต่อเนื่องและจริงจัง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือแบรนด์จะไม่ได้เป็นแค่ "คนขายของ" อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น "ผู้สนับสนุนวิถีชีวิตที่ดี" ของผู้บริโภคไปเลย

 

ผู้บริโภคจะมองว่าแบรนด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสุขภาพของพวกเขา เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ คอยให้คำแนะนำ และคอยผลักดันให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ความสัมพันธ์แบบนี้มันแข็งแรงกว่าการเป็นแค่ผู้ซื้อกับผู้ขายทั่วไปมากๆ และนี่คือจุดที่แบรนด์จะสามารถสร้างความภักดี (Brand Loyalty) ในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนค่ะ

เนื้อหาโดย: marketingtalk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
marketingtalk's profile


โพสท์โดย: marketingtalk
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุดแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุดจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)รอยสักอมตะจากชั้นดินเยือกแข็ง: ถอดรหัสชีวิต "เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งไซบีเรีย"เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569นี่คือภาพของความสวยงามของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมองมาจากนอกโลก5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุดเปิด 3 กลุ่มทุนจีนยักษ์ใหญ่บุกไทยอย่างหนักในช่วง 5 ปีเปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นายอำเภอชลบุรี สั่งแจ้งความ 'อายัด' หีบบัตรเลือกตั้ง ห้ามใครยุ่ง รอ กกต.กลาง ลงพื้นที่ อนุมัตินับคะแนนใหม่'นิวตรอน' ดาวดวงน้อยที่หนาแน่นอย่างมหาศาลคนโสดโปรดอ่าน! เคล็ดลับเสริมดวงรักตามราศี ทำยังไงให้วาเลนไทน์นี้ไม่เหงาอีกต่อไปสุนัขที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ในวงการภาพยนตร์ระดับโลกเผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69ผ่าฟันคุดแล้วปากไม่หายชา?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาษาเขียนจีนแทบไม่เปลี่ยนมานานกว่า 2,000 ปี จริงหรอ?กำแพงเมืองจีนไม่ได้สร้างครั้งเดียว?ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดเมืองที่ค่าเช่าบ้านแพงที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่