ความเงียบเฉย เงียบใส่ ถ้าไม่พูดก็ไม่ทำร้ายกัน Silent Treatment เมื่อความเงียบสร้างแผลในใจ
Silent Treatment ความเงียบเฉย คือ ความพยายามของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการยุติการสนทนาในระหว่างการโต้เถียง โดยปิดกั้นอีกฝ่ายออกไป และเริ่มปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมในการถกเถียงต่อไปไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม นำไปสู่ชื่อเรียกของความเงียบที่แตกต่างกัน
- การถูกแบนจากเพื่อนหรือที่ทำงาน
- หากเป็นคนคุยที่อยู่ดี ๆ ก็หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว เรียกว่า Ghosting
- การถูกเงียบใส่จากกลุ่มผู้คนที่เคยสนับสนุนเรา เรียกด้วยชื่อว่าการ Cancel
พฤติกรรมนี้สามารถเกิดขึ้นในความสัมพันธ์หรือสภาพแวดล้อมประเภทใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท สมาชิกในครอบครัว หรือคู่รัก
เหตุผลที่คนเลือกใช้วิธีนี้
- คิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสามารถในการควบคุมตนเองสูง จะมองว่าความเงียบเฉยเป็นวิธีการที่ถูกต้องชอบธรรม เป็นการกระทำที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และเชื่อว่าการเลือกที่จะเงียบนั้นไม่ใช่การยอมแพ้ในการโต้เถียง
- การสร้างกำแพงขณะสนทนา อาจเป็นความพยายามในการป้องกันตนเอง คือ มีความกลัวต่ออีกฝ่ายหรือกลัวความขัดแย้งมากกว่าที่จะเป็นเจตนาร้าย การสร้างกำแพงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการเงียบเฉย แต่จะต่างไปจากการเงียบเฉยด้วยเงื่อนไขของเวลา โดยทั่วไปแล้วการสร้างกำแพงจะเกิดขึ้นระหว่างการสนทนา ในขณะที่การเงียบเฉยอาจกินเวลานานหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือกระทั่งหลายปี
สัญญาณของการทำร้ายจิตใจ สัญญาณบางประการที่บ่งบอกว่าพฤติกรรมเงียบเฉยได้ล้ำเส้นไปเป็นการทำร้ายความรู้สึก
- ความเงียบเฉยเกิดขึ้นบ่อยครั้งและกินเวลาเป็นเวลานาน
- ความเงียบเฉยเกิดเพื่อลงโทษ ไม่ใช่เพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลง
- ทำการตัดสินใจแทนโดยไม่ถามความสมัครใจหรือขออนุญาต
- เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเงียบเฉยใส่
จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การทำร้ายจิตใจนั้นสามารถทำให้เกิดผลกระทบทางจิตใจได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผู้ที่ถูกเมินเฉยใส่นั้นอาจกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำ บางครั้งถึงขั้นรู้สึกโดดเดี่ยวสิ้นหวัง และอาจเป็นปัจจัยร่วมในความเจ็บป่วย อย่างเช่น โรคซึมเศร้า โรคอ่อนล้าเรื้อรัง หรือ โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia กลุ่มอาการปวดเรื้อรัง)
การรับมือกับการเงียบเฉย
1.ใช้วิธีการแบบสุภาพโดย ‘นึกถึงใจเขา’ หากการเงียบเฉยไม่ใช่พฤติกรรมที่อีกฝ่ายทำกับเราเป็นประจำ แนวทางที่สุภาพอาจเป็นวิธีที่ดีในการเริ่มต้นการสนทนาเพื่อหาทางออก คือ ถามอีกฝ่ายว่าทำไมเขาถึงแสดงพฤติกรรมนี้ออกมา ทำไมถึงงอน ไม่คุยกับเรา อธิบายสาเหตุเพื่อปรับความเข้าใจ ถ้าหากปัญหาที่เกิดขึ้นเรามีส่วนผิด การขอโทษคือสิ่งที่ควรทำ
2.นึกถึงใจตัวเอง บอกอีกฝ่ายไปเลยว่า การถูกเมินเฉยทำให้เรารู้สึกไม่ดีและโดดเดี่ยว ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการในความสัมพันธ์ ถ้าเรารู้สึกว่าพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ร้าวฉานก็ควรพูดออกมาตามตรง
3.ไม่สนใจและปล่อยผ่าน ในกรณีนี้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ คือ ทำให้เรารู้สึกแย่และตัดสินใจที่จะเป็นคนเริ่มก่อน และรอให้เราเป็นคนเปิดประเด็นและยอมเพื่อเอาใจเขา การปล่อยผ่านไปอาจแสดงให้เห็นว่าการแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่มีทางจะทำให้เขาได้สิ่งที่ต้องการจากเรา
4.เสนอแนวทางแก้ไข วางแผนว่าเราจะต้องพูดคุยกันอย่างไรเมื่อบทสนทนาเริ่มตึงเครียดและจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเงียบใส่ที่เริ่มก่อตัวอย่างไร ตั้งกฎสำหรับการสื่อสารที่ดีขึ้นในอนาคต
5.ยืนหยัดเพื่อตัวเอง เมื่อการเงียบเฉยไต่ระดับไปสู่การทำร้ายจิตใจ แปลว่าเรากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ดี (Toxic Relationship) ถึงเวลาแล้วที่ควรให้ความสำคัญกับตัวเองก่อน หากความสัมพันธ์นี้ควรค่าแก่การรักษาไว้ ควรกำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ยอมรับได้และความคาดหวังที่จะได้รับเพื่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงในอนาคต หากไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ลองพิจารณาทางเลือกถอยออกมาจากความสัมพันธ์แทน
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
สวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย
เลขเด็ดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
จังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”
ตายแล้วเงินไปไหน? เปิดข้อกฎหมายที่คนมี 'เงินฝาก' ต้องรู้ ก่อนกลายเป็นเงินแผ่นดิน!
เปิดโผ มหาวิทยาลัยที่เด็กต่างชาตินิยมเรียนที่สุด ในไทยปี 2569
ปลาช่อนที่หายากและมีราคาสูงที่สุดในโลก
ย้อนรอยเมนูเด็ดรุ่นปู่ย่า! 4 วิธีกิน "ข้าวสวย" คู่กับผลไม้และน้ำมันหมู เรื่องแปลกที่อร่อยจริง
ไม่ได้มีแค่พระองค์เดียว! เปิดลำดับ "พระพุทธเจ้า" ในอดีตและอนาคต ยอดรวมทั้งหมดมีกี่พระองค์กันแน่?
ล้างไส้อ่อนหมูผิดมาตลอด? วิธีง่ายๆ ที่ทำให้หายคาว หายขม อร่อยขึ้นทันที








