โบกมือลาความหย่อนคล้อย! ยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีด ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์
โบกมือลาความหย่อนคล้อย! ยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีด ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหน้ามักเริ่มเผยสัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ความหย่อนคล้อย หรือกรอบหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิว โดยเฉพาะการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ทำหน้าที่พยุงและเสริมความยืดหยุ่นให้ผิว นอกจากนี้ ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษ แสงแดด รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการนอนดึก สูบบุหรี่ หรือความเครียด ล้วนเร่งให้ผิวร่วงโรยเร็วกว่าที่ควร
ในปัจจุบัน การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องฉีดหรือผ่าตัด กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะสามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระชับ เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเข็มหรือแผลหลังทำ
ทำไมผิวถึงหย่อนคล้อย?
ผิวหนังประกอบด้วย 3 ชั้นหลัก ได้แก่
- หนังกำพร้า (Epidermis) ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว
- หนังแท้ (Dermis) มีคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและแข็งแรง
- ชั้นไขมันใต้ผิว (Hypodermis) เป็นเหมือนเบาะรองรับและเก็บพลังงาน
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อย อีกทั้งการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แสงแดด มลภาวะ รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างก็ยิ่งทำให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น
ยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีด คืออะไร?
การยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีด คือการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น คลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) หรือคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ยิงพลังงานลงไปในชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวกลับมากระชับโดยไม่ต้องใช้สารเติมเต็มหรือผ่าตัด จุดเด่นคือไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
เทคโนโลยียอดนิยมในการยกกระชับใบหน้า
- Ultherapy Prime
ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เจาะลึกถึงชั้น SMAS กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นภายใน 2-3 เดือน - Thermage FLX
ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ RF กระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวตึงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่หยุดงาน - Fix Lift
ผสานการทำงานของ RF กับ Microneedling ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย และปรับโครงสร้างผิวจากภายใน - Ultraformer 4D Lift
ใช้คลื่นเสียง MMFU ที่ยิงพลังงานได้หลายระดับ ผลลัพธ์ชัดขึ้นใน 1–3 เดือน - EMFACE
รวมพลังงาน RF และคลื่น HIFES กระตุ้นทั้งผิวและกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากยกกระชับแบบไม่เจ็บ
ข้อดีของการยกกระชับแบบไม่ต้องฉีด
- ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เข็ม
- ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น
- กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น
- ผลลัพธ์ที่ไม่แข็งตึง ไม่หลอกตา
- เหมาะสำหรับหลายช่วงวัย
- สามารถทำซ้ำได้หากต้องการ
ใครเหมาะกับวิธีนี้?
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือแนวกรามไม่ชัด
- ผู้ที่มีเหนียงหรือไขมันใต้คาง
- ผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บจากการฉีดสารเติมเต็ม
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นหลังการทำหัตถการ
- ผู้ที่เพิ่งลดน้ำหนักแล้วผิวหน้าดูหย่อน
ข้อควรระวังและกลุ่มที่ไม่เหมาะ
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวอักเสบ หรือสิวอักเสบรุนแรง
- ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีปัญหาผิวบาง แพ้ง่าย หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ที่เปลี่ยนรูปหน้าอย่างสิ้นเชิงในครั้งเดียว
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ
ก่อนทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ
- งดการใช้ครีมที่มี AHA, BHA หรือ Retinol อย่างน้อย 3–5 วัน
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดแรง ๆ
หลังทำ
- ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน
- ใช้สกินแคร์บำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้น
- งดออกกำลังกายหนักหรือเข้าซาวน่า 48 ชั่วโมงแรก
- งดการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ช่วงฟื้นฟู
เปรียบเทียบเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีด
แม้ว่าแต่ละเทคโนโลยีจะมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่ก็ล้วนมุ่งหวังผลลัพธ์เดียวกันคือการฟื้นฟูผิวให้กระชับและเรียบเนียนขึ้น หากจะเลือกว่าควรทำแบบใด เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เราสามารถพิจารณาได้ดังนี้
- Ultherapy Prime : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับชั้นลึก โดยเฉพาะแนวกราม คาง และลำคอ
- Thermage FLX : เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม เช่น เหนียง และต้องการผิวที่เรียบเนียนขึ้น
- Fix Lift : เหมาะสำหรับคนที่มีรูขุมขนกว้าง รอยสิว หรือผิวไม่เรียบ
- Ultraformer 4D Lift : เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้น และอยากได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมหลายชั้นผิว
- EMFACE : ตอบโจทย์คนที่อยากยกกระชับพร้อมกระตุ้นกล้ามเนื้อ เพื่อให้โครงหน้าชัดโดยไม่ต้องใช้เข็ม
วิธีเลือกคลินิกเพื่อทำยกกระชับใบหน้า
การเลือกคลินิกถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเทคโนโลยีที่ใช้ต้องเป็นเครื่องแท้ มีมาตรฐาน และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากเลือกสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือเกิดผลข้างเคียงได้
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกคลินิก ได้แก่
- ใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง
- เครื่องมือผ่านการรับรองจากสถาบันสากล
- แพทย์มีประสบการณ์และสามารถอธิบายการรักษาอย่างละเอียด
- มีการติดตามผลหลังทำ เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลง
คำถามที่พบบ่อย
Q: การยกกระชับแบบไม่ฉีดเจ็บไหม?
A: โดยทั่วไปไม่เจ็บมาก อาจรู้สึกอุ่นหรือจี๊ดเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือก
Q: ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
A: โดยเฉลี่ย 1–2 ปี และขึ้นอยู่กับการดูแลผิวหลังทำ
Q: ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
A: ส่วนใหญ่ทำเพียงครั้งเดียวต่อปี แต่บางรายอาจต้องเสริมบางจุดตามคำแนะนำแพทย์
Q: เหมาะกับอายุเท่าไหร่?
A: เหมาะตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอย
บทสรุป
การยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและความปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้เต่งตึง กระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือการฉีดสารใด ๆ
ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น Ultherapy, Thermage, Fix Lift, Ultraformer 4D และ EMFACE แต่ละแบบต่างมีจุดเด่นเฉพาะที่ช่วยให้ปรับผิวและโครงหน้าได้ตรงตามความต้องการ ดังนั้นก่อนเลือกทำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับคุณที่สุด
หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลผิวที่ช่วยให้หน้าดูสดใส กระชับ และมั่นใจมากขึ้น การยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องฉีดอาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
หญิงจีนติดกระจกตามฮวงจุ้ย แต่ดันทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง
😯 ชวนเข้ามาดูตัวอย่างที่ชัดเจนที่พิสูจน์ว่าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ยังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ 😃
อวสาน "ตึกแถว" จากศูนย์กลางทำเลทอง..สู่ตึกร้าง
วาฬเพชฌฆาตจับคู่กับโลมาล่าปลาแซลมอน
จระเข้กินคนในตำนาน ที่ถูกบันทึกว่าเป็นจระเข้ที่โหดร้ายมากที่สุด
จากโรงหนังดัง ทางเข้า “วิลล่า สุขุมวิท” ปี 2525 กับป้ายบิลบอร์ดหนังฮอลลีวู้ด ก่อนกลายเป็น Villa Market วันนี้
โรงงานผลิตครีมในไทยที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง 2026
Workation บนเรือสำราญ: เที่ยวฟรีรอบโลก สร้างรายได้ปัง ไม่ต้องมีวุฒิสูง – โรงเรียนมารุโชติ มีคำตอบ!
Richpack สร้างนิยามใหม่ของความทนทานของบรรจุภัณฑ์เครื่องประดับด้วยกลยุทธ์โรงงานคู่ ในงานมหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับกรุงเทพฯ ครั้งที่ 73
ตาสองชั้น คืออะไร? เทคนิคศัลยกรรมตาสองชั้น พร้อมข้อควรรู้ก่อนทำ
