พืชพรรณไม้น่าสนใจ : "การะเกด" พันธุ์ไม้หอมที่มีมาแต่โบราณ
เมื่อเอ่ยถึงไม้หอมของไทย “การะเกด” คือหนึ่งในชื่อที่หลายคนอาจคุ้นหูจากวรรณคดีหรือบทกลอนเก่า แต่แท้จริงแล้ว นอกจากความงามในถ้อยคำ “การะเกด” ยังเป็นพรรณไม้ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่นหอม และสรรพคุณทางยา ที่อยู่คู่กับภูมิปัญญาไทยมาเนิ่นนาน
การะเกด (ชื่อวิทยาศาสตร์ Pandanus odorifer) จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นที่สามารถสูงได้ถึง 3–7 เมตร ลำต้นของมันมักแตกกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างงามสง่า มีรากอากาศยาวและแข็งแรงช่วยค้ำยัน ทำให้ดูโดดเด่นคล้ายไม้ประดับทรงพลังแห่งสวนเมืองร้อน ใบของการะเกดเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับกันเป็นสามเกลียวบริเวณปลายกิ่ง สีเขียวสดหรือเขียวด่างตามสายพันธุ์ ขอบใบมีหนามแข็งยาวประมาณ 0.2–1 เซนติเมตร เพิ่มความคมคายให้กับรูปลักษณ์โดยรวม
สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการปลูกเป็นไม้ประดับ คือสายพันธุ์ที่มี “ใบด่าง” เนื่องจากให้ความรู้สึกสดใสและมีความสวยงามมากกว่าสายพันธุ์ใบเขียวสนิท หลายบ้านนิยมปลูกไว้ริมรั้วหรือมุมสวน เพราะต้นการะเกดเติบโตได้ดีในแสงแดดจัดถึงรำไร อีกทั้งยังให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ชวนให้รู้สึกสดชื่น
สิ่งที่ทำให้การะเกดมีชื่อเสียงเหนือไม้หอมหลายชนิด คือ “ดอก” ที่งดงามและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ดอกของการะเกดแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้จะออกเป็นช่อแนวยาวตั้งตรง มีความยาวประมาณ 25–60 เซนติเมตร มีกาบสีนวลหุ้ม กลีบดอกไม่มี แต่เกสรเพศผู้รวมตัวกันเป็นกลุ่มและส่งกลิ่นหอมละมุน โดยเฉพาะในยามค่ำคืน กลิ่นของดอกการะเกดจะลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ชวนให้รู้สึกเย็นใจราวกับกลิ่นหอมจากทะเลใต้
ส่วนดอกเพศเมียของการะเกดนั้นจะรวมตัวกันเป็นช่อค่อนข้างกลม ประกอบด้วยเกสรเพศเมียจำนวนมาก เมื่อผสมพันธุ์ติดผล ผลของการะเกดจะเบียดกันแน่นเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10–20 เซนติเมตร ผลสุกจะส่งกลิ่นหอมแรง มีสีเหลืองสลับแสดตรงกลาง และสีน้ำตาลอมเหลืองบริเวณปลาย คล้ายกับลูกสับปะรดย่อส่วน แต่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ผลที่สุกแล้วภายในจะมีโพรงอากาศจำนวนมาก เป็นจุดเด่นเฉพาะของไม้ชนิดนี้
ในอดีต คนไทยนิยมนำ “ดอกการะเกด” มาใช้ในตำรับยาหอม เพราะกลิ่นหอมของมันมีคุณสมบัติช่วยให้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ บรรเทาอาการกระสับกระส่าย และทำให้จิตใจสงบลง ดอกการะเกดยังมีรสขมเล็กน้อย นิยมใช้รับประทานเพื่อ “แก้โรคในอก” เช่น บรรเทาอาการเจ็บคอ ขับเสมหะ และช่วยบำรุงธาตุได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ดอกการะเกดยังเคยถูกนำมาอบกลิ่นเสื้อผ้าและเครื่องหอมในวังไทยโบราณ กลิ่นของมันให้ความรู้สึกหอมละมุน ไม่ฉุนจัดแบบดอกไม้อื่น จึงเหมาะสำหรับอบผ้าหรือเครื่องแต่งกาย ทำให้กลิ่นติดทนนานและให้ความรู้สึกสะอาดนุ่มนวล
ชื่อ “การะเกด” ยังถูกกล่าวถึงในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่นใน ขุนช้างขุนแผน หรือ อิเหนา ซึ่งมักใช้แทนสตรีที่งดงามและมีกลิ่นหอมละเมียดละไม เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความอ่อนหวานและเสน่ห์แบบไทยแท้
จะปลูกไว้เพื่อความสวยงาม เป็นไม้หอมประดับสวน หรือจะใช้ดอกมาทำยาและอบกลิ่นผ้า การะเกดก็ยังคงเป็นพรรณไม้ที่ผสมผสานทั้งความงาม ความหอม และคุณค่าได้อย่างลงตัว เป็นตัวแทนของ “เสน่ห์ไทย” ที่ไม่เคยเลือนหายไปจากกาลเวลา 🌿✨
จังหวัดที่มีเกาะในทะเลไทย จำนวนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
เขมรเตรียมเฮ!!..ต่างด้าวเรียนฟรี ภาษีคนไทย
นายกเขมรพร้อมถอนกำลังทหารอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากชายแดนทันทีหากไทยบริจาคเงิน 1,500 ล้านบาทให้กับกัมพูชา
ชายชรากับน้ำ 12 ขวด: ภารกิจยื้อชีวิตสัตว์ป่ากลางทะเลทรายอิรักที่ร้อนระอุ
10ประเทศที่ตุนทองคำมากที่สุดในโลก
ค่าเงินที่มีราคาแพงที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
สรุปเทรนด์ "เลขเด็ด" งวด 1 ก.พ. 69 มัดรวมเลขคนดัง-วันเลือกตั้ง-กระแสโลกโซเชียล
เจาะแนวทาง "เงินเทวดา" งวด 1 กุมภาพันธ์ 2569 ฟันธงเลขวิ่ง 6 เด่นชัดทั้งบนและล่าง
ทำไมสำนวนไทย"กลัวจนขี้ขึ้นสมอง"..เกี่ยวข้องอะไรกับ "กุ้ง"?
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ฮือฮา! "ดวงจันทร์ 4 ดวง" โผล่เหนือท้องฟ้า เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
“กิ่งแก้ว” หนังไทยที่ถูกเม้าท์แรง รีวิวสับยับ จนกลายเป็นประเด็นร้อน
ช้างป่าเหยียบนักท่องเที่ยวชาย ดับคาลานกางเต็นท์ คลองปลากั้ง เขาใหญ่ คาดเป็น “เจ้าอ้อยหวาน”
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง




