แหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพ เลือกทางไหนให้ธุรกิจไปต่อได้จริง
การเริ่มธุรกิจสตาร์ทอัพสมัยนี้ ไม่ได้มีแค่ “ไอเดียดี” อย่างเดียวแล้วพอ
สิ่งที่เจ้าของกิจการทุกคนต้องคิดควบคู่กัน คือ
“จะหา แหล่งเงินทุน จากไหน ให้พอหมุน และไม่ทำให้เราหนักเกินไปในระยะยาว”
หลายคนเริ่มจากค้นคำในอินเทอร์เน็ตอย่าง
“สินเชื่อเพื่อธุรกิจ” “สินเชื่อธุรกิจSME” “สินเชื่อSMEคืออะไร” “เงินกู้ด่วนสำหรับธุรกิจ” “กู้SME ที่ไหนดี”
หรือแม้แต่คำที่แรงขึ้นอย่าง “สินเชื่ออนุมัติง่ายไม่เช็คภาระหนี้” แล้วก็เจอข้อมูลปะปนทั้งของจริงและข้อเสนอที่ดูเสี่ยง ๆ
บทความนี้เลยอยากชวนมามองภาพ “แหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพ” แบบเข้าใจง่าย
ว่าแต่ละทางเลือกเหมาะกับใคร มีข้อดีข้อควรระวังอะไร และจะใช้ แหล่งเงินทุน/ เงินกู้SME อย่างไรให้ธุรกิจไปต่อได้ ไม่ใช่ไปไม่รอดเพราะหนี้สิน
เนื้อหานี้ต่อยอดจากหัวข้อ “แหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพ”
ในบทความหลัก “สินเชื่อสตาร์ทอัพ แหล่งเงินทุนที่น่าสนใจ” บน easycashflows.com
1. ทำไมต้องคิดเรื่อง “แหล่งเงินทุน” ให้ชัด ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มธุรกิจ
สตาร์ทอัพส่วนใหญ่มีปัญหาเหมือนกันคือ
-
รายจ่ายมาแน่ ๆ ทุกเดือน (เงินเดือนทีม ค่าเช่า ค่าโฆษณา ฯลฯ)
-
รายได้ยัง “ไม่นิ่ง” ทั้งเรื่องยอดขาย และรอบเก็บเงินจากลูกค้า
ถ้าพึ่งแต่เงินเก็บส่วนตัวอย่างเดียว พอธุรกิจสะดุด 2–3 เดือน ก็อาจต้องหยุดกลางทาง
ในทางกลับกัน ถ้ารีบ “กู้เงินด่วน” หรือสมัคร สินเชื่อเพื่อธุรกิจ มากเกินไป
โดยไม่ดูความสามารถผ่อนชำระจริง ๆ ก็เสี่ยงที่เงินสดจะตึง และธุรกิจต้องมาใช้เวลาส่วนใหญ่แก้ปัญหาหนี้แทนการเติบโต
ดังนั้น เวลาคิดเรื่อง สินเชื่อธุรกิจSME หรือการ กู้SME
สิ่งที่ควรถามตัวเองให้ชัดคือ
-
เงินก้อนนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรแน่ ๆ (ลงทุน / เสริมสภาพคล่อง / ปรับปรุงระบบ ฯลฯ)
-
หลังจากใช้เงินก้อนนี้แล้ว ธุรกิจจะมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือค่าใช้จ่ายลดลงอย่างไร
-
เมื่อหักค่างวดสินเชื่อแล้ว “ยังเหลือเงินสดพอ” สำหรับเหตุฉุกเฉินไหม
ถ้าตอบสามข้อนี้ชัด การเลือกแหล่งเงินทุน และการใช้ สินเชื่อเงินกู้ จะกลายเป็นเครื่องมือพาธุรกิจโต แทนที่จะกลายเป็นภาระ
2. แหล่งเงินทุนหลัก ๆ ที่สตาร์ทอัพไทยใช้กัน (และควรมองให้ครบ)
หัวข้อ “แหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพ” ในบทความหลักพูดไว้ดีมากว่า
สตาร์ทอัพไม่จำเป็นต้องใช้แค่สินเชื่อธุรกิจSME จากธนาคารอย่างเดียว
แต่ควร “ผสม” เครื่องมือหลายแบบ ให้ต้นทุนรวมเหมาะสม และยืดหยุ่นกับรูปแบบรายได้ของเรา
ลองมาดูทีละประเภท โดยใช้ภาษาที่จับต้องง่ายขึ้น
2.1 เงินตัวเอง / หุ้นส่วน / ครอบครัว – จุดเริ่มต้นที่ใกล้ตัวที่สุด
-
ข้อดี
-
ตัดสินใจเร็ว ไม่ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติยาว
-
ยืดหยุ่นเรื่องกำหนดคืน / แบ่งผลตอบแทนได้ตามตกลง
-
-
ข้อควรระวัง
-
ถ้าไม่ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร อาจกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ภายหลัง
-
ไม่ควรเอาเงินเก็บส่วนตัวทั้งหมดมาลง จนไม่มีเงินสำรองชีวิต
-
แม้จะไม่ใช่ “สินเชื่อเพื่อธุรกิจ” แบบธนาคาร แต่ถือเป็น “ทุนตั้งต้น” ที่สำคัญมาก
หลายสตาร์ทอัพใช้วิธี Bootstrapping คือเริ่มจากเงินตัวเอง แล้วค่อยขยับไปใช้ เงินกู้SME เมื่อรายได้เริ่มนิ่งขึ้น
2.2 สินเชื่อเพื่อธุรกิจ / วงเงินหมุนเวียน (OD, Working Capital)
นี่คือกลุ่ม สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตจริงของสตาร์ทอัพ
เหมาะกับค่าใช้จ่ายประจำ เช่น
-
เงินเดือนทีมงาน
-
ค่าเช่าสถานที่ / คลังสินค้า
-
ค่าโฆษณา / แคมเปญตลาด
-
ค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ต้องจ่ายทุกเดือน
จุดเด่นของวงเงินหมุนเวียน
-
ใช้เท่าไร เสียดอกเบี้ยเท่านั้น
-
เหมาะกับธุรกิจที่มีรายได้หมุนเข้าบัญชีเรื่อย ๆ
-
ถ้าใช้ดี ปิด–ลดวงเงินเป็นรอบ ๆ ภาพวินัยการเงินจะดูดีในสายตาธนาคาร
คำสำคัญที่เจ้าของกิจการมักพิมพ์หาก็คือ
“สินเชื่อSMEคืออะไร” “สินเชื่อธุรกิจSME แบบไหนดี” “ขอวงเงิน OD สำหรับธุรกิจได้ไหม”
สิ่งที่อยากให้จำง่าย ๆ คือ
วงเงินหมุนเวียน = ตัวช่วยกัน “เงินขาดมือชั่วคราว” ไม่ใช่เงินก้อนสำหรับลงทุนใหญ่
ถ้าดึง OD เต็มวงเงินตลอดเวลา ต่อให้เป็น สินเชื่ออนุมัติง่ายไม่เช็คภาระหนี้ ตามโฆษณา ภาพรวมในบัญชีก็จะสะท้อนว่าเราหมุนเงินตึงมาก ซึ่งกระทบต่อการขอวงเงินใหม่ในอนาคตอยู่ดี
2.3 สินเชื่อเงินกู้ระยะยาว (Term Loan / Investment Loan)
กลุ่มนี้คือ สินเชื่อเงินกู้ สำหรับ “ลงทุนระยะยาว”
เช่น
-
ลงทุนเครื่องจักร
-
เปิดสาขาใหม่
-
ทำระบบหลังบ้าน / ระบบไอที / ระบบคลังสินค้า
-
ลงทุนโครงการที่คาดว่าจะคืนทุนใน 2–5 ปี
ลักษณะสำคัญ
-
ได้เงินเป็น “ก้อนเดียว” หรือแบ่งเบิกตามแผนงาน
-
ผ่อนชำระเป็นค่างวดรายเดือนชัดเจน
-
เหมาะกับเป้าหมายที่คำนวณ “คืนทุน – กำไร” ได้พอสมควร
เวลาพูดถึง สินเชื่อธุรกิจSME จากธนาคารใหญ่ ๆ ส่วนมากจะอยู่ในกลุ่มนี้
เจ้าของกิจการควรทำ “แผนเงินสดก่อน–หลังลงทุน” แบบง่าย ๆ เช่น
-
ก่อนลงทุน: กำลังผลิตเท่าไร กำไรต่อเดือนประมาณเท่าไร
-
หลังลงทุน: กำลังผลิตเพิ่มขึ้นกี่ % คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน
-
หลังหักค่างวด เงินกู้SME แล้ว ยังเหลือเงินสำรองหรือไม่
ถ้าตอบได้ชัด โอกาสที่คำขอสินเชื่อจะถูกมองในแง่บวก ก็สูงขึ้นมาก
2.4 แฟคตอริ่ง / AR Financing – เร่งเงินจากใบแจ้งหนี้
สตาร์ทอัพที่ขายสินค้า/บริการให้ลูกค้าองค์กร มักเจอปัญหา “ขายได้แล้ว แต่ต้องรอเงิน 60–90 วัน”
ทางเลือกหนึ่งคือการใช้ แฟคตอริ่ง (Factoring) หรือ AR Financing
-
ส่งงาน → ออกใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้า → นำใบแจ้งหนี้ไปขอ “เร่งเงินสด” จากสถาบันการเงิน
-
ปกติจะได้ประมาณ 70–90% ของมูลค่าใบแจ้งหนี้ก่อนล่วงหน้า
-
ลูกค้าจ่ายเงินเข้าจริงแล้ว ค่อยเคลียร์ส่วนที่เหลือ
ข้อดีคือไม่ต้องใช้วงเงิน OD มากเกินไป และทำให้การหมุนเงินของธุรกิจสม่ำเสมอขึ้น
แฟคตอริ่งจึงถือเป็น “แหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจ” ที่ช่วยให้ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ประเภทอื่นไม่ถูกใช้งานหนักเกินไป
2.5 เช่าซื้อ / ลีสซิ่ง – อยากใช้ของก่อน ค่อยทยอยจ่าย
ถ้าสตาร์ทอัพของคุณต้องใช้
-
รถขนส่ง
-
เครื่องจักร
-
อุปกรณ์ไอที หรือฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ
การใช้ เช่าซื้อ / ลีสซิ่ง มักจะเหมาะกว่าการจ่ายเงินสดก้อนเดียว เพราะ
-
ทำให้ยังมีเงินสดเหลือไปใช้หมุนเวียน
-
ผ่อนเป็นงวด ทำให้คุมค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้
-
ในบางกรณีสามารถใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ด้วย (ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)
แม้จะไม่ใช่ “เงินกู้ด่วน” แบบโอนเงินเข้าบัญชี แต่เป็น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ที่ผูกกับสินทรัพย์ชัดเจน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้ของจริงในการทำงานทุกวัน
2.6 สินเชื่อและโครงการพิเศษจากธนาคารของรัฐ
จุดที่น่าสนใจสำหรับสตาร์ทอัพไทย คือ ภาครัฐเริ่มออกโครงการสนับสนุน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่มากขึ้น เช่น
-
ธนาคารออมสิน – สินเชื่อ GSB SMEs Start-Up
ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินลงทุนในทรัพย์สินถาวร วงเงินต่อรายสูงสุดราว 10 ล้านบาท (ขึ้นกับความสามารถชำระหนี้และเงื่อนไขรอบนั้น) -
SME D Bank – โครงการสินเชื่อปลุกพลัง SME / Beyond ติดปีก SME / โครงการร่วมกับหน่วยงานนวัตกรรม
เน้นช่วยผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ มีวงเงินรวมระดับหลายหมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยโปรโมชันต่ำในช่วงปีแรก ๆ และมักมีระยะปลอดชำระเงินต้นควบคู่กับบริการพัฒนาธุรกิจ
โครงการเหล่านี้ไม่ใช่ สินเชื่ออนุมัติง่ายไม่เช็คภาระหนี้ แบบที่โซเชียลมักพูดกัน
ธนาคารยังต้องดูรายได้ ความสามารถชำระหนี้ และเครดิตอยู่เหมือนเดิม
แต่ “เกณฑ์” มักจะผ่อนปรนกว่าสินเชื่อเชิงพาณิชย์ทั่วไป และออกแบบมาให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้เริ่มธุรกิจจริง ๆ
2.7 ทุนหุ้น (Angel / VC / Equity Crowdfunding) และทุนจากโครงการรัฐ
นอกจาก สินเชื่อเงินกู้ ยังมี “แหล่งเงินทุนที่ไม่ต้องผ่อนคืน” หรือผ่อนแบบอื่น ๆ เช่น
-
Angel Investor / VC – ลงทุนในรูปแบบถือหุ้น แลกกับโอกาสเติบโตสูง
-
Equity Crowdfunding – เปิดให้ผู้ลงทุนจำนวนมากมาร่วมถือหุ้น
-
ทุนสนับสนุน / แกรนต์จากโครงการรัฐ – เน้นกลุ่มสตาร์ทอัพนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจบางด้าน
จุดที่ต้องคิดให้รอบด้านคือ
-
พร้อมไหมที่จะ “แบ่งหุ้น” และเปิดข้อมูลธุรกิจอย่างละเอียด
-
โครงสร้างสิทธิ์ของผู้ลงทุนมีผลต่อการบริหารงานอย่างไร
-
ถ้าใช้ควบคู่กับ สินเชื่อธุรกิจSME เราจะบริหารทั้ง “เจ้าหนี้” และ “ผู้ถือหุ้น” พร้อมกันได้ไหม
3. เลือกใช้สินเชื่ออย่างไร ให้ไม่กลายเป็นกับดัก
ไม่ว่าคุณจะเลือกแหล่งเงินทุนแบบไหน หลักคิดพื้นฐานของการใช้ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ให้ปลอดภัย มีประมาณนี้
-
เอาเงินกู้ไปลงกับสิ่งที่ “สร้างเงินเพิ่ม”
เช่น เพิ่มกำลังผลิต เพิ่มสต็อกช่วงไฮซีซัน ลงทุนระบบที่ช่วยลดต้นทุน
ไม่ใช่ใช้จ่ายไปกับรายการที่ไม่ได้เพิ่มรายได้หรือช่วยลดต้นทุนในระยะยาว -
หลังหักค่างวด ต้องยังเหลือเงินสดในธุรกิจ
โดยทั่วไป หลังหักค่างวดหนี้รวมแล้ว ควรเหลือเงินสดอย่างน้อย 30–40% ของเงินสดจากการดำเนินงานต่อเดือน เพื่อเผื่อเหตุไม่คาดฝัน -
หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ดูง่ายเกินจริง
ถ้าเจอคำโฆษณาประเภท“สินเชื่ออนุมัติง่ายไม่เช็คภาระหนี้ ได้เงินกู้ด่วนทันที เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว”
ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นผู้ให้บริการในระบบหรือไม่ ดอกเบี้ยจริงเป็นเท่าไร มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเปล่า -
เดินบัญชีให้เป็นระบบ
สำหรับสตาร์ทอัพที่ตั้งเป้าจะขอ สินเชื่อธุรกิจSME จากธนาคารในอนาคต
การแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจ เดินบัญชีให้เห็นรายรับ–รายจ่ายจริง
จะช่วยให้ธนาคารประเมินคำขอของคุณได้ง่ายขึ้นมาก
4. อยากเริ่มต้นวางแผนสินเชื่อสำหรับสตาร์ทอัพต่อ… ไปอ่านอะไรต่อดี?
ถ้าคุณอ่านถึงตรงนี้ แปลว่าเรื่อง แหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพ น่าจะกำลังอยู่ในหัวเต็ม ๆ แล้ว
ขั้นต่อไปที่อยากชวนคือ
-
ลองสำรวจว่า ตอนนี้ธุรกิจของคุณกำลัง “ขาดตรงไหน”
-
ขาดเงินหมุนระยะสั้น?
-
ขาดเงินลงทุนเครื่องมือ/ระบบ?
-
หรือขาดทุนก้อนที่ช่วยขยายทีมและการตลาด?
-
-
จากนั้นจึงค่อยเลือกใช้ เงินกู้SME แบบผสมผสาน
แทนที่จะหวังพึ่งสินเชื่อแบบเดียวแล้วให้มันทำทุกอย่าง
หากต้องการภาพรวมที่ลงลึกยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการประเมินสภาพคล่อง (Runway, Burn Rate, Milestone)
และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ สินเชื่อธุรกิจSME จากธนาคารหลายแห่งที่เหมาะกับสตาร์ทอัพ
แนะนำให้ลองไปอ่านบทความหลัก
“สินเชื่อสตาร์ทอัพแหล่งเงินทุนที่น่าสนใจ”
บนเว็บไซต์ easycashflows.com (หมวด คู่มือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ)
ในบทความหลักจะมีรายละเอียดเชิงลึกมากขึ้น ทั้งตัวอย่างจริงของ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ จากธนาคารต่าง ๆ
แนวทางเตรียมเอกสารให้ “ดูพร้อม” ในสายตาผู้ให้กู้
รวมถึงเทคนิควางโครงสร้าง แหล่งเงินทุน ให้ไม่เป็นภาระหนักเกินไปในอนาคต
ลองใช้เวลาวางแผนให้ดีสักนิดก่อนตัดสินใจกู้
เพราะถ้าใช้สินเชื่อได้ถูกจังหวะและถูกประเภทจริง ๆ
หนี้ จะกลายเป็น “คันเร่งธุรกิจ” ไม่ใช่ “เบรก” ที่ฉุดธุรกิจคุณให้อยู่ที่เดิมครับ
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น
โรงเรียนญี่ปุ่น ได้รับจดหมายขู่ฆ่ๅยกโรงเรียน


