หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เทพีแมว“บาสท์” ความเชื่อ วัฒนธรรม และความเท่าเทียมในอียิปต์โบราณ

เนื้อหาโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา

“แมว” ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงประจำบ้านผู้มองเห็นมนุษย์เป็นเพียง ทาส เท่านั้น แต่หากย้อนไปดูในตำนานและความเชื่อเก่าแก่บนโลกนี้โดยเฉพาะในวัฒนธรรมอียิปต์จะพบว่า แมวมีความสำคัญและถูกยกย่องให้เป็นดั่งเทพ เมื่อแมวตายลงก็มีการทำมัมมี่ไม่ต่างจากคน แมวสำคัญอย่างไรกับชาวอียิปต์โบราณ ผู้เขียนขอนำเสนอเกร็ดเรื่องแมวในตำนานและวัฒนธรรมอียิปต์มาฝากกัน

1.มีหลักฐานที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าชาวอียิปต์อาจจะเป็นชาติแรกที่นำแมวมาเลี้ยงตั้งแต่ราว 1,000 ปีก่อนพุทธศักราช (หรือกว่า  3 พันปีก่อน) ชาวอียิปต์เลี้ยงแมวก็เพื่อไว้จับหนูตามบ้านเรือนและยุ้งฉางเก็บผลผลิตธัญพืช เพราะอียิปต์มั่งคั่งในการทำเกษตรในลุ่มแม่น้ำไนล์ที่อุดมสมบูรณ์ จากอียิปต์แมวได้แพร่กระจายไปยังยุโรปโดยติดไปกับเรือสินค้าเพื่อทำหน้าที่จับหนู

2.เหตุที่ชาวอียิปต์บูชานับถือแมว เพราะชื่นชอบความเก่ง ความฉลาด ความว่องไวในการเป็นนักล่าโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะการล่าหนูและงูที่เป็นศัตรูพืช รวมทั้งล่าสัตว์มีพิษต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตคนสมัยนั้น

3.เทพเจ้าแมว หรือ วิฬาเทพ  ในสมัยอียิปต์เรียก บาสต์ (Bast) หรือ บาสติ (Basti) มีลำตัวเป็นสตรี แต่ใบหน้าเป็นแมว

4.พิธีกรรมเกี่ยวกับแมวในสมัยอียิปต์ล้วนเกี่ยวเนื่องกับโลกหลังความตาย มีทั้งการทำมัมมี่ สร้างสุสาน ทำหีบศพเฉพาะแมว ซึ่งมัมมี่สัตว์ถือเป็นเครื่องบูชาทางศาสนาของอียิปต์

5.เมื่อแมวในบ้านตาย เจ้าของแมวจะโกนคิ้วตัวเอง เพื่อแสดงความโศกเศร้า

6.เมื่อแมวตายลงชาวอียิปต์มักจะทำแมวมัมมี่  เอาศพมาทำมัมมี่บรรจุลงในหีบศพรูปตัวแมว และฝังในสุสานของแมวเป็นการเฉพาะ บ้างก็มีการทำหุ่นโลหะรูปแมวฝังลงไปด้วย  บางครั้งเมื่อแมวตายก็มีการสร้างวิหารใหญ่โตให้แมวด้วยเช่นกัน

7.ปัจจุบัน แมวมัมมี่ มีตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษ หรือ บริติช มิวเซียม ( British Museum)

 

อย่างไรก็ตามในตำนานความเชื่อนอกจากอักษรอียิปต์โบราณ, เสาโอเบลิสก์ (Obelisk) และลวดลายเรขาคณิตแล้ว อีกสิ่งที่มีความโดดเด่นและเห็นได้ชัดในศิลปะของอียิปต์โบราณก็คือ “แมว” นั่นเอง ซึ่งเดิมทีสัตว์ในสมัยอียิปต์โบราณจะถูกเลี้ยงเพื่อใช้ในการล่าสัตว์แต่ได้ถูกค่อยๆ เปลี่ยนให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และการอารักขาในภายหลัง สิ่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงสถานะของสัตว์ที่มีความพิเศษในหมู่ชาวบ้านที่อาศัยตามแถบแม่น้ำไนล์

“บาสท์” เทพีแมวในตำนานอียิปต์โบราณ แมวอียปต์

ตามตำนานของชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าเทพและเทพีสามารถแปลงกายเป็นสัตว์ต่างๆ ได้ แต่มีเทพเพียงองค์เดียวที่สามารถแปลงกายเป็นแมวได้ก็คือ บาสท์หรือบาสเต็ท (Bastet) เดิมชื่อ B’sst ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Ubaste และกลายเป็น Bastet ในภายหลัง เป็นเทพีแห่งความรัก ความอุดมสมบูรณ์ และการคลอดบุตรตามตำนานของชาวอียิปต์ โดยมีลักษณะหัวเป็นแมวและตัวเป็นคน

 เทพีบาสท์จะคอยคุ้มครองบ้านเรือนจากวิญญาณชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคภัยที่เกิดในผู้หญิงและเด็ก

เทพีบาสท์เป็นธิดาของ รา (Ra) เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ และยังมีดวงตาแห่งราที่สามารถมองเห็นได้ทุกสิ่ง เทพีบาสท์ถือเป็นเทพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคอียิปต์โบราณ เนื่องจากพระองค์จะคอยปกป้องทุกคนในบ้านและครอบครัว รวมถึงยังช่วยส่องทางและให้คำแนะนำกับคนตายในปรโลก โดยได้รับความนิยมกราบไหว้มากที่สุดตั้งแต่ยุคราชวงศ์ที่สองแห่งอียิปต์เป็นต้นไป (ประมาณ 2,890-2,670 ปีก่อนคริสต์ศักราช) พร้อมบทบาทของการเป็นศูนย์กลางในเมืองบูบาสติสเป็นระยะเวลาอย่างน้อยจนถึงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช

ในเมืองบูบาสติส (Bubastis) หรือเมืองเตลบาสตา (Tell-Basta) ทางตอนใต้ของอียิปต์ในปัจจุบันมักจะมีวิหารสวยๆ จำนวนมาก และนักท่องเที่ยวก็เดินทางเพื่อมายลโฉมวิหารเหล่านี้ โดยชาวอียิปต์โบราณที่เก็บรักษาศพแมวในลักษณะมัมมี่มักจะเอามาถวายให้เทพีบาสท์ที่วิหารเหมือนเป็นเครื่องเซ่นไหว้ ภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์ในเมืองบูบาสติสจึงมักจะเต็มไปด้วยมัมมี่แมวจำนวนมาก และรูปปั้นแมวขนาดเล็กอยู่บริเวณรอบวิหาร

ความนิยมของเทพีบาสท์มาจากบทบาทของพระองค์ที่เป็นผู้พิทักษ์ผู้หญิงและคนในบ้าน และยังได้รับความนิยมจากผู้ชายด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้ชายทุกคนมีแม่ พี่สาว น้องสาว หรือภรรยาที่ได้รับการคุ้มครองจากเทพีบาสท์ ซึ่งทำให้ผู้หญิงในอียิปต์ได้รับการยกย่องและได้รับสิทธิหรือสถานะที่มีความเท่าเทียม และได้รับการดูแลเฉกเช่นเทพีบาสท์

*********

เนื้อหาโดย: แด๊ดดี้จอเเดน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
35 VOTES (5/5 จาก 7 คน)
VOTED: projor007, kyogisa, mommyg13, davin, famai, แด๊ดดี้จอเเดน, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทยแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุดเปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 25695 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุดเลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถเปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อดีตเรือนจำของสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากที่สุดวิบากกรรมพรรคประชาชน! ป.ป.ช. ชี้มูล 44 อดีต สส. ก้าวไกล ผิดจริยธรรมปมแก้ ม.112 สะเทือน "เท้ง-ศิริกัญญา" เสี่ยงหยุดปฏิบัติหน้าที่บทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ
เบื้องหลังนวัตกรรม "สายฉีดก้น": จากฝีมือคนไทย สู่ไอเทมลับที่เปลี่ยนโลกแห่งสุขอนามัยอาวุธลับใต้กีบม้า เมื่อ "รองเท้าหิมะม้า" (Horse Snowshoes) คือ เทคโนโลยีอันชาญฉลาดของนักรบไวกิ้งเปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?ฟรันซ์ ไรเชลต์: ช่างตัดเสื้อผู้เดิมพันด้วยชีวิตสู่ตำนาน "นกมนุษย์" แห่งหอไอเฟล
ตั้งกระทู้ใหม่