หมอนรองกระดูกเสื่อม คืออะไร อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษาอย่างไร?
เขียนโดย tothemoon555
โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม สามารถพบได้บ่อยในวัยทำงานและผู้สูงอายุ หากปล่อยละเลยไว้นาน อาจทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตามมาได้
เคยรู้สึกปวดหลังบ่อย ๆ หรือปวดร้าวลงขาจนรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตไหม? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในวัยทำงานและผู้สูงอายุ โดยโรคนี้มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก หากละเลยอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาที่รุนแรงขึ้นอย่างหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา จะช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมในอนาคตได้
โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม คืออะไร
หมอนรองกระดูกเสื่อม คือภาวะที่หมอนรองกระดูกซึ่งอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อเกิดการเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน หรือเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การนั่งทำงานผิดท่า ยกของหนัก หรือการใช้งานร่างกายอย่างหักโหม โดยปกติหมอนรองกระดูกจะทำหน้าที่เสมือนตัวกันกระแทกที่ช่วยลดแรงกดทับของกระดูกสันหลัง เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อมลง จะทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวไปตามเส้นประสาท และบางรายอาจพัฒนาไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้
หมอนรองกระดูกเสื่อม สาเหตุเกิดจากอะไร
หมอนรองกระดูกเสื่อม เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับหลายคน โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้สูงอายุ โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีหลายปัจจัยที่เร่งให้หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ได้แก่
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น ทำให้เสื่อมสภาพง่ายขึ้น
- การใช้งานร่างกายหนักเกินไป เช่น การยกของหนัก นั่งทำงานผิดท่า หรือออกกำลังกายหักโหม อาจนำไปสู่โรคหมอนรองกระดูกเสื่อมได้
- อุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บที่หลัง อาจทำให้หมอนรองกระดูกเสียหายและเสื่อมได้เร็วขึ้น
- พันธุกรรม หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม ก็อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
- น้ำหนักตัวที่มากเกินไปหรือภาวะอ้วน ทำให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกเสื่อม
อาการของโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม
เมื่อเกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยสามารถสังเกตได้ ซึ่งอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมที่พบบ่อย มีดังนี้
- ปวดหลัง หรือปวดเอวเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลานั่งหรือยืนนาน ๆ
- อาการปวดร้าวลงขา เกิดจากแรงกดทับเส้นประสาทที่มักพบในหมอนรองกระดูกสันหลัง
- ตึงหรือเกร็งกล้ามเนื้อหลัง ทำให้การเคลื่อนไหวไม่คล่องตัว
- ชาหรืออ่อนแรงตามแขนหรือขา ในกรณีที่หมอนรองกระดูกเสื่อมจนกดทับเส้นประสาท
- ปวดมากขึ้นเวลายกของหนักหรือก้มเงย
- มีอาการหมอนรองกระดูกอักเสบร่วมด้วย เช่น ปวดบวมและอักเสบเฉพาะจุด ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะทุเลา
การรักษาโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม
แนวทางการรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมมีหลายวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการ ลดความเจ็บปวด และป้องกันการลุกลามของโรค ขั้นตอนเริ่มต้นมักเน้นไปที่การดูแลแบบประคับประคองก่อน หากวิธีเหล่านั้นยังไม่ทำให้อาการดีขึ้นได้ แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาแบบผ่าตัดแทน
การรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมแบบประคับประคอง
แนวทางรักษาแบบไม่ผ่าตัด เป็นวิธีที่มุ่งเน้นไปที่การทำอาการปวดที่หมอนรองกระดูกเสื่อมให้ดีขึ้นตามลำดับผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น
- รับประทานยา เช่น ยาแก้ปวดอักเสบ (NSAIDs) ยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือยาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อบรรเทาอาการปวดและอักเสบ
- การฉีดสเตียรอยด์เข้าช่องไขสันหลัง (Epidural Steroid Injection) เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ชัดเจน
- โปรแกรมฟื้นฟูหรือการทำกายภาพบำบัด เช่น การฝึกเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง การใช้ Traction หรือ Shock Wave Therapy เพื่อบรรเทาอาการและเพิ่มการเคลื่อนไหวของสันหลัง
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นออกกำลังเบา ๆ เช่น ว่ายน้ำ หรือเดินเพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสันหลัง พยายามปรับท่านั่ง ยืน หลีกเลี่ยงการยกของหนัก เลิกสูบบุหรี่ และใช้วิธีการบรรเทาอื่น ๆ เช่น ประคบความร้อน การฝังเข็ม เป็นต้น
การรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมด้วยการผ่าตัด
หากแนวทางรักษาแบบประคับประคองยังไม่ช่วยให้อาการทุเลาลง แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อคนไข้มีอาการรุนแรง เช่น ปวดร้าวชาลงแขนหรือขา อ่อนแรง หรือควบคุมระบบปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก โดยการผ่าตัดสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
- การตัดเอาหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออก (Discectomy / Microdiscectomy / Endoscopic Discectomy) โดยมีทั้งแบบเปิดแบบดั้งเดิม และแบบใช้กล้องส่อง (Endoscopic) หรือใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microdiscectomy) เพื่อช่วยลดแผล และทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้ไว
- การหลอมรวมกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) ในกรณีที่สันหลังไม่มั่นคง หรือมีการเสื่อมรุนแรง การหลอมรวมระหว่างกระดูกจะช่วยเพิ่มความมั่นคง แต่อาจมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวเล็กน้อย
- การแทนที่หมอนรองกระดูกที่เสื่อมด้วยหมอนรองเทียม (Artificial Disc Replacement, Total Disc Replacement, ADR) ช่วยรักษาการเคลื่อนไหวของสันหลัง และลดภาระของแนวข้อข้างเคียง
- เทคนิคผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery - MISS) เป็นการใช้เครื่องมือช่วยเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณสันหลัง ช่วยลดอาการเจ็บ ลดการเสียเลือด และทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น
- การผ่าตัดชนิดอื่น ๆ เช่น Foraminotomy, Laminotomy, Laminoplasty, Dynamic Stabilisation หรือ IDET ตามแต่ลักษณะภาวะของผู้ป่วย
หมอนรองกระดูกเสื่อม ดูแลให้ถูกวิธี ชีวิตก็กลับมาเคลื่อนไหวได้ดีอีกครั้ง
แม้ว่าหมอนรองกระดูกเสื่อมจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อย แต่หากเข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา ก็สามารถควบคุมอาการและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองด้วยวิธีประคับประคอง เช่น กายภาพบำบัด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการรักษาโดยวิธีการผ่าตัด ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวกันคือลดอาการเจ็บปวด และคืนความคล่องตัวให้ผู้ป่วย ดังนั้นการใส่ใจสุขภาพหลังตั้งแต่เนิ่น ๆ คือสิ่งสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร
บริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
ประเทศที่ใช้งบประมาณ ด้านกลาโหมมากที่สุดในอาเซียน
"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี
ผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
ธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย





