โรคาพยากรณ์ (Medical Astrology) : ธาตุทั้ง 4 ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพของชาว 12 ราศี
“อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐ” ซึ่งคำนี้สื่อให้เห็นถึง สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต วันนี้พี่หมอกิฟท์นางมารพยากรณ์จะขอนำเสนอ การพยากรณ์สุขภาพตามหลักการของ “ธาตุเจ้าเรือน” ที่เรียกว่า “โรคยาพยากรณ์” ที่นำคัมภีร์สมฐานวินิจฉัย (ตามหลักการเเพทย์แผนไทย) กับคัมภีร์สุริยาตร (โหราศาสตร์) วิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนที่จัดแบ่งกลุ่มธาตุเป็นดินน้ำลมไฟ ซึ่งสอดคล้องกับการแบ่งธาตุทั้ง 4 ตามหลักโหราศาสตร์ที่แบ่งตามจักรราศีออกเป็น 4 ธาตุเช่นกัน ดังนั้นธาตุทั้ง 4 นี้ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพของชาว 12 และในแต่ละราศีระวังสุขภาพเรื่องใด และวิธีการรักษาความสมดุลธาตุนั้นทำอย่างไร
ธาตุไฟ : ประกอบด้วย ราศีเมษ ราศีสิงห์ และราศีธนู
ผู้ที่เกิดราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เม.ย – 13 พ.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟกำเริบ อาการที่พบได้บ่อยคือ เป็นไข้สูง แผลร้อนใน ตัวร้อน ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ รวมทั้งจะมีอาการหิวบ่อย เนื่องจากธาตุไฟทำงานมากเกินไป
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุไฟในร่างกาย ควรดื่มน้ำ อาบน้ำในอุณหภูมิปกติ รับประทานอาหารรสขม ฝาด และ จืด
ผู้ที่เกิดราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 ส.ค – 16 ก.ย
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟหย่อน อาการที่พบได้บ่อยคือ ท้องอืด ท้องป่อง พะอืดพะอม ไม่อยากอาหาร ทนอากาศหนาวไม่ได้
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุไฟในร่างกาย ควรทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นการกระตุ้นการทำงานของธาตุไฟ และรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ตัวอย่างอาหาร เช่น อาการที่มีเครื่องเทศต่าง ๆ ตัวอย่างสมุนไพรรสเผ็ดร้อน
ผู้ที่เกิดราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค – 13 ม.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุไฟพิการ อาการที่พบได้บ่อยจะเกี่ยวกับระบบเผาผลาญในร่างกาย อาจจะตัวร้อนไม่ทราบสาเหตุ ร้อนในเป็นประจำ
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุไฟในร่างกาย จะต้องสังเกตร่างกายว่ามีลักษณะแบบใดเพราะธาตุไฟพิการ อาจจะกำเริบ หรือหย่อนก็ได้ ถ้าธาตุไฟกำเริบ เป็นไข้ ร้อนใน อาจจะเน้นอาหารไปทางรสขม จืด ถ้าธาตุไฟหย่อน ท้องอืด แน่นท้อง จะเน้นอาหารไปทางรสเผ็ดร้อน แต่ถ้าในสภาวะร่างกายปกติ ให้ทานอาหารที่สลับรสชาติไปมา ไม่ทานอาหารรสชาติเดิมซ้ำ ๆ
ธาตุดิน ประกอบด้วย ราศีพฤษภ ราศีกันย์ และราศีมังกร
ผู้ที่เกิดราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พ.ค – 14 มิ.ย
ด้วยพื้นฐานของธาตุ จะไม่ค่อยเจ็บป่วย แต่ถ้าหากเจ็บป่วยจะเกี่ยวข้องกับธาตุดินกำเริบมักเป็นโรคที่เกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ข้อบวม มักจะมีแผลเป็นนูนหรือคีรอยด์ (แผลเป็นนูน)
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุดินในร่างกาย ควรออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหาร รสฝาด หวาน มัน เค็ม
ผู้ที่เกิดราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 ก.ย – 16 ต.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ ชาวราศีกันย์จะไม่ค่อยเจ็บป่วย แต่ถ้าหากเจ็บป่วยจะเกี่ยวข้องกับธาตุดินหย่อน มักเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรง ข้อต่อหลวม มีปัญหาเกี่ยวกับปอด
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุดินในร่างกาย ควรรับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ อาจจะเสริมวิตามินและเกลือแร่เพิ่มเติม ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม
ผู้ที่เกิดราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 ม.ค – 12 ก.พ
ด้วยพื้นฐานของธาตุ ราศีมังกรภายนอกจะเป็นคนแข็งแรง แต่ถ้าหากเจ็บป่วยจะเกี่ยวข้องกับธาตุดินพิการ มักเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ผมหงอก ผมร่วง ปวดกระดูก ริดสีดวงทวาร หรือจะมีอาการหนักกว่าคนธาตุอื่น
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุดินในร่างกาย ควรรับประทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงรับประทานอาหารรสจัดและของทอด ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม
ธาตุลม ประกอบด้วย ราศีเมถุน ราศีตุลย์ และราศีกุมภ์
ผู้ที่เกิดราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย – 15 ก.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุลมกำเริบ จะมีอาการปวดศรีษะความดันโลหิตสูง วิงเวียนศรีษะ พะอืดพะอม
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุลมในร่างกาย อาจจะนวดผ่อนคลาย นั่งสมาธิ แช่น้ำอุ่น ควรรับประทานอาหารรสจืด หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน
ผู้ที่เกิดราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ต.ค – 15 พ.ย
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุลมหย่อน จะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ชามือชาเท้า วิงเวียนศรีษะง่าย
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุลมในร่างกาย อาจจะนวดผ่อนคลาย ออกกำลังกาย อบไอน้ำสมุนไพร ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน หวาน อาหารที่มีเครื่องเทศ
ผู้ที่เกิดราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 ก.พ – 13 มี.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุลมพิการ อาการคือหายใจติดขัด หายใจไม่เต็มอิ่ม อาเจียน เครียดง่าย ซึมเศร้า
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุลมในร่างกาย จะเน้นในเรื่องของการฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้เบิกบาน พักผ่อนให้เพียงพอ แนะนำให้มียาหอมติดตัว ส่วนในเรื่องของอาหารควรรับประทานอาหาร รสเผ็ด ร้อน หวาน
ธาตุน้ำ ประกอบ ราศีกรกฏ ราศีพิจิก และราศีมีน
ผู้ที่เกิดราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 ก.ค – 16 ส.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำกำเริบ อาการที่พบบ่อยคือโรคอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์ ไอมีเสมหะ น้ำมูกไหล เป็นภูมิแพ้ง่ายโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ท้องเสีย หรือระบบน้ำเหลืองเสียง่ายกว่าราศีอื่น ๆ
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุน้ำในร่างกาย ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารรสร้อน และขม
ผู้ที่เกิดราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พ.ย – 15 ธ.ค
ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำหย่อน อาการที่พบบ่อยคือ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุน้ำในร่างกาย รับประทานอาหารรสเปรี้ยว และขม
ผู้ที่เกิดราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มี.ค – 12 เม.ย
ราศีเกิดเป็น “ธาตุน้ำ” ด้วยพื้นฐานของธาตุ มักจะเจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำพิการ อาจจะมีทั้งธาตุน้ำกำเริบ หรือธาตุน้ำหย่อน อาการที่พบส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ท้องเสีย หรือท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นภูมิแพ้ นอนไม่หลับ
การรักษาภาวะสมดุลของธาตุน้ำในร่างกาย เน้นที่การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารรสเปรี้ยว และขม
หมายเหตุ : เป็นวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนหลักเท่านั้น เพื่อใช้ในการดูแลสุภาพเบื้องต้นของเรา
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้า
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในไทย กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 แต่เงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ระยอง
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เสื้อคอเต่าแขนกุดดูแพงได้อย่างไร








