รีวิวหนังดัง X-MEN FIRST CLASS
ก่อนจะมีโรงเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์เกิดขึ้น Charles Xavier เริ่มต้นในฐานะนักศึกษาอัจฉริยะที่เพิ่งได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ พร้อมกับความสามารถในการอ่านความคิดของคนอื่นได้
ขณะที่อีกด้านของชีวิต Erik Lansherr อยู่กับความเคียดแค้นถึง Sebastian Shaw อดีตผู้นำในกองทัพนาซีที่ฆ่าแม่ของเขา เพื่อเค้นให้เขาใช้พลังควบคุมโลหะ และต่อยอดในเรื่องของการฆ่าคนที่ Shaw ต้องการ
ผลงานการกำกับโดย Matthew Vaughn ซึ่งมีสไตล์การทำหนังในแบบของตัวเขาชัดเจน
เรื่องย่อ
Charles Xavier ได้ร่วมมือกับ CIA สาวหน้าหวาน Moira MacTaggert ในการตามล่าผู้ร้ายคนสำคัญอย่าง Sebastian Shaw ซึ่งเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ความสามารถขั้นสูง และลูกสมุนของเขาก็มีความสามารถสุดอันตรายที่ยากแก่การรับมือ
ระหว่างการไล่ตามจับกลางเรือสำราญ Charles ได้พบกับ Erik Lansherr เขาชวนมาร่วมทีมใสการล่า Shaw และรวมคนกลายพันธุ์คนอื่นๆมาร่วมทีมด้วย แม้พวกเขาจะเสียเปรียบที่ไม่เคยต่อสู้ห้ำหั่นกับใครมาก่อน
การฝึกฝนภายในคฤหาสน์ของ Xavier จึงเริ่มต้นขึ้นในฐานะโรงเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ เพื่อรวมพลต่อกรกับ Sebastian Shaw ที่มีความสามารถในการดูดซับพลังงานเข้าร่างกายทุกประเภท ทำให้ไม่มีอาวุธหรือพลังของใครทำร้ายเขาได้
เจตนาของ Shaw คือการยุยงให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จะได้ลบล้างมนุษยชาติให้เหลือเพียงมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยกัน จะได้ไม่มีใครรังเกียจพวกคนกลายพันธุ์อีกต่อไป
มือขวาของ Sebastian Shaw มีทั้งมือขวาคนสนิท Emma Frost วานรแดงที่ไปในที่ต่างๆได้ Azazel และไอ้หนุ่มพายุวาตภัย Janos Quested (Riptide)
ความชื่นชอบและประทับใจของครีเอเตอร์
1.การอารัมภบทของเหล่า X-MEN ด้วยตัวละครสมัยยังเป็นหนุ่มสาวจึงต้องใช้นักแสดงใหม่ยกชุดถือว่าน่าสนใจและนำเสนอได้อย่างชาญฉลาด หนังดำเนินเรื่องกระชับ ไม่ได้น่าเบื่อ ที่มาบางอย่างของ Magneto ที่เราสับสนใน X-MEN (2000) ภาคแรก เราก็รู้สึกเข้าใจตัวละครคนนี้มากขึ้น
2.การแสดงของตัวละครแต่ละคนก็ถือว่าใช้ได้ แม้จะยังไม่มีดสนาห์เทียบเท่าไตรภาคชุดแรกก็ตาม ที่สำคัญเราได้เข้าใจที่มาที่ไปของบุคลิกภาพสองคนที่ต่างกันสุดขั้วของ Charles และ Erik ทั้งคู่ยังคงนับถือเป็นเพื่อน แม้จะมีอุดมการณ์ต่อมนุษยชาติที่ต่างกันมาก แต่พวกเขาจะไม่ทำร้ายกันเองเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่ X-MEN ไตรภาคแรกไม่ได้เท้าความเอาไว้
3.มาถึงในส่วนของฉาก Action ก็นับว่าถูกใจใช้ได้อยู่นะ เพียงแต่มันยังเพิ่มดีกรีได้มากกว่านั้น โดยตัวหนังไม่ถึงกับมีฉาก Action อยู่เรื่อยๆก็สนุกอยู่แล้ว กระนั้น ฉากจบก็อยากให้จัดเต็มกว่านี้ให้สมกับตัวละครที่แน่นคับจอ
4.ดนตรีประกอบภาพยนตร์ก็ไพเราะและเข้ากับอารมณ์ของหนัง ผลงานภาคนี้เป็นการประพันธ์ของ Henry Jackman เพลง Soundtrack ที่แนะนำคือ X-training
5.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเรื่องคือยุค 1970 ทำให้หนังสามารถใช้บริบทเรื่องของสงครามที่กำลังเป็นข้อพิพาทกับรัสเซีย นอกจากนี้เรายังได้เห็นนักแสดงหลายคนที่ยังไม่แจ้งเกิดในตอนนั้นมาเป็นดาราดังที่น่าสนใจอย่างทุกวันนี้
นักแสดงที่ครีเอเตอร์สนใจก็คือ Kevin Bacon ในบท Sebastian Shaw ที่เจตนาให้มนุษยชาติได้รับรังสีนิวเคลียร์จนเหลือเพียงพวกกลายพันธุ์ด้วยกันเท่านั้นถึงจะไม่มีการกีดกันหรือต่อต้านด้วยความรังเกียจ
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง














