หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"อามะซัง" เงือกสาวเเห่งท้องทะเลญี่ปุ่น

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

     "อามะซัง" ชื่อนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนไทยเท่าไหร่นัก แต่ชาวญี่ปุ่นจะรู้จักดี เพราะสาวๆเหล่านี้ ทำอาชีพการดำน้ำหาของทะเลสดๆขึ้นมาจากท้องทะเล เปรียประดุจนางเงือกเเห่งท้องทะเล วันนี้เราทำความรู้จัก "อามะซัง" กัน

“อามะซัง” คือหนึ่งในตำนานอาชีพนักดำน้ำตัวเปล่าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานนับพันปี ผ่านการสืบทอดการดำน้ำภายในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น มักพบเห็นได้ในบริเวณชายฝั่งของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะจังหวัดมิเอะ และจังหวัดอิชิกาวะ 

 

   การดำน้ำของอามะซังโดยส่วนมากจะเป็นการดำลงไปเพื่อเก็บหอย และสาหร่ายทะเล เพื่อนำมาประกอบอาหาร หรือนำมาขายสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว การดำน้ำของอามะซังจึงเป็นมากกว่าอาชีพ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น

 

ในอดีตสังคมญี่ปุ่นมีการแบ่งบทบาท แบ่งหน้าที่ผ่านเพศสภาพอย่างชัดเจน ผู้ชายจะทำงานหารายได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนผู้หญิงมักจะมีหน้าที่ดูแลบ้านเรือนทำอาหารให้กับคนในครอบครัว ซึ่งวัตถุดิบในการปรุงอาหารส่วนหนึ่งก็ได้มาจากการดำน้ำหาในท้องทะเล ดังนั้น เราจึงมักจะเห็นว่าคนที่เป็นอามะซังส่วนใหญ่จึงเป็นผู้หญิง เพราะเป็นหน้าที่ที่ถูกสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

หญิงสาวที่จะเป็นอามะซังนั้นต้องเริ่มฝึกการดำน้ำตั้งแต่เด็ก เพื่อเรียนรู้เทคนิคการกลั้นหายใจ และการดำน้ำในน้ำเย็น ให้ร่างกายเกิดความเคยชิน จนสามารถปรับรูปแบบการหายใจให้ดำน้ำเป็นเวลานานๆ รวมไปถึงการเรียนรู้เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดำน้ำ รู้จักทะเล รู้จักแหล่งอาหารในทะเล

 

นอกจากนี้ ภายในร่างกายของผู้หญิงจะมีชั้นไขมันมากกว่าผู้ชาย จึงทำให้สามารถทนความหนาวเย็นของนํ้าได้ดีกว่า รวมไปถึงการกลั้นหายใจก็สามารถทำได้ดีกว่าผู้ชายเช่นเดียวกัน อามะซังบางคนสามารถดำลงไปได้ลึกถึง 15-20 เมตร ด้วยการหายใจเข้าเพียงแค่ครั้งเดียว และไม่ต้องพึ่งถังออกซิเจนหรืออุปกรณ์ใดๆ

อามะซังนอกจากจะเป็นผู้หญิงแล้ว โดยส่วนมากยังเป็นผู้สูงวัยอีกด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าการดำน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง จึงทำให้ผู้ที่เป็นอามะซังมักจะมีสุขภาพที่ดีกว่าคนทั่วไป แม้จะอยู่ในวัย 90 ปี ก็ยังสามารถดำผุดดำว่ายเก็บของในทะเลได้ไม่ต่างจากคนหนุ่มสาว 

 

และด้วยความที่ว่าอามะซังคืออาชีพ คือวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทำให้ผู้ที่เป็นอามะซังจะมีความผูกพันกับอาชีพนี้มากเป็นพิเศษ และต้องการที่จะสืบทอดต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิถีการเป็นอามะซัง จนทำให้รู้สึกว่าไม่สามารถที่จะหยุดทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แม้ว่าวัยจะล่วงเลยไปมากเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งสวนทางกับจำนวนผู้สืบทอดที่มีน้อยลงเรื่อยๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางทะเล การมีอาชีพอื่นที่น่าสนใจมากขึ้น และการขาดแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดอาชีพนี้

 

สมัยก่อนหลังจากอามะซังดำน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อย มักที่จะมานั่งพักผ่อนผิงไฟให้ความอบอุ่นกับร่างกายในกระท่อมอามะ แต่ในปัจจุบันกระท่อมแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อสืบทอดวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม

การสัมผัสวิถีชีวิตแบบอามะซังจะเริ่มจากการพาไปชมการดำน้ำตัวเปล่าบริเวณริมทะเล เป็นการโชว์ให้เห็นว่าวันนี้สามารถเก็บของทะเลอะไรขึ้นมาได้บ้าง หลังจากนั้นจะไปรวมตัวกันที่กระท่อมอามะ เพื่อชิมอาหารทะเลสดๆ ที่อามะซังจับขึ้นมา พร้อมฟังเรื่องเล่าจากเหล่าอามะ เกี่ยวกับการจับปลา และประสบการณ์ตลอดชีวิตที่พบเจอในท้องทะเล รวมไปถึงชมการแสดงร้องเล่นเต้นรำสไตล์อามะ ที่จะชวนทุกคนออกมาเต้นไปพร้อมๆ กัน หรือใครที่อยากคอสเพลย์เป็นอามะซังก็มีชุดอามะซังให้เช่าถ่ายรูป นอกจากนี้ ในบางหมู่บ้านก็มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตของอามะซังอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ วิถีชีวิตของเหล่าอามะซังได้รับการพูดถึงมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ หลั่งไหลกันมาเพื่อพบกับอามะซังตัวจริง ทำให้อามะซังไม่เพียงแต่จะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แต่ยังเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย การได้พบกับอามะซังตัวจริง เสียงจริง และได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตที่สัมผัสทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว จะส่งผลต่อไปยังการสืบทอดอาชีพอามะซังที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคนให้คงอยู่สืบไป 

*******

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 125 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: kyogisa, projor007, แด๊ดดี้จอเเดน, famai, davin, Freya Rune, goldfish13, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมจังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?กล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆฝุ่น PM2.5 ทำให้ความจำพร่าได้แค่ไหนทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวเสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยทำไม “สัปดาห์อวกาศโลก” ต้องเป็นวันที่ 4–10 ตุลาคม และปี 2026 ทำไมถึงพูดเรื่อง “Rocket Revolution”?
เกาะคินู ดินแดนลึกลับกลางทะเลบอลติก ที่ผู้หญิงคือผู้กุมชะตาและสืบทอดวัฒนธรรมเขื่อนของบีเวอร์ในอัลเบอร์ตา แคนาดา เป็นเขื่อนบีเวอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเปิดโครงสร้าง "โกลเดนเกต" มหากาพย์วิศวกรรมเหนือน่านน้ำมหาสมุทรกินเจทำไมต้อง “9 วัน” แล้วทำไมคนถือศีลถึงนิยมใส่ชุดขาว?
ตั้งกระทู้ใหม่