‘พฤติกรรมเนือยนิ่ง’ คนไทยเนือยนิ่ง นั่งนานเกิน 7 ชั่วโมง เสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพคนไทยในปี 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในผู้ที่มีอายุ 18-80 ปี จำนวน 78,717 คน ครอบคลุม 77 จังหวัด พบว่า ‘ร้อยละ 76 มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยการนั่งตั้งแต่ 7 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน และร้อยละ 72 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกคือ 150 นาทีต่อสัปดาห์’
สาเหตุหนึ่งที่คนไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานที่ใช้แรงกายลดลง เช่น การเปลี่ยนจากการทำงานภาคเกษตรกรรม หรือ อุตสาหกรรม เป็นรูปแบบการนั่งในห้องทำงาน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากอัตราการเผาผลาญพลังงานต่ำ
พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะเป็นเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable Diseases; NCDs) ที่จำนวนผู้ป่วยทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนองค์การอนามัยโลกออกมารณรงค์แนะนำให้คนรักสุขภาพทั้งหลายขยับร่างกายให้มากขึ้น
พฤติกรรมเนือยนิ่ง เป็นอย่างไร
พฤติกรรมเนือยนิ่ง เป็นพฤติกรรมการนั่งเอนหลัง หรือ นอนในขณะที่ตื่นนอนแล้ว หรือ ภาวะที่ต้นขาอยู่ขนานกับพื้นในขณะที่ตื่นนอน เช่น เวลานั่งทำงาน นั่งเรียนในห้องเรียน ซึ่งร่างกายจะใช้พลังงานค่อนข้างต่ำคือน้อยกว่า 1.5 METs (หน่วยวัดพลังงาน) ณ ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าการนั่งระยะเวลานานเพียงใดถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่งานวิจัยเชิงการทดลอง มีแนวโน้มที่จะให้คำแนะนำว่า ไม่ควรนั่งนานต่อเนื่องมากกว่า 30–60 นาทีเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งพฤติกรรมเนือยนิ่งสามารถมีได้ทั้งคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และ คนที่ขาดกิจกรรมทางกาย แต่คนที่ขาดกิจกรรมทางกายจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงที่สุด
เดิน 1-3 นาทีหลังมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ลดความเสี่ยง NCD ได้ โดยทั่วไป คนเราใช้เวลาในการออกกำลังกายเพียง 5% ของเวลาในแต่ละวัน หรือ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่สำหรับผู้ที่กล่าวว่าไม่มีเวลาออกกำลังกายต่อเนื่อง งานวิจัยเผยว่า ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย ต่อเนื่องเป็นชั่วโมงต่อวันก็ได้ สามารถสะสมการออกกำลังกายตลอดทั้งวันได้ โดยไม่มีการกำหนดขั้นต่ำว่าต้องทำต่อเนื่องกี่นาที ก็สามารถลดความเสี่ยงในการไม่เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ได้
“หลังจากนั่ง 30 นาที หากลุกขึ้นแล้วเดินช้า ๆ อย่างน้อย 3 นาที หรือ ถ้าต้องการสะสมการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย อาจจะเดินเร็ว ๆ สัก1 นาทีครึ่งเป็นต้นไปแทนก็ได้ จะส่งผลดีต่อเมตาบอลิซึม ทำให้ค่าน้ำตาลและไขมันในเลือดหลังรับประทานอาหารลดลง และ ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจได้”
“ระหว่างวัน หลังจากพฤติกรรมเนือยนิ่งต่อเนื่อง 30 นาที เราควรแทรกกิจกรรมทางกายเข้ามา เช่น ยืน เขย่งขา ย่อตัว ๆ อยู่ที่โต๊ะทำงาน โต๊ะเรียน หรือ เดินเบา ๆ เดินเร็ว เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ มีการบีบและคลายตัว เพียงประมาณ 1.5- 3 นาทีเท่านั้น โดยที่เราสามารถทำได้ด้วยตนเองทั้งที่ทำงานหรือที่บ้าน ซึ่งไม่ทำให้เสียเวลางานหรือหลุดจากโฟกัสของงานเลยและยังมีสุขภาพที่ดีขึ้น”
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
3 เกาะที่เจริญที่สุด ในประเทศไทย
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลางของประเทศไทย
เลขเด็ดเสือตกถัง สูตรอ.พล ขอนแก่น งวด 16 มี.ค. 69
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
“บิลลี่ โอแกน” โพสต์เดือด! จี้รัฐบาลตอบปมต่างชาติในไทย ซัดแรงถามจะจัดการอย่างไร ชาวเน็ตถกสนั่น
ความ "น่ากลัว" ของชาวยิวในดินแดนไทย ความกังวลของคนในพื้นที่
ผลวิจัยชี้ "ผู้ชาย" ตกหลุมรักได้เร็วกว่า "ผู้หญิง"
พ่อวางแผนที่จะใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ก่อนตาย โดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ลูกๆ
สมบัติโบราณชิ้นสำคัญของไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในระดับโลก








