9 ชีวิตที่สาบสูญกลางหิมะ
Dyatlov Pass ปริศนาภูเขาแห่งความตาย
ในปี 1959 เกิดเหตุโศกนาฎกรรมบริเวณทางตอนเหนือของเทือกเขาอูราล สหภาพโซเวียต เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า Dyatlov Pass Incident หรือ ภูเขาแห่งความตาย เป็นหนึ่งในคดีลึกลับที่โด่งดังที่สุดในโลก และ ที่สำคัญ ยังคงเป็นคดีที่ยังหาคำตอบแน่ชัดไม่ได้จนถึงทุกวันนี้
กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยอูราลโพลีเทคนิค 9 คน นำทีมโดย อิกอร์ ดีอัตลอฟ พวกเขาตั้งใจเดินป่าและปีนเขาในเส้นทางที่ถือว่ายากมาก เพื่อฝึกทักษะและสะสมประสบการณ์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พวกเขาตั้งแคมป์บนเนินเขา Kholat Syakhl ซึ่งในภาษามันซี แปลว่า ภูเขาแห่งความตาย มันซีคือชนเผ่าพื้นเมือง สภาพอากาศในช่วงเวลานั้น อุณหภูมิติดลบ 25-30 องศา และ ในคืนนั้น ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ศพของพวกเขาถูกพบด้านนอกเต็นท์ กระจายอยู่ในป่า 5 ศพไม่สวมเสื้อผ้า และ อีก 4 ศพที่เหลือถูกฝังอยู่ใต้หิมะ ห่างกันประมาณ 75 เมตร
ทีมค้นหาใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะพบศพ และ ศพก็มีสภาพที่แตกต่างกันไป บางคนเสียชีวิตเพราะหนาวตาย บางคนมีบาดแผลรุนแรง เช่น กะโหลกแตก ซี่โครงหัก บางศพดวงตาหายไป บางศพลิ้นหาย และ บางศพที่มีเสื้อผ้า บนเสื้อผ้ามีรังสีปนเปื้อน โศกนาฎกรรมครั้งนี้มีปริศนาและข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น การกรีดเต็นท์จากด้านในบ่งบอกว่า พวกเขาต้องรีบหนีโดยไม่ผ่านทางเข้า บาดแผลเหมือนมีแรงกระแทกใหญ่ แต่กลับไม่มีร่อยรอยการต่อสู้ และ ทำไมบางศพอวัยวะหายไป สารกัมมันตรังสีมาจากไหน นักวิจัยบางคนอ้างว่าพบปริมาณรังสีสูงที่เชิงเขา ซึ่งอาจเป็นร่องรอยของการทดสอบทางทหารของรัสเซีย นอกจากนี้ เลฟ อิวานอฟ หัวหน้าคณะสืบสวนคดีนี้ สรุปว่า กลุ่มคนดังกล่าวถูกสังหารโดยพลังพิเศษที่ไม่มีใครรู้จัก อิวานอฟ ได้รวบรวมรายงานจากกลุ่มนักเดินป่าอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตั้งแคมป์อยู่ไม่ไกล พวกเขาอ้างว่าเห็น ทรงกลมสีส้มแปลกๆ บนท้องฟ้า เขาเชื่อว่า UFO มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักศึกษาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีหลักฐานใดๆ ออกมาสนับสนุนเรื่องนี้
นอกจากนี้ ยังมีสมมุติฐานที่ถูกนำเสนอถึงความเป็นไปได้ ที่ทำให้นักศึกษาทั้ง 9 คนถูกพบเป็นศพ ไม่ว่าจะเป็นหิมะถล่ม ซึ่งทำให้พวกเขาต้องรีบออกจากเต็นท์ แต่ก็ขัดแย้งกับรอยบาดแผลที่รุนแรง หรือ ชนเผ่าพื้นเมืองมันซีโจมตี แต่ก็ไม่มีหลักฐานการต่อสู้ และ เมื่อสอบถามกับชนเผ่า พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามีใครมาฆ่านักศึกษาเหล่านั้น หรือ พวกเขาถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต แต่ก็ไม่พบรอยเท้าของสัตว์ใดๆ ในบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น เสียงลมอินฟราซาวด์ ทำให้เกิดอาการหวาดกลัวและเสียการควบคุม ก็ยังสรุปไม่ได้แน่ชัด
คดีนี้ยังคงเป็นตำนาน เป็นเรื่องราวที่ผสม ความเป็นจริง ความลึกลับ และ ความน่าสะพรึงกลัว หลังจากโศกนาฎกรรมครั้งนั้น สหภาพโซเวียตก็ปิดคดีให้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้ความจริงใดๆ กระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของรัฐ โดยเฉพาะถ้ามีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องทหารหรือเทคโนโลยีที่พวกเขาไม่ต้องการให้โลกภายนอกรู้ อย่างไรก็ตาม มีการสอบสวนใหม่ในปี 2019-2020 ของรัฐบาลรัสเซีย โดยสรุปคดีนี้ว่า สาเหตุการเสียชีวิตของนักศึกษาทั้ง 9 คน เกิดจากหิมะถล่ม ประกอบกับ สภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย แต่นักสังคมและนักวิจัยจำนวนมากก็ยังไม่เชื่อข้อสรุปนี้ คดีนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยังไร้คำตอบ
ที่มา: theunredacted.com
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
5 อันดับประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุดในโลก
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ความชาญฉลาดในการพรางตัวของจระเข้ในธรรมชาติ
ไทม์ไลน์ที่หลายคนไม่เคยรู้! ใครกันแน่ที่มาทีหลังในปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
หนุ่มไปทอดแหหาปลาและพบ "ทองโบราณ" ก่อนนำไปให้ช่างนะโมหลอมพิสูจน์มูลค่า
หญิงไทย ถูกหนุ่มบราซิลฆ่ๅ ที่ประเทศญี่ปุ่น
“เธอเรียน” (Therian) คนที่ระบุตัวเองว่าเป็นสัตว์
"ผมก็แค่คนธรรมดา" หนุ่ม กะลา เคลื่อนไหวแล้ว! หลังดราม่าถูกโห่กลางคอนเสิร์ตใหญ่ G27
ธนาคารเขมรเจ๊งอีกแล้ว!!"





