อาถรรพ์รัก 7 ปี Seven-Year Itch มีจริงไหม
Seven-Year Itch เป็นสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ของคู่รัก คำว่า “itch” หมายถึง “อาการคัน” หรือ “เกา” สำนวนนี้หมายความว่า ความรักที่มันคันยุกยิกกวนใจ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดี มักนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง จนถึงขั้นแตกหัก
เลข 7 ในทางการแพทย์
Seven-Year Itch เป็นอีกหนึ่งฉายาที่ใช้เรียกโรคผื่นแพ้คันจากผิวหนังอักเสบ (eczema) ซึ่งเกิดจากตัวไรชนิดหนึ่งที่ชื่อ scabies mite ที่อาศัยบนร่างกายมนุษย์ กัดกินเซลล์ผิวหนังเป็นอาหาร นำไปสู่โรคหิด
ถ้าใครเป็นโรคหิดแล้วจะคันยุบยับ ต้องเกากันจนผิวถลอก ในอดีตที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาด ถ้าใครเป็นหิดมักจะต้องนั่งเกานอนเกาไปอีกเจ็ดปี ไม่รู้ตัวเลขนี้เท็จจริงแค่ไหน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1845 มีการยกชื่อ Seven-Year Itch มาเป็นสำนวนเปรียบเทียบสถานการณ์ที่สร้างความรู้สึกหงุดหงิด หรือ อะไรที่มันจุกจิกกวนใจ เช่นว่า “as close as the seven-year itch” หรือ “(แย่) พอๆ กับเป็นหิดมาเจ็ดปี”
มุมมองอาถรรพ์รัก 7 ปี Seven-Year Itch ทางจิตวิทยา
นักจิตวิทยาบางคนมองว่าช่วง 5-7 ปี เป็นช่วงที่ "ความหลงใหล" (Passion) ตามช่วงโปรโมชั่นของความรักได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ความสัมพันธ์ต้องอาศัย "ความผูกพัน" (Intimacy) และ "ความมุ่งมั่น" (Commitment) เป็นหลักในการประคับประคอง ถ้าคู่รักไม่ได้สร้างรากฐานความเข้าใจ และ ความผูกพันที่แข็งแรงพอ เมื่อความหลงใหลจางหายไป ความสัมพันธ์ก็มีโอกาสสั่นคลอนได้ง่าย
มุมมองอาถรรพ์รัก 7 ปี Seven-Year Itch ทางวิทยาศาสตร์
อาการคลั่งรักเป็นเรื่องของอารมณ์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิทยาศาสตร์ก็มีส่วน สารโดพามีน (Dopamine) ที่มาพร้อมความรักโรแมนติก จะมีอายุประมาณ 1-3 ปี พอเข้าปีที่ 4 โดพามีน และ ความดึงดูดซึ่งกันและกันจะลดลง งานวิจัยพบว่าหลังจาก 3 ปีแรกของการแต่งงาน เป็นเรื่องธรรมดาที่ความรัก ความใกล้ชิด ความพึงพอใจในชีวิตสมรสจะเริ่มลดลง ไม่ว่าจะมีลูก หรือ ไม่มีก็ตาม
อีกทั้งสถิติการหย่าร้างก็ขึ้นสูงสุดในช่วงปีที่ 2-4 คือ หลังจาก Honey Moon Period (2 ปีแรก) และ อีกทีปีที่ 7 ซึ่งว่ากันว่าความพึงพอใจในชีวิตแต่งงานลดลงมากที่สุด ทั้งนี้ก็มีงานวิจัยโต้เถียงกันมากมายว่าแท้จริงแล้วควรเป็นอาถรรพ์ 4 ปี หรืออาถรรพ์ 5 ปีแทน อย่างไรก็ตาม นี่คือคำตอบว่าทำไมความรักถึงมีวันจางหาย
ใช่ว่าจะโทษแต่ตัวเลขเพียงอย่างเดียวแล้วมองว่า รักล่มในปีที่ 7 เป็นเรื่องปกติ แท้จริงแล้วปัญหานั้นได้ทับถมมาตั้งแต่ปีแรกเรื่อยมาจนเข้าปีที่ 7 และ ปัญหาวัยกลางคน (Midlife Crisis) ที่ถาโถมเข้ามา ทำให้ชีวิตคู่หมดหวัง หลายคนจึงเริ่มหนีจากความทุกข์ตรงหน้าไปตามหารักครั้งใหม่ เพื่อกลับไปจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เพราะอยากสัมผัสความโรแมนติกอีกครั้ง
แต่หากสิ่งต่าง ๆ ยังดำเนินต่อไป สามารถประคองความสัมพันธ์ระหว่างคนรักไปได้ด้วยดี ‘ฮอร์โมนออกซิโทซิน และ วาโซเพรสซินจะเข้ามาแทนที่ โดพามีน ซึ่งจะกระตุ้นให้อยากสร้างความผูกพัน และ อยากดูแลคู่ของเราต่อไป’ ทำให้อยากใกล้ชิด และ แบ่งปันความลึกซึ้งในชีวิตกับคนรัก
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
"Caño Cristales" มหัศจรรย์แม่น้ำ 5 สีที่สวยที่สุดในโลก
ส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อ
สะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?
5 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตมากที่สุดในประเทศไทย
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก
เกาะผีสิงเกาะที่ผีดุที่สุดในไทย
ทำไมต้องดื่มกาแฟ







