ครีมกันแดด สำคัญอย่างไร ? รวม 5 วิธีทาครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ผล
เขียนโดย potterreporter
ครีมกันแดด สำคัญอย่างไร ? รวม 5 วิธีทาครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ผล
ปัจจุบัน “แสงแดด” ไม่ได้เป็นเพียงศัตรูที่ทำให้ผิวคล้ำเสียเท่านั้น แต่รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดยังเป็นสาเหตุสำคัญของริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนัง ดังนั้น การทาครีมกันแดดที่ถูกวิธี จึงเป็นเกราะป้องกันผิวที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่า “แล้วควรทาอย่างไรถึงจะได้ผลจริง?”
บทความนี้จึงรวบรวม 5 วิธีทาครีมกันแดดอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องเต็มที่ พร้อมทั้งแนะนำการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว และโอกาสสำหรับผู้ที่อยากสร้างแบรนด์ครีมกันแดดกับโรงงานมาตรฐาน
ครีมกันแดด คืออะไร
ครีมกันแดด คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งเป็นรังสีที่มากับแสงแดดและสามารถทำร้ายผิวได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
โดยรังสี UV มี 2 ชนิดหลักที่เราต้องระวัง:
- UVA: ทำร้ายผิวในชั้นลึก ทำให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และผิวแก่ก่อนวัย
- UVB: ทำให้ผิวไหม้แดด แสบ แดง และเป็นสาเหตุหลักของการคล้ำเสีย
ครีมกันแดด จะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว โดยมีสารสำคัญ 2 กลุ่มหลัก
- สารกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen) – ทำหน้าที่ดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนก่อนจะระเหยออกไป
- สารกันแดดแบบกายภาพ (Physical Sunscreen) – ใช้สารที่ช่วยสะท้อนหรือกระจายรังสี UV ออกจากผิว เช่น Titanium Dioxide, Zinc Oxide
ครีมกันแดดจึงไม่ใช่แค่ตัวช่วยให้ผิวไม่คล้ำ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาผิว เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงโรคผิวหนังร้ายแรงอย่างมะเร็งผิวหนังด้วย
ทำไมต้องทาครีมกันแดด ?
เหตุผลที่เราควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่กลางแจ้งหรือในร่ม มีดังนี้
- ปกป้องผิวจากรังสี UV
- UVA ทำลายผิวชั้นลึก ทำให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และความแก่ก่อนวัย
- UVB ทำให้ผิวไหม้ แดง แสบ และเป็นสาเหตุของผิวคล้ำเสีย
ครีมกันแดดจะช่วยสร้างเกราะป้องกัน ลดการซึมผ่านของรังสีเหล่านี้สู่ผิวโดยตรง
- ลดความเสี่ยงการเกิดโรคผิวหนัง
การได้รับรังสี UV ต่อเนื่องและไม่มีการป้องกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคผิวหนังร้ายแรง เช่น มะเร็งผิวหนัง ครีมกันแดดจึงทำหน้าที่เป็น “ด่านแรก” ที่ช่วยลดโอกาสเกิดอันตรายนี้
- ป้องกันการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ
รังสี UV กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้เกิดรอยหมองคล้ำ ฝ้า และกระ การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอจึงช่วยให้ผิวสีสม่ำเสมอ ไม่ด่างดำ
- ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
UVA เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย การใช้ครีมกันแดดช่วยป้องกันการเสื่อมสลายนี้ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์นานขึ้น
- ปกป้องผิวแม้อยู่ในร่ม
รังสี UV สามารถทะลุผ่านกระจกและหน้าต่างได้ หรือแม้กระทั่งแสงจากหลอดไฟและหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็มีผลต่อผิว ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงจำเป็นแม้อยู่ในบ้านหรือออฟฟิศ
5 วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง
- ทาครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว
สภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าเลือกผิดอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน ผิวแห้งลอก หรือการระคายเคืองได้
- ผิวมัน
คนผิวมันควรเลือกครีมกันแดดที่ปราศจากน้ำมัน (Oil-Free) เนื้อบางเบา เช่น เนื้อเจลหรือเซรั่ม เพื่อไม่ให้ผิวเกิดความมันส่วนเกินและไม่ทิ้งคราบระหว่างวัน หากใช้ครีมกันแดดที่เข้มข้นหรือมันเกินไปจะยิ่งกระตุ้นการขับน้ำมันและทำให้เกิดสิวได้ง่าย - ผิวแห้ง
ผิวแห้งควรเลือกครีมกันแดดที่มีสารบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น กลีเซอรีน คอลลาเจน หรือไฮยาลูรอนิค แอซิด สูตรเนื้อน้ำนม (Lotion) หรือเนื้อครีมที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและนุ่มลื่น - ผิวแพ้ง่าย
สำหรับผิวแพ้ง่ายควรเลือกครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน เลือกเป็นเนื้อครีมเจลหรือเซรั่มที่ซึมง่ายและไม่ก่อการอุดตัน เพื่อลดความเสี่ยงการระคายเคือง
- ทาครีมกันแดดให้ถูกเวลา
หลายคนมักเข้าใจว่าทาครีมกันแดดแค่ตอนเช้าก็พอ แต่จริง ๆ แล้วเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรทาครีมกันแดด ก่อนออกแดดประมาณ 15–20 นาที เพื่อให้เนื้อครีมเซตตัวและยึดเกาะกับผิวได้เต็มที่
- ควรทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อเจอแดดแรง
- หากทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีเหงื่อ หรือเล่นน้ำ ต้องทาซ้ำอีกครั้งเพื่อคงประสิทธิภาพ
- หลีกเลี่ยงแดดจัดช่วงเวลา 10.00–16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รังสี UV ทำร้ายผิวได้มากที่สุด
- เลือกค่า SPF และค่า PA ให้เหมาะกับสภาพผิวและกิจกรรม
การเลือกครีมกันแดดควรดูทั้ง ค่า SPF และ ค่า PA เพราะทั้งสองค่ามีหน้าที่ต่างกัน
- SPF (Sun Protection Factor) – ป้องกันรังสี UVB ที่เป็นต้นเหตุของผิวไหม้แดด
- SPF 15: ป้องกันได้ประมาณ 93%
- SPF 30: ป้องกันได้ประมาณ 96.7%
- SPF 50: ป้องกันได้ประมาณ 98%
- PA (Protection Grade of UVA) – ป้องกันรังสี UVA ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ
- PA+: ป้องกันได้ระดับเบื้องต้น
- PA++: ป้องกันได้ปานกลาง
- PA+++: ป้องกันได้สูง
- PA++++: ป้องกันได้สูงมาก
วิธีเลือกครีมกันแดดง่าย ๆ
- ถ้าใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในที่ร่ม เลือก SPF 15–30 ก็เพียงพอ
- หากทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกแดดนาน ๆ เลือก SPF 50 และค่า PA+++ ขึ้นไป
- สำหรับกิจกรรมทางน้ำหรือมีเหงื่อมาก เลือกครีมกันแดดสูตรกันน้ำ (Water-Resistant)
- ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม
ต่อให้เลือกครีมกันแดดดีแค่ไหน แต่ถ้าทาไม่ถึงปริมาณที่แนะนำ ก็อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่
- บริเวณใบหน้า ใช้ครีมกันแดดปริมาณประมาณ “2 ข้อนิ้ว” หากเป็นเนื้อครีม หรือปริมาณเท่าเหรียญ 10 บาท หากเป็นเนื้อน้ำ
- บริเวณแขน ขา และลำตัว ทาให้ทั่วในปริมาณที่สม่ำเสมอ ไม่บางเกินไป
- หลีกเลี่ยงการทาแบบบางเฉียบ เพราะจะทำให้ค่า SPF ที่ระบุบนฉลากลดลงกว่าที่ควรเป็น
- ทาครีมกันแดดระหว่างวัน
ครีมกันแดดไม่สามารถปกป้องผิวได้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากประสิทธิภาพจะลดลงภายใน 2–3 ชั่วโมง ดังนั้นจึงควรทาซ้ำระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่อเจอแดดแรง หรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง
- หากแต่งหน้า สามารถเลือกใช้ครีมกันแดดแบบสเปรย์หรือแป้งกันแดดเพื่อความสะดวก
- การทาซ้ำยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและเพิ่มเกราะป้องกันตลอดวัน
เพียว เดอริมา (Pure Derima Laboratories) ผลิตครีมกันแดดสร้างแบรนด์ให้เหมาะกับทุกสภาพผิว
เมื่อรู้วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้องแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นสร้างแบรนด์ครีมกันแดดของตัวเอง โรงงาน Pure Derima Laboratories คือผู้ช่วยที่ตอบโจทย์ได้ครบ
- รับผลิตครีมกันแดดในหลายสูตร ทั้งเนื้อเจล เนื้อเอสเซนส์ เนื้อน้ำนม หรือสูตรกันน้ำ
- มีทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวต่าง ๆ เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย
- ผ่านมาตรฐานการผลิตสากล เช่น ISO, GMP และ Halal เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
- ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่พัฒนาสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการขึ้นทะเบียน อย.
ด้วยประสบการณ์และทีมงานมืออาชีพ Pure Derima สามารถช่วยให้เจ้าของแบรนด์มือใหม่มีครีมกันแดดที่ตรงใจตลาด และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้
สรุป
การทาครีมกันแดดที่ถูกวิธีมี 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ทาให้ถูกเวลา เลือกค่า SPF และ PA ที่เหมาะสม ใช้ปริมาณเพียงพอ และทาซ้ำระหว่างวัน ทั้งหมดนี้จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
และถ้าคุณสนใจเริ่มต้นทำแบรนด์ครีมกันแดดของตัวเอง การเลือกโรงงานที่ได้มาตรฐานและมีประสบการณ์ เช่น Pure Derima Laboratories จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจะทั้งคุณภาพดี ปลอดภัย และตอบโจทย์ทุกสภาพผิว
สนใจสอบถามข้อมูลการผลิตครีมกันแดด สามารถติดต่อ Pure Derima Laboratories เพื่อขอคำปรึกษาได้โดยตรง ทีมงานพร้อมช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนสินค้าพร้อมวางขาย
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี
สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
ประเทศที่ใช้งบประมาณ ด้านกลาโหมมากที่สุดในอาเซียน
ผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด




