เผยเบื้องหลังการทำ "ฮอตด็อก"..รู้แล้วอาจจะเลิกกินไปเลย
เขียนโดย Mac Casanova
เผยเบื้องหลังการทำ "ฮอตด็อก"..รู้แล้วอาจจะเลิกกินไปเลย ทั้งนี้หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า "ฮอตด็อก" มันทำมาจากอะไรกันแน่ แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า เมื่อคุณรู้เบื้องหลังการผลิตไส้กรอกชนิดนี้บางทีคุณอาจจะไม่กินมันอีกเลย
"ฮอตด็อก" มีต้นกำเนิดมาจากเยอรมันและออสเตรีย เดิมทีมีชื่อว่า "เวียนเนอร์" หรือ "แฟรงก์เฟอร์เตอร์" มีผู้อพยพชาวเยอรมันได้นำไส้กรอกเหล่านี้ไปจำหน่ายยังสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 19 และเมื่อผ่านกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก จึงได้กลายเป็นฮอตด็อกในที่สุด
หนึ่งในซีรี่ส์ที่เผยให้เห็นกระบวนการผลิตฮอตด็อก ก็คือ How It's Made ทางช่อง Discovery Channel ซึ่งได้พาไปดูโรงงานผลิตฮอตด็อกในปี 2003 ที่ผ่านมา รายการนี้บอกเลยว่าได้อธิบายทุกขั้นตอนการผลิตไว้อย่างชัดเจน สำหรับ "ฮอตด็อก" ส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ก็เริ่มต้นมาจากการผสมเนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อไก่ นำมาบดรวมกัน ซึ่งมักเป็นเศษเนื้อที่เหลือจากการแปรรูปอื่นๆ หลังจากนั้นจึงนำมาบดรวมกันในเครื่องจักร โดยมีส่วนผสมอื่นๆ อีก อาทิเช่น แป้งข้าวโพด เกลือ และเครื่องปรุงรสต่างๆ ทั้งหมดจะถูกนำมาเติมลงในส่วนผสมที่บดละเอียดแล้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเนื้อครีมสีชมพูเลยก็ว่าได้
หลังจากนั้นจะมีการฉีดน้ำและน้ำเชื่อมข้าวโพดลงไป เพื่อเพิ่มความหวานในส่วนผสมที่กำลังปั่นอยู่ในถังโลหะขนาดใหญ่ แล้วนำเอาเนื้อที่ผสมรวมกันผ่านเครื่องจักรเพื่อปั๊มเป็น "ฮอตด็อก" เข้าไปในปลอกพลาสติก เมื่อได้รูปทรงไส้กรอกแล้ว ก็จะถูกนำไปปรุงสุกและรมควัน เมื่อทำการผลิตเสร็จสิ้น ก็จะทำให้เย็นลงและทำการบรรจุหีบห่อ พร้อมส่งไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตต่อไป
จากเบื้องหลังการผลิต "ฮอตด็อก" นี้ เราก็จะได้คำตอบแล้วว่า มันผลิตมาจากเศษเนื้อบดละเอียด (หมู, ไก่, วัว) ผสมกันกับแป้ง เครื่องปรุงรส และน้ำเชื่อมข้าวโพด และทำการอัดลงไปในปลอกพลาสติก แม้หลายคนอาจจะรู้ความจริงนี้แล้วบางทีก็ไม่อยากจะทานอีกต่อไป แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภคแล้ว
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
เผยชีวิตจริง "ลูกเศรษฐีญี่ปุ่น" วัย 35 ไม่เคยทำงาน ใช้เงินเดือนละแสน แต่ทำไมไม่มีความสุข?
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
เพจ "พรรคภูมิใจไทย" ทัวร์ลงยับ! ถึงกับปิดคอมเมนต์หนี..หลังชาวเน็ตโวยน้ำมันแพง
‘อยู่บ้านต้องทาครีมกันแดดไหม’ ครีมกันแดดจำเป็นแค่ไหน แม้ไม่ได้อออกจากบ้าน แสง UV จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ส่งผลเสียต่อผิวหนังหรือไม่?
รู้หรือไม่...ฟ้าที่ผ่าบนดาวพฤหัสฯ จะมีความรุนแรงกว่าบนโลกเป็นร้อยเท่า !!!
ฟีฟ่าเปิด 5 กฎเหล็ก ฟุตบอลโลก 2026 ยกระดับเกมให้เร็วและสนุกกว่าเดิม
งบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่น





