หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมจีนถึงใช้กระต่ายหลักล้านตัว ในการต่อต้านการรุกคืบของทะเลทราย ?

เขียนโดย dukedicknarak

ถ้าคุณเลื่อนฟีดแล้วเจอข่าวแปลก ๆ ว่า “จีนปล่อยกระต่ายเป็นล้านตัวลงสู่ทะเลทราย” เชื่อว่าหลายคนต้องหยุดอ่านทันที พร้อมกับคำถามในหัวว่า เฮ้ย… ทำไปเพื่ออะไร กระต่ายมันอยู่ทะเลทรายได้เหรอ ฟังดูเหมือนพล็อตหนังแฟนตาซีหรือข่าวปลอม แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และเบื้องหลังมันน่าสนใจกว่าที่คิดเยอะเลย

ก่อนอื่นต้องเล่าย้อนนิดหนึ่งว่า จีนมีปัญหาใหญ่ที่สั่งสมมานานมาก นั่นคือ การขยายตัวของทะเลทราย โดยเฉพาะแถบตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ เช่น มองโกเลียใน กานซู่ ซินเจียง พื้นที่พวกนี้เดิมเคยเป็นทุ่งหญ้า เป็นแหล่งเกษตร แต่ด้วยการตัดไม้ ใช้ที่ดินหนักเกินไป และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ดินเสื่อม น้ำหาย ลมพัดแรง สุดท้ายพื้นที่สีเขียวก็กลายเป็นผืนทรายโล่ง ๆ ที่ขยายตัวเรื่อย ๆ

ผลกระทบมันไม่ได้จบแค่ตรงนั้นนะ ทะเลทรายที่ขยายตัวทำให้เกิด พายุทราย ที่พัดเข้าเมืองใหญ่ ดินทำกินหาย ผู้คนต้องอพยพ สัตว์เลี้ยงตาย เศรษฐกิจกระทบเป็นลูกโซ่ รัฐบาลจีนเลยต้องคิดสารพัดวิธีเพื่อหยุด “ทะเลทรายที่กำลังมีชีวิต” นี้ให้ได้

วิธีที่เราคุ้นกันก็คงเป็นการปลูกต้นไม้ ทำแนวกันลม หรือที่เรียกว่า “กำแพงสีเขียว” ซึ่งจีนก็ทำจริง ทำมานานหลายสิบปี แต่ปัญหาคือ ต้นไม้ปลูกยากมากในทะเลทราย น้ำไม่พอ ดินไม่อุ้มน้ำ ลมแรง ต้นกล้าอ่อนแอก็ตายก่อนโต พอปลูกตายเยอะ ๆ ก็เปลืองทั้งงบและเวลา

ตรงนี้แหละที่ “กระต่าย” โผล่มาในเรื่อง

กระต่ายที่จีนปล่อยลงไป ไม่ใช่กระต่ายบ้านน่ารักแบบที่เราเลี้ยงกัน แต่เป็น กระต่ายป่าพันธุ์ที่ทนสภาพแห้งแล้งได้ดี มันถูกคัดเลือกมาแล้วว่าอยู่ในพื้นที่กันดารได้ กระต่ายพวกนี้มีบทบาทสำคัญมากในเชิงระบบนิเวศ มากกว่าที่หลายคนคิด โดยกระต่ายสายพันธุ์ที่นำมาใช้ก็คือ กระต่ายสายพันธุ์ Rex นั่นเองซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมหลายๆประการเลยทีเดียว 

อย่างแรกเลยคือ กระต่ายช่วยปรับโครงสร้างดิน กระต่ายเป็นสัตว์ที่ขุดโพรง พอมันขุดดินขึ้นมา ดินที่แข็งแน่นจากลมและความแห้งแล้งจะเริ่มร่วนซุยขึ้น อากาศแทรกได้ดีขึ้น น้ำซึมลงไปได้มากขึ้น ดินที่เคยเหมือนปูนก็เริ่ม “หายใจ” ได้อีกครั้ง

อย่างที่สองคือ มูลกระต่าย ฟังดูไม่โรแมนติก แต่สำคัญมาก มูลของกระต่ายเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่อุดมไปด้วยไนโตรเจนและจุลินทรีย์ พอมันกระจายไปทั่วพื้นที่ ดินที่ตายแล้วก็เริ่มมีชีวิตขึ้นมาเล็กน้อย เมล็ดพืชป่าที่ปลิวมากับลมก็มีโอกาสงอกมากขึ้น

อย่างที่สาม กระต่ายช่วย ควบคุมพืชบางชนิด ในทะเลทรายมีพืชทนแล้งบางชนิดที่ขึ้นหนาแน่นเกินไป จนพืชอื่นไม่สามารถเติบโตได้ กระต่ายกินพืชเหล่านี้ ทำให้เกิดช่องว่างให้พืชหลากหลายชนิดเริ่มเข้ามาแทนที่ ระบบนิเวศจึงค่อย ๆ ฟื้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การฝืนธรรมชาติ

ที่สำคัญคือ กระต่ายเป็น จุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหาร เมื่อมีกระต่าย ก็จะมีผู้ล่า เช่น นกนักล่า สุนัขจิ้งจอก หมาป่าบางชนิด กลับเข้ามา ระบบนิเวศที่เคยเงียบตายก็เริ่มมีชีวิต มีการควบคุมประชากรตามธรรมชาติ ไม่ใช่ปล่อยแล้วปล่อยเลย

หลายคนอาจถามว่า แล้วมันไม่กลายเป็นปัญหาเหมือนกระต่ายในออสเตรเลียเหรอ คำถามนี้ดีมาก และจีนเองก็คิดถึงจุดนี้เหมือนกัน การปล่อยกระต่ายไม่ได้ปล่อยมั่ว ๆ แต่เป็นการปล่อยในพื้นที่ทดลอง ควบคุมจำนวน ติดตามผลอย่างใกล้ชิด และอยู่ในระบบนิเวศที่ยังมีผู้ล่าตามธรรมชาติ ไม่ใช่พื้นที่ปิด

ผลลัพธ์ที่ได้ แม้จะไม่ได้เห็นป่าขึ้นภายในปีสองปี แต่ในหลายพื้นที่พบว่า พื้นดินเริ่มมีพืชคลุมมากขึ้น ลมพัดทรายได้น้อยลง ความชื้นในดินดีขึ้น และต้นไม้ที่ปลูกภายหลังมีอัตรารอดสูงขึ้นอย่างชัดเจน

พูดง่าย ๆ คือ กระต่ายไม่ได้เป็นพระเอกเดี่ยว ๆ แต่เป็นเหมือน “ทีมซัพพอร์ต” ที่ช่วยปูพื้นฐานให้ธรรมชาติกลับมาทำงานของมันเอง

เรื่องนี้เลยสะท้อนแนวคิดสำคัญมากอย่างหนึ่ง นั่นคือ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่จำเป็นต้องสู้กับธรรมชาติ แต่ต้องทำงานร่วมกับมัน แทนที่จะฝืนปลูกต้นไม้บนดินที่ยังไม่พร้อม จีนเลือกฟื้นระบบนิเวศจากฐานราก ให้สัตว์ พืช และดิน ค่อย ๆ กลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง

สุดท้ายแล้ว ภาพกระต่ายหลักล้านตัวในทะเลทราย อาจดูแปลก ดูน่าขำ หรือดูไม่น่าเชื่อ แต่ถ้ามองลึกลงไป มันคือบทเรียนสำคัญว่า บางครั้ง คำตอบของปัญหาใหญ่ระดับประเทศ อาจเริ่มจากสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยนึกถึงเลยก็ได้ และใครจะไปรู้ วันหนึ่ง ทะเลทรายที่เคยว่างเปล่า อาจกลับมาเป็นผืนดินมีชีวิตอีกครั้ง ก็เพราะกระต่ายเหล่านี้นี่แหละ 🐇🌱

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 555 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: paktronghie, rage555
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกันเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮาราแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมไฟล์ข้อสอบเก่า ก.พ. (ภาค ก) ปี 2557–25698 โมเดลรถเหล็ก Tomica ที่คุ้มค่าเก็บสะสม! รุ่นไหนหายากจนราคาพุ่ง7 บอร์ดเกมเศรษฐียุคแรก ๆ ของไทย! ของเล่นบนกระดานที่เคยอยู่ตามบ้าน วันนี้ชุดครบกลายเป็นของสะสม5 ของเล่นสมัยก่อนที่คนนิยมเล่นกันที่สุด! ผ่านมาหลายสิบปี เด็กยุคนี้ก็ยังเล่น
ตั้งกระทู้ใหม่