ประวัติศาสตร์ “การรื้อหอผี -จับสึกพระ” ในอาณาจักรล้านช้าง
โพสท์โดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
หลายคนที่เคยเรียนประวัติศาสตร์คงเคยได้ยินชื่อ “อาณาจักรล้านช้าง” ที่มีอารยธรรมที่รุ่งเรืองในดินแดงสองฝั่งที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง (น่าจะเป็นเขตดินแดนของประเทศ สปป.ลาว ณ ปัจจุบัน) หากพูดถึงความเชื่อของคนในสมัยนั้น ก็ยังคงมีการนับถือพุทธศาสนา ร่วมกับการบูชาผีฟ้าผีแถน และผีบรรพบุรุษ แต่การวันนี้ผู้เขียนบทความจะนำเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าโพธิราช ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ที่นำพาให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง เพราะทรงโปรดให้ตรวจตราบรรดาพระภิกษุทั้งหลายในเมืองเวียงจันทน์ รูปใดที่ประพฤติไม่เหมาะสมให้จับสึก
จากการศึกษาของ ดร. ธีระวัฒน์ แสนคำ ผู้เขียนบทความ “รื้อหอผี-จับสึกพระ : การอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาของพระเจ้าโพธิสาลราชแห่งล้านช้าง” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมีนาคม 2562 อธิบายไว้ว่า พระเจ้าโพธิสาลราชเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง (ก่อนย้ายราชธานีจากเมืองหลวงพระบางไปยังเมืองเวียงจันทน์) เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าวิชุลราช พระเจ้าโพธิสาลราชครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2063-90 ในรัชกาลของพระองค์ปรากฏการอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างมาก
พระองค์โปรดให้สร้างวัดหลายแห่ง เช่น วัดศรีสวรรคเทวโลก วัดอุโบสถ และวัดพูเหมือด ในเมืองหลวงพระบาง มีพระบรมราชโองการพระราชทานเขตที่ดินให้กับวัดหลายแห่ง เช่น วัดแดนเมือง (วัดปัจจันตบุรี) ในเมืองปากห้วยหลวง ซึ่งเป็นเมืองโบราณในเขตอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นต้น และทรงสร้างศาสนสถานอุทิศไว้ในพระพุทธศาสนา เช่น กลุ่มโบราณสถานสัตตมหาสถานวัดพระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในรัชกาลของพระองค์ ภายใต้อิทธิพลทางพระพุทธศาสนาจากล้านนา
แต่ถึงแม้ว่าพุทธศาสนาในอาณาจักรล้านช้างจะมีความเจริญรุ่งเรื่อง แต่ก็ยังมีความเชื่อเรื่องผีแถนผีฟ้าในหมู่ชาวบ้านมายาวนานก่อนสถาปนาอาณาจักร เมืองต่างๆ สร้างหอผี ดังเช่น หอไหว้ผีแถนผีฟ้าที่สบดงในหลวงพระบาง กลุ่มผู้ปกครองเมืองหลวงพระบางในอดีตก็อ้างสถานะความสัมพันธ์ทางผีแถนหลวงเพื่อสร้างอำนาจ และเลี้ยงหรือส่งอาหารทำพิธีบูชาอยู่ไม่ขาด ความเชื่อเรื่องผีนี้เองทำให้การนำพระพุทธศาสนาขึ้นมาประดิษฐานยังเมืองหลวงพระบางในรัชกาลพระเจ้าฟ้างุ้มไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากขุนนางและพลเมืองที่ยึดความเชื่อเดิมต่อต้าน เมื่อผ่านมาถึงรัชกาลพระเจ้าหล้าแสนไท กระแสต่อต้านถึงลดลง
แต่ครั้นเมื่อพระเจ้าโพธิสาลราชครองราชย์ได้ 7 ปี ทรงมีพระราชอาชญาประกาศให้บ่าวไพร่พลเมืองยกเลิกนับถือผีฟ้าผีแถนอันเคยมีมาแต่โบราณกาล และให้รื้อบรรดาหอโรงกว้านศาลผีแถนในเมืองหลวงพระบางนั้น แล้วสร้างพระอารามขึ้นแทนที่ เพราะในทางพุทธศาสนา ความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับการนับถือผีแถนถือเป็นมิจฉาทิฐิ หรือความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ขัดต่อหลักการทางพระพุทธศาสนาและอาจมีผลต่อการปกครองของราชสำนักล้านช้าง
ต่อมาเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2070 พระองค์ได้ทรงประกาศไปยังเมืองต่างๆ ในอาณาจักรล้านช้างให้ยกเลิกนับถือผี ทั้งผีเหย้าผีเรือน และผีฟ้าผีแถน เนื่องจากการนับถือผีถือเป็นความเชื่อนอกรีตหรือเป็นมิจฉาทิฐิตามพระพุทธศาสนา ให้สร้างเป็นวัดทางพระพุทธศาสนาขึ้นแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอไหว้ผีฟ้าผีแถนที่สบดง เมืองหลวงพระบาง ซึ่งเจ้าผู้ปกครองทุกหัวเมืองในอาณาจักรล้านช้างจะมาทำพิธีไหว้ผีฟ้าผีแถนทุก 3 ปี ก็โปรดให้รื้อหอ แล้วสร้างเป็นวัดขนาดใหญ่แทน ตั้งชื่อวัดว่า “วัดศรีสวรรคเทวโลก” หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกว่า “วัดสังคโลก” ด้วยนโยบายการรื้อหอไหว้ผีต่างๆนี้เอง ถือเป็นความพยายามประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงและรุ่งเรือง
อย่างไรก็ดี ดร. ธีระวัฒน์ได้ขยายความอธิบายต่อว่า มีนักวิชาการบางท่านได้ ขยายความอธิบายถึง การรื้อหอผีในรัชกาลของพระเจ้าโพธิสาลเป็นความพยายามที่จะดึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในท้องถิ่นให้เกี่ยวโยงกับพระพุทธศาสนา ด้วยความเชื่อว่าพุทธานุภาพสามารถเป็นตัวกลางเชื่อมผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามท้องถิ่นให้เข้ากับพระพุทธศาสนาได้
นอกจากนี้ พระเจ้าโพธิสาลราช มีพระราชอาชญาให้พระยาแสนสุรินทราชัยฯ พระยากลางกรุงราชธานี ขุนนางและราชบัณฑิต พร้อมด้วยพระมหาสามีสารสิทธิมังคละ ตรวจตราสิกขาบทของพระภิกษุสงฆ์ในเมืองเวียงจันทน์ หากพบว่าพระภิกษุรูปใดประพฤตินอกรีต ขัดต่อพระธรรมวินัยก็ให้สึกหรือลาสิกขาเสีย ดังข้อความในจารึกวัดแดนเมือง 2 จารึกด้วยอักษรไทยน้อย ภาษาไทย จารึกเมื่อ พ.ศ. 2078 พบที่วัดปัจจันตบุรี ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ใจความตอนหนึ่งว่า
“…ศักราชได้ 897 ปีมะแม ในภัทรมาส 27 คํ่า วันอังคารได้ฤกษ์บุษยสมเด็จบพิตร พระโพธิสาละราช ตนประกอบด้วยอาจุละประสาทศรัทธาในพุทธศาสนา จึงปลงพระอาตานาติย แต่ชุมพระยาทั้งปวง มีพระยาแสนสุรินทราชัยไกรเสนาธิบดีศรีสรราชสงครามและพระยากลางกรุงราชธานีเป็นประธาน เพื่อจักให้ขัดศาสนาพระพุทธเจ้าให้รุงเริง เมื่อหน้าจึงให้ข้าทหมื่นใต้เหนือ ทั้งราชบัณฑิตชื่อนันทกุมาร จำทูลพระราชอาชญาลงไปชำนิในพระพิหารทั้งปวงในจันทบุรีราชธานี มีมหาสามีสารสิทธิมังคละเป็นประธาน จักดูชาวเจ้าสมณพราหมณ์พระจารย์ตนเป็นสรมูดสุภาพรสิกขากามแท้ก็ให้แจ้ง ฝูงใดเป็นโจรสงฆ์ จักให้สึก…”
อย่างไรก็ตาม ความพยายามประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงภายในอาณาจักรล้านช้าง พยายามอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง เพื่อยกสถานะของพระองค์ให้เป็นพระมหาธรรมิกราชาธิราช ถึงแม้จะเป็นผลสำเร็จ แต่ด้วยความเชื่อการนับถือผีแบบดั้งเดิมยังคงฝังรากมายาวนาน การเลิกโดยเด็ดขาดนั้น เป็นไปได้ยาก เหตุนี้จึงมักเห็นการนับถือผีเข้าทรงลงเจ้ายังคงมีอยู่ในประเทศลาวและภาคอีสานของไทย ปรากฏในประเพณีสำคัญต่างๆ
โพสท์โดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?




