#กระทรวงเวทย์มนต์: เปิดตำนาน “กระทรวงแพทยาคม” ที่เคยมีจริงในกรุงศรีอยุธยา! โทษร้ายแรงกว่า “ล่าแม่มด” ในยุโรป
คุณเคยคิดไหมว่าประเทศไทยเคยมี “กระทรวงเวทย์มนต์” เหมือนในนิยาย? ดร.กิฟท์นางมารพยากรณ์ จะมาเปิดหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชี้ว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีหน่วยงานรัฐที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อ จัดการกับจอมขมังเวทย์ ไสยศาสตร์ และคุณไสย จริง ๆ! กระทรวงนี้มีอำนาจถึงขั้นกำหนด โทษประหารชีวิต 21 สถาน ซึ่งมีความรุนแรงกว่าการ “ล่าแม่มด” ของตะวันตกหลายเท่า
1. ยุคทองของไสยศาสตร์และการก่อตั้งหน่วยงานรัฐ
เรื่องราวนี้ย้อนไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ตรงกับ พ.ศ. 2168 เป็นยุคที่เกิดเรื่องราวลี้ลับมากมายใต้แผ่นดิน ผู้ที่ถูกเรียกว่า “จอมขมังเวทย์” หรือกลุ่มคนที่สื่อสารกับวิญญาณได้ ได้รวมตัวกันและเริ่มใช้ความเชื่อเหล่านี้สร้างอิทธิพลและคานอำนาจ
• ความจำเป็นเร่งด่วน: สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการใช้ เสน่ห์ยาแฝด และคุณไสยเพื่อแก่งแย่งตำแหน่งและสร้างความวุ่นวายในวัง จึงจำเป็นต้องตั้งหน่วยงานภาคขึ้นมารับมือ
2. “กระทรวงแพทยาคม” ที่ไม่ได้รักษาแค่โรค
หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่คือ กระทรวงแพทยาคม ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการ ดำเนินคดี กับเหล่าผู้ใช้ไสยศาสตร์และอาคม รวมถึงการวิเคราะห์คดีที่เกี่ยวข้องกับอำนาจเหนือธรรมชาติ
• บทบาทสำคัญ: กระทรวงนี้ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิพากษาคดีไสยศาสตร์ เพื่อป้องกันการกล่าวหาใส่ร้ายผู้คนอย่างไม่เป็นธรรม โดยเน้นจัดการกับ ผู้ที่ใช้ไสยศาสตร์สร้างความเดือดร้อนต่อความมั่นคงของรัฐ
3. บทลงโทษที่รุนแรงกว่าการล่าแม่มดในตะวันตก
ในสมัยพระบรมราชาธิราชที่ 2 กฎหมายได้กำหนดโทษสูงสุดสำหรับนักโทษคดีด้านไสยศาสตร์และอาคมไว้เรียกว่า “โทษประหารชีวิต 21 สถาน” ซึ่งมีรายละเอียดการลงโทษที่น่ากลัวมาก
• ความรุนแรง: นักประวัติศาสตร์ชี้ว่า โทษเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าการล่าแม่มดในยุโรปและอเมริกาเสียอีก แม้ว่าการกำหนดโทษที่รุนแรงนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ปราบปราม และเตือนให้เหล่าผู้มีอาคมไม่กล้าทำอะไรที่โจ่งแจ้งผิดกฎหมาย
4. จากไสยศาสตร์สู่กฎหมายสมัยใหม่
กระทรวงแพทยาคมมีบทบาทในการดำเนินคดีกับเหล่าผู้มีวิชาพิเศษเรื่อยมาจนถึง สมัยต้นรัตนโกสินทร์
• รัชกาลที่ 3: ในสมัยนี้ กระทรวงแพทยาคมเริ่มถูกมองว่าเป็นเรื่องราวที่ล้าสมัย รัฐบาลเริ่มใช้ กฎหมายแบบสมัยใหม่ บังคับใช้กับผู้ที่มีปัญหา โดยให้ความสำคัญกับ "เจตนา" และ "การกระทำ" มากกว่าเรื่องคุณไสย
• รัชกาลที่ 5: กระทรวงแพทยาคมถูกยุบลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2434 เพื่อต้อนรับนโยบายพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมกับชาติตะวันตก
5. คดีสุดท้าย: กบฏผีบุญในยุคปัจจุบัน
แม้กระทรวงจะถูกยุบไปแล้ว แต่ปัญหาความเชื่อและผู้ที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษยังคงมีอยู่ คดีสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับกบฏไสยศาสตร์ คือ คดี กบฏศิลา วงศ์ศิลป์ ในช่วงปี 2502
• การจัดการ: จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต้องเดินทางไปสอบสวนคดีนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากกลุ่มของนายศิลาได้ก่อความวุ่นวายและมีการซ่องสุมกำลังติดอาวุธ ซึ่งสุดท้ายนายศิลาได้รับโทษประหารตามกฎหมายมาตรา 17 ว่าด้วยการบ่อนทำลายความมั่นคง
เรื่องราวของกระทรวงแพทยาคมและกบฏผู้มีอาคมเหล่านี้ สะท้อนว่าความเชื่อเกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติไม่เคยหายไปจากสังคมไทย แต่ถูกจัดการด้วย อำนาจรัฐ ที่มีความเด็ดขาดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
#กระทรวงแพทยาคม #ไสยศาสตร์ #จอมขมังเวทย์ #ประวัติศาสตร์ไทย #ล่าแม่มด
***********************
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
ครูมวยพิมายควบ "เจ้าทอม" สู้แดดไปเลือกตั้ง! สีสันโคราชคึกคัก ปลุกพลังใช้สิทธิเปลี่ยนประเทศ
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
รอยสักอมตะจากชั้นดินเยือกแข็ง: ถอดรหัสชีวิต "เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งไซบีเรีย"
พิธีวัชรกีลายะ (Gutor Puja) และระบำหน้ากาก: ชำระล้างสิ่งอัปมงคล เปิดรับพลังงานบวกแห่งปีใหม่ของชาวทิเบต
ตำนาน "โยนีปีศาจ" แห่งพนมรุ้ง รากเหง้าวัฒนบนแผ่นดินบุรีรัมย์
เมื่อสนามประลองกลายเป็นทะเล และจุดเปลี่ยนสู่โรงละครแห่งความตาย

