ย้อนรอยโศกนาฏกรรม "สนามบิน Tenerife" กับการเฉี่ยวชนกันบนรันเวย์ของเครื่องบิน 2 ลำ ที่นำไปสู่ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
เครื่องบินโดยสาร หลายๆคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี มันคือสิ่งที่ช่วยเราในเรื่องของการเดินทาง ที่ช่วยในลดระยะเวลาการเดินทางไปยังที่ต่างๆบนโลกได้อย่างมาก หลายคนใช้บริการมันเพราะความสะดวกสบายของมันเมื่อเทียบกับยานพาหนะชนิดอื่นแล้ว เครื่องบินจึงได้รับความนิยมสำหรับนักเดินทางมากมายทั่วโลก ปัจจุบันมีเที่ยวบินมากกว่า 10,000 เที่ยวบินที่ส่งผู้โดยสารเดินทางจนถึงจุดหมายปลายทางต่อวัน
แต่หากเล่าย้อนเวลากลับไปในอดีต ยังมีอีกหลายเที่ยวบินที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการบิน ทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่เสียชีวิตระหว่างเดินทาง ถึงแม้เครื่องบินจะถือว่าเป็นยานพาหนะที่ปลอดภัยที่สุด แต่การเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้งกลับสร้างความสูญเสียได้มากที่สุดเช่นกัน
วันนี้เราจะขอพาคุณย้อนอดีตมายังเหตุการณ์การบินที่เลวร้ายที่สุดในโลกครั้งหนึ่งอย่าง โศกนาฏกรรม "สนามบิน Tenerife" ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก จากการชนกันของเครื่องบิน Boeing-747 ทั้ง 2 ลำบนรันเวย์ คือเครืองบินของสายการบิน KLM และเครืองบินของสายการบิน Pan Am ที่ได้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนทั่วโลก
สนามบิน Tenerife ตั้งอยู่บนหมู่เกาะในหมู่เกาะคานารี ในประเทศสเปน เป็นสนามบินขนาดเล็กที่มีเพียงรันเวย์เดียว ก่อนเกิดโศกนาฏกรรมสนามบินหลักของเครื่องบินทั้งสองอย่าง สนามบิน Gran Canaria ได้ถูกขู่วางระเบิดจากผู้ก่อการร้าย ทำให้หลายเที่ยวบินรวมทั้งของสายการบิน KLM และสายการบิน ต้องเปลี่ยนเส้นทางการลงจอดมาที่สนามบิน Tenerife ทำให้ภายในสนามบินเกิดความแออัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเที่ยวบินที่ลงจอดมีจำนวนมากเกินไป
วันที่ 27 มีนาคม 1977 สนามบิน Tenerife ขณะวันเกิดเหตุเครื่องบิน Boeing 747 ของสายการบิน KLM ได้กำลังเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรอคำสั่งจากหอบังคับการในการบิน ในขณะที่ Boeing 747 ของสายการบิน Pan Am จอดอยู่บนรันเวย์รอผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เนื่องจากสนามบินมีขนาดเล็กทำให้เครื่องบินใหญ่อย่าง Boeing 747 ไม่มีที่สำหรับลงจอดประกอบกับในขณะนั้นสนามบินแออัดไปด้วยเครื่องบินลำอื่นๆ
หลังการเติมเชื้อเพลิงเสร็จของสายการบิน KLM เครื่องบินก็เตรียมพร้อมฟังสัญญาณจากหอบังคับการ ในขณะนั้นทัศนวิสัยของสนามบินลดต่ำลง เกิดหมอกหนาที่รันเวย์ สัญญาณการสื่อสารจากหอบังคับการสั่งเตรียมพร้อมเครื่องบินทั้งสองลำให้ทำการเตรียมเทคออฟขึ้นบิน หอควบคุมได้สั่งให้เครื่องบิน KLM ขับแบบย้อนกลับไปจอดที่อีกฝั่งของรันเวย์แล้วหันหัวกลับเพื่อเตรียมขึ้นบิน ส่วนเครื่องของ Pan Am นั้นถูกสั่งให้ย้อนกลับเพื่อตามเครื่องบิน KLM ไป
เครื่องบินของสายการบิน KLM หลังจากเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจนเต็มก็ได้เริ่มเคลื่อนตัวไปยังรันเวย์และกลับหัวเตรียมเทคออฟเพื่อขึ้นบิน แต่ด้วยทัศนวิสัยในขณะนั้นของสนามบินเต็มไปด้วยหมอก KLM และการสื่อสารที่ผิดพลาดทำให้นักบินของเครื่องบิน KLM เข้าใจผิดคิดว่าได้รับคำสั่งทางการบินแล้วจึงเริ่มทำการเทคออฟ โดยไม่รู้เลยว่าเครื่องบิน Pan Am ยังคงอยู่รันเวย์ เครื่องบิน Pan Am ยังไปไม่ถึงจุด Taxi Way ที่เครื่องบินลำดังกล่าวต้องเลี่ยงหลบ
เมื่อเครื่องบินของสายการบิน KLM กำลังเทคออฟบนรันเวย์ สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็อยู่ตรงหน้าพวกเขา มันคือเครื่องบินของสายการบิน Pan Am ที่อยู่บนรันเวย์ เครื่องบินทั้ง 2 ลำเห็นกันในระยะที่กระชั้นชิดไม่เพียงพอที่จะทำให้หักหลบกันได้ ทำให้ช่วงล่างของเครื่องบิน KLM ชนเข้าผ่ากลางลำของเครื่องบิน Pan Am ทำให้เกิดแรงระเบิดกลายเป็นเปลวไฟขนาดยักษ์จากเชื้อเพลิงของ KLM ที่พึ่งเติมมาเต็มถัง
อุบัติเหตุในครั้งนี้ ผู้โดยสารและลูกเรือของเครื่องบิน KLM 248 คน เสียชีวิตทั้งหมด ในขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือของเครื่องบิน Pan Am เสียชีวิต 396 คน และมีผู้รอดชีวิตอย่างปาฎิหาริย์ 61 คน
หลังการเกิดอุบัติเหตุได้มีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ ก็พบอุบัติเหตุในครั้งนี้ มาจากหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบ
- ทั้งขนาดของสนามบินและรันเวย์ที่มีขนาดเล็กเกินไปสำหรับเครื่องบิน ไม่เพียงพอต่อการจอดของของเครื่อง Boeing 747
- สภาพอากาศ ณ ขณะนั้น ที่ทัศนวิสัยแย่เพราะหมอกลงหนา ทำให้เครื่องบินทั้ง 2 ลำมองไม่เห็นกัน
- การสื่อสารที่ผิดพลาดของหอบังคับ รวมทั้งการใช้ศัพท์เฉพาะการบินหลายครั้งที่ทำให้นักบินเข้าใจผิด อีกทั้งสัญญาณในช่วงนั้นที่ขาดๆหายๆ
- การไม่มีเรดาร์ระบุตำแหน่งที่แน่ชัดภายในสนามบิน ทำให้ไม่ทราบตำแหน่งที่อยู่แน่ชัดของเครื่องบินทั้ง 2 ลำ
- และการบินขึ้นของเครื่องบิน KLM ที่ตัดสินใจขึ้นบินทั้งที่คำสั่งจากหอบังคับการยังไม่แน่ชัด อีกทั้งไม่มีการทวนคำสั่งของนักบินทำให้หอบังคับการไม่ทราบว่านักบินได้รับคำสั่งถูกต้องหรือไม่
จากอุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้ปฏิวัติวงการการบินใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบบการสื่อสารที่ต้องได้มาตราฐาน ต้องมีการทวนคำสั่งการบินทุกครั้งก่อนขึ้นบิน อีกทั้งห้ามไม่ให้ใช้คำศัพท์เฉพาะที่สำคัญโดยไม่มีเหตุจำเป็น นี่ถือว่าเป็นการปฏิวัติวงการการบินที่ช่วยให้เราเดินทางได้อย่างปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
รับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชน
ปิดตำนาน 44 ปี MTV: เมื่อ ‘ภาพ’ ไม่ได้ฆ่าแค่ดาววิทยุ แต่กำลังอำลาหน้าจอทีวีสู่โลกดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
10 กิจกรรมรับปีใหม่ 2569: กิจกรรมแรกของปี บอกตัวตนที่แท้จริงว่าคุณคือใคร?
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "คำขวัญวันเด็ก": เข็มทิศทางความคิดจากนายกรัฐมนตรีไทยสู่อนาคตของชาติ
ระทึกรับปีใหม่! สาวติดชิงช้าสวรรค์มรณะ หมุนไม่หยุด-ปิดเครื่องไม่ได้ ต้องวัดใจกระโดดลงพื้น
คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!
จีน..ขึ้นภาษีถุงยาง บีบวัยรุ่นให้ปั๊มลูก
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
"ชา สุภัทโท"ความศรัทธาในความดีในหารเคร่งครัดในชีวิต
จีนเดินหมากแรง ขึ้นภาษีถุงยาง–ลดภาระเลี้ยงเด็ก หวังเพิ่มประชากรแต่จะได้ผลจริง หรือยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิม?
ทำไมเก้าอี้โรงภาพยนตร์ทั่วโลกต้องเป็น “สีแดง” ไม่ใช่ความเชื่อ ไม่ใช่ฮวงจุ้ย แต่คือวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ
"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียว





