Platonic Love ความรักแบบเพลโต มีความรัก ความผูกพัน ห่วงใย เน้นการสนับสนุนกันและกัน ไม่มีเรื่องเพศ หรือ ความรู้สึกโรแมนติกมาเกี่ยวข้อง
Platonic Love เป็นแนวคิดจากนักปรัชญากรีกโบราณ เพลโต (Plato) เขาเชื่อว่า ความรักรูปแบบนี้สามารถนำพาบุคคลให้เข้าใกล้อุดมคติอันศักดิ์สิทธิ์ได้ เพราะเมื่อเราค้นพบคุณลักษณะเชิงบวกของบุคคลอื่นที่ทำให้เรารู้สึกสมบูรณ์ หรือ เติมเต็ม ก็จะเกิดความรักรูปแบบนี้ขึ้นมาก
Platonic Love คือ ความสัมพันธ์ที่คนสองคนมีความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม มีความรู้สึกที่ลึกซึ้ง มีความรัก ความผูกพัน ห่วงใย และ สนับสนุนกัน โดยไม่มีเรื่องเพศ หรือ ความรู้สึกโรแมนติกเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกรูปแบบของความผูกพันทางใจ ที่เปิดกว้างให้ความรัก หรือ การอยากใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน ไม่ได้จำกัดไว้เพียงในรูปแบบของคนรัก เป็นความสัมพันธ์ในลักษณะเพื่อนสนิทที่คอยรักและห่วงใยกันและกัน โดยความสัมพันธ์ในลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน
องค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความรัก หรือ ความสัมพันธ์แบบพลาโทนิกขึ้นกับใครสักคนได้
1.ความใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้คนที่อยู่ในความสัมพันธ์มีความรู้สึกเกี่ยวดองกันสามารถบอกกล่าว การรับรู้ ความรู้สึก และความสนใจร่วมกันได้
2.ความซื่อสัตย์ ที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไว้ใจ เชื่อใจ กล้าที่จะแสดงออกทุกความรู้สึก
3.การยอมรับ ที่ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกสบายใจ ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของกันและกัน รู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวของตัวเอง
4.ความเข้าใจ ทั้งในตัวตนที่เป็นอยู่ ในเรื่องส่วนตัว ให้ความเคารพ ไม่บงการให้อีกฝ่ายทำตามที่ตัวเองต้องการ ไม่บังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ เข้าใจและเคารพพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ให้การสนับสนุนอีกฝ่าย
เมื่อความรักในรูปแบบพลาโทนิกเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ มีหลากหลายคำนิยามตาม จึงมีตัวอย่างนิยามความสัมพันธ์ที่หลายคนอาจเคยได้ยินอย่าง
1.“โบรแมนซ์” (Bromance) ซึ่งใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคู่ผู้ชายกับผู้ชาย
2.“วูแมนซ์” (Womance) ที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์พลาโทนิกของคู่ผู้หญิง
3.“เพื่อนคู่คิด” (Work Spouse) ใช้อธิบายคนที่อาจเป็นเพื่อนร่วมงานที่เข้าขา หรือ สนิทสนมกันมาก ๆ จนสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปจนถึงการร่วมชีวิตคู่ได้
ประโยชน์ของ Platonic Love
1.Dr. Cacioppo แนะนำว่า ‘การสนับสนุนทางสังคม’ (Social Support) คือ การมีคนคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ซึ่งใน Platonic Love ก็มีการสนับสนุนทางสังคมอยู่ด้วย เมื่อเรารับรู้ถึงการสนับสนุนทางสังคม เราจะรับรู้ว่าตัวเองได้รับความรัก ความเอาใจใส่ การเห็นคุณค่า และ การยอมรับ ส่งผลดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี และ ทำให้เกิดความมั่นคงทางอารมณ์ มีแรงจูงใจในการแก้ไขปัญหา มีความเครียดที่น้อยลง
2.ช่วยพัฒนา ‘Resilience’ การคืนกลับสู่สภาพเดิม ในทางจิตวิทยาหมายถึง ความสามารถทางอารมณ์และจิตใจในการปรับตัว และ ฟื้นตัว กลับสู่ภาวะปกติหลังจากเหตุการณ์วิกฤต ‘การล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้’
จากการศึกษาโดย van Harmelen และ คณะ (2017) พบว่า ตัวแปรทำนาย (Predictor) ที่มีอำนาจมากที่สุดของความสามารถในการฟื้นตัวหลังจากเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ คือ การมีมิตรภาพที่แข็งแกร่ง
3.สำหรับบางคน คือ ความพร้อมที่จะสร้างครอบครัวกับใครสักคนที่รักและเชื่อใจ โดยไม่มีความรู้สึกในเชิงโรแมนซ์ สำหรับบางคนคือ ความมั่นคงที่จะใช้ชีวิตในวันข้างหน้า โดยมีคนซัพพอร์ตอยู่ข้างหลัง
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
จีนเตรียมสร้างแผงโซลาร์ยักษ์ ขนาด 1 กิโลเมตรบนอวกาศ
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/5/69
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว





