หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตุ๊กตาหลอกผี : ตำนานความเชื่อเรื่องสุขภาพ

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

ใครเคยเห็นตุ๊กตาดินเหนียว หัวหลุดบ้าง มีหัวจุกบ้าง ผมเปียบ้างไหม อยู่ในกระทงบริเวณทางสามแพร่ง ลอยน้ำบ้าง หลายคนคงรู้ไม่รู้ว่าเป็นพิธีกรรมอะไร มันคือ พิธีกรรมหลอกผี โดยใช้ตุ๊กตาดินเหนียวเป็นตัวแทน ในนามว่า “ตุ๊กตาเสียกะบาล” หรือบางที่เรียกว่า “ตุ๊กตาหลอกผี” พิธีกรรมความเชื่อเรื่องของการรับเคราะห์และสุขภาพของผู้คน ที่มีการทำกันมาแต่โบราณ

“ตุ๊กตาเสียกะบาล” ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี 2525 หมายถึงตุ๊กตาที่ใส่กระทง กาบกล้วยพร้อมทั้งเครื่องเช่นผี อย่างดอกไม้ ธูป เทียน ของคาว หวาน แล้วนำไปวางไว้ที่ทางแยก ทางสามแพร่ง หรือนำไปลอยน้ำแล้วต่อยหัวตุ๊กตาออก
            “ตุ๊กตาเสียกบาล” เป็นตุ๊กตาดินปั้นที่ทำขึ้นจากความเชื่อของคนไทย ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 19-20) สร้างขึ้นจากดินเหนียวปั้น เป็นรูปผู้ชาย ผู้หญิงตัวเล็กๆ ในอิริยาบถต่างๆ ใช้เป็นตัวแทน  อาทิ ตุ๊กตาแบบแม่อุ้มลูก พ่ออุ้มลูก เพื่อปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และอันตราย ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือญาติพี่น้อง พิธีเสียกบาลที่ทำขึ้นเมื่อเด็กแรกเกิด หรือมีผู้คนในบ้านไม่สบาย ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นการกระทำของภูตผี

 

        การปั้นตุ๊กตาเสียกบาลนั้นไม่ต้องใช้ความประณีตมาก ถ้าเป็นผู้หญิง มักนิยมเกล้าผมมวย มีจุก เปลือยอก นั่งตัวตรง ในมือถือของใช้ ถือพัด หรืออุ้มเด็ก จูงลูก หรือมือ ทั้งสองข้างพนมเข้าหากัน ถือดอกไม้ ฯลฯ ถ้าเป็นผู้ชายก็มัก จะเปลือยอก นุ่งผ้าท่อนล่าง แก้มตุ่ยคล้ายกับคนเคี้ยวหมาก ทำเป็นรูปคนเล่นดนตรี คนหมอบฟังเทศน์ คนอุ้มไก่ชน ฯลฯ สะท้อนให้เห็นภาพวิถีชีวิตของคนในแต่ละยุค

        จากที่เราทราบๆกันตุ๊กตาเสียกะบาลนี้เป็นตุ๊กตาตามเชื่อในแบบคนไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ผู้เขียนเองก็แอบสงสัยว่าแล้วในประเทศแถบอาเซียนนี้มีประเทศไหนที่มีการทำพิธีกรรมนี้บ้างไหม เลยสืบค้นหาข้อมูลพบว่ามีในประเทศเวียดนาม ที่ใช้ตุ๊กตาในพิธีกรรมตามความเชื่อในเรื่องของสุขภาพด้วยเช่นกัน

        ในประเทศไทยพิธีกรรมและความเชื่อเรื่อง “ตุ๊กตาเสียกบาล” ยังมีสืบทอดกันมาในหลายพื้นที่ เช่น งานทำบุญซึ่งจัดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์ หรือในบางพื้นที่ ก็ยังคงมีพิธีกรรมเสียกบาล เป็นประเพณีที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ โดยจะปั้นตุ๊กตาดินเหนียวเป็นรูปคนเท่ากับจำนวนคนในครอบครัวตามเพศของคนในครอบครัว รวมจนถึงสัตว์เลี้ยงที่มีด้วย ทำพิธีตรงทางสามแพร่ง เมื่อทำพิธีแล้ว ก็จะหักคอ หักแขน หักขาตุ๊กตานั้นเสีย หรือการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาแบบโบราณด้วยตุ๊กตาเสียกบาล ที่สืบทอดความเชื่อมาจนถึงปัจจุบัน

        นอกจากนี้ยังมีอีกแนวความคิดหนึ่ง ที่นักประวัติศาสตร์บางสำนักมีความเห็นแตกต่างออกไป โดยเชื่อกันว่าตุ๊กตาเสียกบาลนั้นไม่ได้ถูกทุบหัว แต่จะใช้วิธีสะเดาะเคราะห์ส่งให้ ไปเป็นบริวารผีแทนตัว จึงตัดเล็บตัดผมของตนใส่ลงไปด้วย หากทุบหัวตุ๊กตา ผีอาจโกรธที่ส่งของชำรุดไปแทนตัว จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องทุบหัวตุ๊กตาเสียก่อน แต่เมื่อวางตรงทางสามแพร่งแล้วอาจถูกสัตว์เช่นวัวควายเหยียบย่ำ จึงทำให้ตุ๊กตาชำรุด

        จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการปั้นตุ๊กตาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า ไม่ใช่เพียงประเทศไทยแห่งเดียว ที่มีพิธีกรรมความเชื่อเรื่องการให้ตุ๊กตารับเคราะห์แทนตัว เพราะในพิธีกรรมของวัฒนธรรมเวียดนาม มีการค้นพบ ตุ๊กตาหัวหลุด ที่พระราชวังทังลอง (Thang Long Citadel) เมืองฮานอย ประเทศเวียดนามทำด้วยดินเผาเคลือบ มีอายุราวปี พ.ศ. 1500 - 1800 ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ ฮานอย ด้วยเช่นกัน


        จะเห็นได้ว่าเรื่องตุ๊กตารับเคราะห์ ตุ๊กตาหลอกผี ตุ๊กตาเซ่นผี เป็นตุ๊กตาที่ใช้เป็นเครื่องตัวแทน หรือเป็นตัวตายตัวทันกับสิ่งที่เราไม่สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ เป็นความเชื่อในวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ในเรื่องของโลกหลังความตาย ในประเทศญี่ปุ่น เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ เคราะห์กรรมต่างๆในประเทศไทยและเวียดนาม “ตุ๊กตา” ในพิธีกรรมจึงบทบาทหน้าที่ตามบริบทที่สังคมกำหนดให้กำเนิดขึ้นในพิธีกรรม

***************

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 273 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: projor007, แด๊ดดี้จอเเดน, Freya Rune, famai, goldfish13, kyogisa, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้ขยายประกันสังคม ม.33 ให้แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และแผงลอย แล้วทำไมบางหน่วยงานถึงขอให้คิดให้รอบคอบ?บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ชาวบ้านฮือฮา! “พระสิวลี” ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนมาติดหน้าวัด สายมูไม่พลาดส่องเลขเด็ด5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้เปิดชื่อจริง “ไจแอนท์” ไม่ได้ชื่อไจแอนท์อย่างที่หลายคนเข้าใจ5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี5 สุดยอดเกมแรกๆที่เข้ามาในไทยครั้งแรกมีเกมอะไร จำกันได้ไหม สหรัฐฯ ปรับหนัก! ยักษ์ใหญ่โซเชียลถูกสั่งจ่ายหมื่นล้าน ฐานแอบเก็บเสียงผู้ใช้ไปเทรน AI 
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้หุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!เปิดชื่อจริง “ไจแอนท์” ไม่ได้ชื่อไจแอนท์อย่างที่หลายคนเข้าใจจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดอำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
ย้อนรอยใต้ผืนทรายอียิปต์ จากทะเลทรายแห้งแล้งสู่อดีตมหาสมุทรที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของฉลามโบราณทำไมต้องใช้คำว่า "ตาย"? เปิดประวัติศาสตร์สุดดาร์กของคำว่า Deadlineเบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนานฟันทองโจรสลัดมีจริงไหม? ไขปริศนาทันตกรรมกลางทะเล และภาพจำที่ฮอลลีวูดสร้างขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่