ย้อนรอยประวัติศาสตร์อาชญากรรมไทย 39 ปี ปิดเขาใหญ่ปล้น
ย้อนรอยประวัติศาสตร์อาชญากรรมไทย 39 ปี ปิดเขาใหญ่ปล้น
กลางความมืดมิดของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2529 ได้เกิดอาชญากรรมอุกอาจที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
เหตุการณ์ที่รู้จักกันในนาม “ปิดเขาใหญ่ปล้น” ได้สร้างความสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ กลุ่มโจรที่สวมชุดคล้ายทหารและมีอาวุธครบมือ ได้ก่อเหตุปล้นสะท้านขวัญนักท่องเที่ยวจำนวนมากบนเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ในวันหยุดพักผ่อน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ฉายภาพความโหดเหี้ยมของอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปยังนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ความสามารถอันยิ่งใหญ่ของตำรวจไทยในการคลี่คลายคดีที่ถูกมองว่าเป็นไปได้ยากที่สุดคดีหนึ่งลงได้ในที่สุด
1. โศกนาฏกรรมกลางป่า: การเปลี่ยนแผนจากล่าสมบัติสู่ปล้นสะท้านขวัญ
กลุ่มคนร้ายรวม 7 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและพรานป่าที่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน นำโดย นายบุญรอด คำเที่ยงป้อง หัวโจกอายุ 27 ปี เดิมทีกลุ่มนี้รวมตัวกันเพื่อล่าสมบัติหรือของป่า แต่ตัดสินใจเปลี่ยนแผนในช่วงวันหยุดยาว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเขาใหญ่จำนวนมาก
ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2529 กลุ่มโจรใช้อาวุธปืนอาก้าและอาวุธสงครามเข้าขวางถนนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 27-28 ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ เมื่อรถยนต์ของนักท่องเที่ยว รถสองแถว และรถนำเที่ยวถูกขวางทางไว้โดยไม่ทันตั้งตัว ก็ต้องหยุดนิ่งสนิท ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงบภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง กลุ่มโจรได้ปล้นทรัพย์สินไปจากรถยนต์ถึง 32 คัน มีเหยื่อรวม 110 คน ทรัพย์สินที่ถูกปล้นมีมูลค่ากว่า 300,000 บาท (ในสมัยนั้น)
นอกจากนี้ยังมีการเก็บเหรียญทองคำรัชกาลที่ 3 และพระเลี่ยมทอง ซึ่งภายหลังกลายเป็นเบาะแสสำคัญของคดี
2. ภารกิจสืบสวน: ตามรอยคนร้ายด้วย 'เซอร์ล็อคโฮม' แห่งกรมตำรวจ
เหตุการณ์ปล้นครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแทบไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เนื่องจากขาดเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย และมีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา กระทั่งกรมตำรวจต้องส่งยอดมือปราบจากส่วนกลางเข้ามาคลี่คลายคดี คือ พลตำรวจตรี ธนู หอมขุม ซึ่งได้รับฉายาว่า "เซอร์ล็อคโฮม"
ปมเบาะแสและการวิเคราะห์: พล.ต.ต.ธนู วิเคราะห์จากพฤติการณ์ว่าคนร้ายต้องเป็นคนในพื้นที่ที่มีความชำนาญป่า ไม่ใช่อาชญากรจากภายนอก ซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อที่ว่าคนร้ายอาจเป็นกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่หลบหนี
การปลอมตัวและเจาะข้อมูล: เพื่อหาเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น พล.ต.ต.ธนู ได้ลงพื้นที่สืบหาข่าวอย่างละเอียด โดยการ ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่สะพายปืน เดินป่าอย่างกลมกลืนเพื่อเข้าหาข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่ผู้ต้องสงสัย
การจับกุม: ความพยายามดังกล่าวเป็นผล เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ และพบหลักฐานสำคัญคือ เหรียญทองคำรัชกาลที่ 3 ที่บุญรอดได้ไปถูกซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักของเขา
กรมตำรวจได้แถลงข่าวใหญ่ "ปิดฉากคดีปล้นสะท้านโลก" เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2530 โดยสามารถจับกุมแก๊งโจรได้รวม 5 คน จาก 7 คน ผู้ต้องหาสำคัญ นายบุญรอด และนายบุญส่ง คำเที่ยงป้อง รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ถูกตัดสินโทษจำคุกคนละ 30 ปี ก่อนจะได้รับการลดโทษเหลือจำคุกคนละ 15 ปี
การปิดคดี "ปิดเขาใหญ่ปล้น" ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความโหดร้ายของอาชญากรรมยุคอดีต และเป็นบทพิสูจน์ความสามารถและไหวพริบของตำรวจไทยที่สามารถนำความยุติธรรมกลับคืนสู่สังคมได้ในที่สุด
#เรื่องเล่าในอดีต #ปิดเขาใหญ่ปล้น #คดีดังในตำนาน #อาชญากรรม #เขาใหญ่ #ประวัติศาสตร์ไทย
*******
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
สถิติสุดช็อก! เสียงคนไทยเกือบ 3 ล้านเสียง "สูญเปล่า" ทุกการเลือกตั้ง? เมื่อ "บัตรเสีย" อาจเปลี่ยนอนาคตประเทศได้มากกว่าที่คุณคิด
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
ดราม่าสนั่น! "ห่มสไบ-ใส่ยีนส์" ห้ามเข้าวัดดัง
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
ตี๋เหรินเจี๋ย ยอดตุลาการตงฉิน ผู้กอบกู้ความยุติธรรมกลางพายุอำนาจ
น้ำนมท่ามกลางซากพายุ: บทพิสูจน์มนุษยธรรมของ "อาริซเบธ อัมโบรซิโอ"
โลกที่ไร้เงาสตรี: เปิดตำนานนักบวชผู้ไม่เคยเห็นผู้หญิงเลยตลอดชีวิต
เงากรรมจากทุ่งนาเมืองอุเชน: เมื่อความรักถูกตอบแทนด้วยความตๅย





