ชาวบาจาว (Bajau) : ชนเผ่าที่ดำน้ำอึดที่สุดในโลก
คุณเคยชมภาพยนตร์เรื่อง Waterworld หรือไม่ที่พระเอกอย่างเควิน คอล์เนอร์ เป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่กับน้ำสามารถดำน้ำได้นาน เพราะมีเหงือกเหมือนปลาอยู่ข้างกกหู หรือไม่ นั่นคือภาพยนตร์ที่เห็นถึงการปรับตัวของมนุษย์ให้สามารถในการดำรงชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงมีชนเผ่าเร่ร่อนอยู่ชนเผ่าหนึ่งที่วิถีของเขาต้องใช้ชีวิตหากินอยู่กับท้องทะเลส่งผลให้ ร่างกายของพวกเขาเหล่านั้นมีการปรับตัวให้หายใจใต้น้ำได้นานกว่ามนุษย์ทั่วไปนั่น ก็คือ ชาวบาจาว (Bajau)
ชาวบาจาว (Bajau) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ได้รับการบันทึกไว้ครั้งแรกโดยชาวยุโรปในปี ค.ศ. 1521 เมื่อ อันโตนิโอ พิกาเฟตตา นักสำรวจชาวเวนิสพบพวกเขาในฐานะคนเร่ร่อนทางทะเล ชาวบาจาว ตกปลาและดำน้ำมาเป็นเวลาหลายพันปี
ชนเผ่า”บาเจา” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ชนเผ่าทะเล (Sea Gypsies หรือ Sea Nomads) ตั้งแต่เกิดจนเติบใหญ่ ที่พำนัก ที่วิ่งเล่นของพวกเขา คือ ใจกลางมหาสมุทรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยพวกเขาอาศัยอยู่กลางทะเลมานับพันปี จนร่างกายเกิดวิวัฒนาการทำให้ดำน้ำได้นานกว่ามนุษย์ธรรมดาถึง 3 เท่า และนี่คือความสามารถพิเศษที่ถูกจำกัดและเกิดขึ้นเฉพาะคนในชนเผ่าบาเจาเท่านั้น ข้อมูลจากสาระคดี Human Planet ของ BBC ได้ถ่ายทอดชีวิตของชายในชนเผ่าคนหนึ่งที่ชื่อว่า “เซาบิน” ซึ่งสามารถดำน้ำได้นานถึง 3 นาทีต่อหนึ่งลมหายใจขณะเคลื่อนไหว แต่คนที่อึดที่สุดนั้นสามารถกลั้นหายใจได้ถึง 13 นาที ซึ่งมนุษย์ทั่วไปนั้นสามารถกลั้นหายใจขณะดำน้ำได้เฉลี่ยเพียง 30 – 40 วินาทีเท่านั้น โดยชนเผ่าบาเจาอาศัยอยู่ในบ้านกลางทะเล ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเดินทางย้ายถิ่นที่อยู่ไปเรื่อยๆ จะขึ้นฝั่งก็ต่อเมื่อต้องขายปลา ซื้อของจำเป็น หลบภัยจากพายุกลางทะเล หรือเมื่อต้องทำพิธีฝังศพเท่านั้น ส่งผลให้นำไปสู่วิวัฒนาการของม้ามที่ใหญ่ขึ้นซึ่งทำให้สามารถดำน้ำได้นานขึ้น
ชาวบาเจากล่าวว่า เริ่มแรกของชีวิตใต้ทะเลนั้น พวกเขาต้องทนทรมานกับอาการเลือดออกหู ออกจมูก และต้องใช้ระยะเวลานอนเป็นสัปดาห์เพื่อคลายอาการวิงเวียน แต่เมื่อผ่านจุดนั้นมาได้ จะดำน้ำได้โดยไร้ซึ่งความเจ็บปวดใดๆ อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่ใช่สัตว์น้ำ สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับ ชาวบาเจาก็คือการดำน้ำที่ระดับความลึกถึง 30 เมตรนั้นเสี่ยงต่ออาการแก้วหูแตกตั้งแต่วัยเด็ก
Dr. Melissa Ilardo นักวิจัยพันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย โคเปนเฮเกน ต้องการศึกษาลักษณะเดียวกันนี้ในมนุษย์ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย เธอได้ยินเรื่องราวของชาวเผ่าที่อาศัยอยู่กับทะเลและประทับใจกับเรื่องราวความสามารถในการดำน้ำของพวกเขาความสามารถในการดำน้ำของชาวบาจาว นั้นน่าทึ่ง โดยสามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 200 ฟุต และกลั้นหายใจได้นานถึง 13 นาที จึงได้ทำการศึกษาด้วยการสแกนร่างกายของชาวบาเจา จำนวน 59 คน ด้วยเครื่องอัลตราซาวน์แบบพกพาซึ่งพบว่าชาวบาเจานั้นมีอวัยวะม้ามที่ใหญ่กว่าคนทั่วไปถึง 50% รวมถึงยังใหญ่กว่าชาว “ซาลวน” ที่ตัวเลขเดียวกัน (ชาวซาลวน เป็นชาวเผ่าที่มีอาชีพเกษตรกรในอินโดนีเซีย เพื่อเปรียบเทียบขนาดของม้ามในห้องปฏิบัติการที่โคเปนเฮเกน ผลการศึกษาพบว่าขนาดเฉลี่ยของม้ามของชาวบาเจา มีขนาดใหญ่กว่าม้ามของชาวซาลวนถึง 50%)
จากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ม้ามที่ขยายใหญ่ขึ้นช่วยให้มีออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นถังดำน้ำทางชีวภาพในระหว่างการดำน้ำเป็นเวลานาน คนส่วนใหญ่กลั้นหายใจใต้น้ำได้ไม่กี่วินาที บางคนอาจนานได้นาทีกว่า แต่สำหรับชนกลุ่มน้อยที่เรียกกันว่าชาวบาจาว พวกเขามีความสามารถในการดำน้ำลึกด้วยตัวเปล่าอย่างน่าทึ่ง เพราะชาวบาจาวดำน้ำได้นานถึง 13 นาที และลึกลงไปถึง 60 เมตร พวกเขาอาศัยอยู่ตามชายฝั่งของฟิลิปปินส์, มาเลเซียและอินโดนีเซีย ยังชีพด้วยการดำน้ำจับปลาหรือเปลือกหอยเพื่อไปทำงานฝีมือขาย
ล่าสุดผลการศึกษาที่เผยแพร่ลงในวารสาร Cell พบว่าดีเอ็นเอของชาวบาจาวปรับตัวให้พวกเขามีม้ามขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อการดำน้ำโดยเฉพาะในจำนวนอวัยวะภายในทั้งหมด ม้ามไม่ใช่อวัยวะต้นๆ ที่จะถูกพูดถึง และในทางเทคนิคแล้วมนุษย์เรายังคงมีชีวิตต่อไปได้ แม้ไม่มีม้าม แต่ในขณะที่ม้ามของคุณยังคงทำงานดีอยู่มันจะช่วยขจัดเชื้อโรคและมีส่วนให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรงขึ้น รวมไปถึงรีไซเคิลเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ตายแล้วออกจากกระแสเลือด ซึ่งการศึกษาวิจัยก่อนหน้านี้ในแมวน้ำ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ใต้ทะเล นักวิทยาศาสตร์พบว่าม้ามของมันมีขนาดใหญ่ ดังนั้น Melisa Llrdo นักวิจัยจากศูนย์จีโอเจเนติก มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเเกนจึงต้องการศึกษาลักษณะเดียวกันนี้ในมนุษย์ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย เธอได้ยินเรื่องราวของชาวเผ่าที่อาศัยอยู่กับทะเลและประทับใจกับเรื่องราวความสามารถในการดำน้ำของพวกเขาความสามารถในการดำน้ำของชาวบาจาว นั้นน่าทึ่ง โดยสามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 200 ฟุต และกลั้นหายใจได้นานถึง 13 นาที นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถเดินข้ามก้นทะเลไปพร้อมๆกับการล่าปลา ชาวบาจาวต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในทะเลเป็นมนุษย์กลุ่มแรกๆที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการดำน้ำ ลักษณะทางสรีรวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวบาจาว จึงได้รับความสนใจทางวิทยาศาสตร์อย่างมาก
อย่างไรก็ตามชนเผ่าบาจาวมีถิ่นกำเนิดจากภูมิภาคหมู่เกาะซูลูทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ และเนื่องจากชนเผ่าเร่ร่อนในทะเล ชนเผ่านี้จึงได้แพร่กระจายไปยังน่านน้ำของมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย โดยทั่วไปแล้ว ชนเผ่าเหล่านี้มักปรากฏตัวในภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย เช่น ในน่านน้ำของหมู่เกาะมาลูกู ราชาอัมปัตสุลาเวสีไปจนถึงตอนเหนือของกาลีมันตัน มีสิ่งที่น่าสนใจและแปลกใหม่มากมายที่เราสามารถเรียนรู้จากชนเผ่าเร่ร่อนแห่งท้องทะเล ข้อเท็จจริงอันน่าทึ่งของชาวยิปซีทะเลแห่งบาจาว อินโดนีเซีย
บ้านของชาวบาจาวคือเรือของพวกเขา : ชาวบาจาวต่างจากคนทั่วไปที่อาศัยอยู่บนบก พวกเขาอาศัยอยู่บนเรือ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน อพยพจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งรอบทะเล จนได้รับฉายาว่า “ยิปซีทะเล” กิจกรรมของพวกเขาส่วนใหญ่ทำบนเรือ พวกเขาออกเดินเรือไปทั่วท้องทะเลเพื่อจับปลาและใช้ประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขามีชื่อเสียงในฐานะนักเดินเรือที่เก่งกาจ พวกเขาสามารถปรับตัวเข้ากับคลื่นลมแรงได้ สิ่งของและอุปกรณ์ทั้งหมดบนเรือเป็นทรัพย์สินของพวกเขาตลอดชีวิต
ชาวบาจาวไม่ได้ลงทะเบียนเป็นพลเมืองใดๆ : เรื่องน่าเศร้าคือ ชาวบาจาวไม่ได้รับการยอมรับจากพลเมืองคนใดเลย แม้ว่าชาวบาจาวจะมาจากหมู่เกาะซูลู ซึ่งยังคงเป็นส่วนหนึ่งของฟิลิปปินส์ แต่รัฐบาลฟิลิปปินส์เองก็ไม่ต้องการรับรองพวกเขาในฐานะพลเมืองฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับในมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย
ชีวิตของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป เมื่อพวกเขาพยายามจะอพยพไปยังแผ่นดินใหญ่ ซึ่งโดยปกติแล้วไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาจะถูกขับไล่โดยชาวท้องถิ่น มีอย่างน้อย 10 ภาษาที่ชนเผ่าบาจาวบางกลุ่มเป็นเจ้าของ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอาศัยอยู่บริเวณใดของทะเลนานที่สุด
ชาวบาจาวเป็นนักดำน้ำที่เก่ง : ชาวบาจาวมีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถในการดำน้ำเนื่องจากพวกเขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนเรือและทำกิจกรรมตกปลา แต่สิ่งที่ชาวบาจาวรู้จักมากที่สุดคือความแข็งแกร่งทุกครั้งที่ดำน้ำในทะเล พวกเขาสามารถกลั้นหายใจได้นานกว่ามนุษย์ทั่วไป ชาวบาจาวว่ายน้ำและดำน้ำเกือบทุกวัน จึงได้รับฉายาว่า “มนุษย์แห่งน้ำ” ตามตำนานเล่าว่า มีเด็กชายชาวเผ่าบาจาวคนหนึ่งที่หลับใหลอยู่ในน้ำ เพราะสนุกสนานกับการดำน้ำ
ชาวบาจาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม : ชาวบาจาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม พวกเขาเรียนรู้ศาสนานี้จากรุ่นสู่รุ่นมาตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเขาเดินทางมาเยือนน่านน้ำมาเลเซียและบรูไน แม้ว่าชาวบาจาวเกือบ 95% จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็ยังมีความเชื่อบางอย่างที่บรรพบุรุษของพวกเขายังคงยึดมั่น ซึ่งอาจยังคงเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องวิญญาณนิยมและพลังอำนาจ ในกลุ่มมักจะมีผู้อาวุโสหรือหมอผีหนึ่งคน ซึ่งบางครั้งจะประกอบพิธีกรรมเพื่อความปลอดภัยของกลุ่ม
ชีวิตและความตายของชาวบาจาวอยู่ที่ทะเล : ชาวบาจาวใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนเรือ พวกเขาคลอดลูกในทะเลและเสียชีวิตในทะเลเช่นกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นบนเรือของพวกเขา แต่เนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่เป็นมุสลิม พวกเขาจึงมักจะฝังศพครอบครัวบนแผ่นดินใหญ่ กระบวนการศพทั้งหมดมักจะเป็นไปตามประเพณีของศาสนาอิสลาม ตั้งแต่การอาบน้ำไปจนถึงการฝังศพ
ชาวบาจาวให้ความสำคัญกับศิลปะมาก : การพเนจรเหนือทะเลไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่รู้จักศิลปะ พวกเขายังมีศิลปะเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้จักกันดีในสังคมอินโดนีเซีย การเต้นรำพื้นเมืองของบาจาวมักจะแสดงเมื่อจัดพิธีแต่งงาน พวกเขายังมีบทเพลงพื้นเมืองที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น แม้จะอาศัยอยู่บนเรือ แต่ชาวบาจาวก็ชอบเล่นเครื่องดนตรีเช่นกัน เครื่องดนตรีที่พวกเขาใช้คือ “ปาเลา” (เครื่องดนตรีประเภทเป่าชนิดหนึ่ง) ทากุงโกและกาบบัง
ชาวบาจาวไม่สามารถอ่านและเขียนได้ : มีข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับชนเผ่าบาจาวซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย ปรากฏว่าส่วนใหญ่พูดภาษาอินโดนีเซียได้ไม่คล่อง แต่พูดภาษามาเลย์แทน ซึ่งบ่งชี้ว่าระบบเครือญาติของพวกเขามีความใกล้ชิดกับชาวมาเลย์มากกว่าชาวอินโดนีเซีย
ชาวบาจาวไม่รู้อายุของตัวเอง : ชีวิตเร่ร่อนในทะเลทำให้ชนเผ่าบาจาวไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของลูกหลานมากนัก ผลที่ตามมาก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ไม่รู้หนังสือ อันที่จริงแล้ว พวกเขาไม่รู้อายุของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
นี่คือวิถีชีวิตของชาวบาจาว ชนเผ่าเร่ร่อน หรือยิปซีแห่งท้องทะเลที่มีวิถีชีวิตอย่างเรียบง่ายและการปรับตัวของพวกเขาให้ดำรงคงอยู่คู่ท้องทะเล ถือว่าเป็นมนุษย์ที่ดำน้ำที่อึดที่สุดในโลกเผ่าหนึ่งก็ว่าได้
*****************
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
อินเดียแห่เที่ยวกัมพูชา เปิดไฟลต์ตรง กระแสมรดกฮินดูมาแรง
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์เดือด “ครูเขมร” สอนเด็กบิดเบือนประวัติศาสตร์ กล่าวหาไทยเป็นชาติเนรคุณ
หลวงปู่ศิลาให้พรในพิธีสะเดาะเคราะห์และพุทธาภิเษกเหรียญรุ่น อริยะทรัพย์ อริยะสัจ4 ก่อนหลุดโฟกัสขันน้ำมนต์.
ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันขึ้นปีใหม่ จาก "1 เมษายน" สู่ "1 มกราคม" เส้นทางความเปลี่ยนแปลงของปฏิทินไทย
ดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"
เครื่องบินประสบอุบัติเหตุกลางอากาศ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากถูกเหวี่ยงออกจากที่นั่ง
7 วันอันตราย ปีใหม่ 69 ผ่านมา 2 วัน ยอดดับ 86 ราย
สวดมนต์ข้ามปีระทึก! กระสุนปริศนาตกใส่สาวกลางวัดสิงห์ทอง สามีร่ำไห้เผยนาทีชีวิตเกือบสูญเสียภรรยา
ภาพนี้ที่รอคอย !!! ทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์ไปวางกั้นพรมแดนบ้านหนองจาน ตามเส้นเขตแดน 1:50000 เป็นที่เรียบร้อย
โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์เดือด “ครูเขมร” สอนเด็กบิดเบือนประวัติศาสตร์ กล่าวหาไทยเป็นชาติเนรคุณ
ราชสำนักกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซน ผนึกกำลังต้อนรับวีรบุรุษกองทัพ 18 นาย
ออสเตรเลียมอบเงินให้เขมร 250,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
บารมี "ท่านทองล้น" คนแห่ขอโชควันปีใหม่ 2569 ลุ้นเป็นเศรษฐีรางวัลที่ 1 รายที่ 19 แห่งวัดเขาช่องลม
ดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"
5 จอมโจรขมังเวทแห่งที่ราบสูง: ตำนานเสือร้ายภาคอีสานที่โลกต้องจดจำ
เปิดตำนานอาถรรพ์ "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" แห่งวัดกุฎีดาว: ความลี้ลับที่อยู่คู่แผ่นดินอยุธยา
โศกนาฏกรรมแม่ทัพ"หยวนฉงฮ่วน"ผู้ถูกกิน: เมื่อวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน ถูกชาวบ้าน "แล่เนื้อ" แกล้มเหล้าเพราะคำลวง
ย้อนรอยประวัติศาสตร์: เส้นทางปฏิทินไทยจาก "1 เมษา" สู่ "เคาท์ดาวน์ 1 มกรา"



