หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดตำนาน "Sound Locators" นวัตกรรมเสียงในยุคก่อนเรดาร์

เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล

จากยุคที่ยังไม่มีเรดาร์และเทคโนโลยีตรวจจับที่ซับซ้อน มนุษย์ได้อาศัย "เสียง" เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำทางและตรวจจับภัยคุกคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามโลก อุปกรณ์ตรวจจับเสียง (Sound Locators) ได้รับการพัฒนาและใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพื่อช่วยในการระบุตำแหน่งของเรือ เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งกองกำลังข้าศึก บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอยประวัติศาสตร์ของนวัตกรรมเหล่านี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงยุคที่เรดาร์เข้ามาแทนที่ 

ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ศาสตราจารย์ Alfred M. Mayer จาก Stevens Institute of Technology ในนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เรียกว่า "Topophone" จุดประสงค์หลักคือเพื่อช่วยให้เรือเดินทะเลสามารถนำทางในทะเลหมอกได้ง่ายขึ้น โดยเขาได้จดสิทธิบัตรอุปกรณ์นี้ในปี 1880 นับเป็นหนึ่งในภาพประกอบแรก ๆ ของอุปกรณ์ระบุทิศทางด้วยเสียง แม้จะมีสิทธิบัตรที่คล้ายคลึงกันมาก่อนในปี 1859 และ 1871 แต่ก็ไม่มีภาพประกอบให้เห็น 

เมื่อสงครามปะทุขึ้น นานาประเทศต่างตระหนักถึงศักยภาพของอุปกรณ์รับฟังเสียงในการทำสงคราม การพัฒนาจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ในปี 1921 สหรัฐฯ เริ่มใช้อุปกรณ์ตรวจจับเสียงในการทหาร และในปี 1927 พลเรือเอก Harold Gardiner Bowen ได้ประดิษฐ์ "T3 Aircraft Sound Locator" ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจจับเสียงเครื่องบินรุ่น T3 ที่สามารถทำงานร่วมกับไฟฉายขนาด 60 นิ้ว เพื่อส่องสว่างเป้าหมายที่ตรวจจับได้ด้วยเสียง อุปกรณ์รุ่น "M2" ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สามารถใช้ร่วมกับไฟฉายได้เช่นกัน อุปกรณ์เหล่านี้ถูกใช้งานเรื่อยมาจนกระทั่งเรดาร์เริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วงหลัง

ในช่วงทศวรรษที่ 1930 กองทัพเนเธอร์แลนด์ได้พัฒนา "Air Reconnaissance Devices" ซึ่งเป็นอุปกรณ์รับเสียงแบบพาราโบลาที่ทำจากอะลูมิเนียม เชื่อมต่อกันด้วยแท่งโลหะ จุดเด่นคือมีเบาะลมปรับได้บริเวณหู เพื่อให้เข้ากับขนาดศีรษะของแต่ละบุคคล การพัฒนาต่อเนื่องมาหลายรุ่น โดยรุ่นที่ใหญ่ขึ้นจะมีประสิทธิภาพในการรับเสียงที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องมีโครงรองรับจากด้านหลังเพื่อพยุงน้ำหนัก ในปี 1934 เนเธอร์แลนด์ได้ผลิตอุปกรณ์รุ่นปรับปรุงที่มีความแม่นยำสูงถึง 16 ชุด

ฝรั่งเศสก็เป็นอีกประเทศที่มีบทบาทในการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับเสียง Jean Auscher ได้คิดค้นอุปกรณ์นำทางด้วยเสียงในปี 1960 สำหรับใช้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถติดตั้งเรดาร์ขนาดใหญ่ได้ ส่วน René Baillaud ได้พัฒนาอุปกรณ์ในช่วงปี 1916-1918 ซึ่งกองทัพฝรั่งเศสได้นำมาใช้ในปี 1918 อุปกรณ์เหล่านี้มักประกอบด้วยจานรับเสียงขนาดใหญ่ที่มีแตรหลายตัว และสามารถเชื่อมต่อกับไฟฉายเพื่อระบุเป้าหมาย นอกจากนี้ Jean Perrin นักฟิสิกส์และเคมีชาวฝรั่งเศส (ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี 1926) ก็ได้พัฒนาอุปกรณ์รับเสียงที่ซับซ้อน โดยรุ่นหลังสุดเป็นรูปหกเหลี่ยมมีแตรถึง 36 ตัว และต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานถึง 3 คน ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงให้เหลือเพียง 2 คน

เยอรมนีได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับเสียงที่หลากหลายเช่นกัน ในปี 1917 มีการใช้อุปกรณ์ระบุตำแหน่งแบบเสียง/ภาพร่วมกัน เพื่อช่วยในการมองเห็นเครื่องบินหลังจากการระบุทิศทางด้วยเสียง อุปกรณ์ที่พัฒนาโดย Max Wertheimer ในปี 1915 ก็เป็นที่รู้จักกันดี และต่อมาได้มีรุ่นเชิงพาณิชย์ที่มีแตรสี่ตัว แต่อุปกรณ์นี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากแตรมีขนาดเล็กเกินไป

หนึ่งในอุปกรณ์ที่โดดเด่นของเยอรมนีคือ "Ring Horn Acoustic Locator" หรือ RRH ซึ่งถูกใช้โดยกองทัพเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อค้นหาเป้าหมายทางอากาศในเวลากลางคืน RRH มีราคาถูกกว่าและผลิตง่ายกว่าเรดาร์ การใช้งานต้องใช้ผู้ปฏิบัติงาน 3 คน คือ ผู้ฟังทิศทาง ผู้ฟังความสูง และผู้บันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ฟังเสียงที่ออกแบบมาสำหรับปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานขนาดหนักอีกด้วย

ในปี 1936 ญี่ปุ่นได้เปิดตัวอุปกรณ์ตรวจจับเสียง "Type 90 Large Detector" ซึ่งเป็นแบบล้อเลื่อนขนาดใหญ่ และยังมีรุ่นเล็กกว่าคือ "Type 90 Small Detector" ที่มาพร้อมกับเครื่องขยายเสียงอิเล็กทรอนิกส์

สหราชอาณาจักรก็มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้เช่นกัน ตั้งแต่อุปกรณ์ปริศนาที่คิดค้นโดย Rev J M Bacon ในปี 1898 ไปจนถึง "Sound Locator Mk 1" ที่ใช้ในช่วงปี 1914-1918 นอกจากนี้ในปี 1938 ยังมีการนำระบบตรวจจับเสียงแบบ 4 แตรมาใช้ โดยมี 2 แตรวางในแนวนอนและ 2 แตรวางในแนวตั้ง ซึ่งต้องใช้ผู้ปฏิบัติงาน 3 คนในการระบุตำแหน่งเครื่องบิน

สิ่งที่น่าสนใจคือการสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อการตรวจจับเสียง เช่น กำแพงตรวจจับเสียงขนาด 30 ฟุตที่สร้างขึ้นในเคนต์ในปี 1928 และกำแพงขนาด 200 ฟุตในปี 1930 ซึ่งสามารถรวบรวมคลื่นเสียงและตรวจจับเครื่องบินได้ไกลถึง 20-30 ไมล์ 

จากนวัตกรรมที่ช่วยในการนำทางในทะเลหมอกไปสู่เครื่องมือสำคัญในสงครามโลก อุปกรณ์ตรวจจับเสียงได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของมนุษย์ในการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านฟิสิกส์เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการในแต่ละยุคสมัย แม้ว่าในที่สุดเทคโนโลยีเรดาร์ที่เหนือกว่าจะเข้ามาแทนที่ แต่ประวัติศาสตร์ของอุปกรณ์เหล่านี้ก็ยังคงเป็นพยานถึงความเฉลียวฉลาดและความไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์ของมนุษยชาติ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
มะม่วงแอปเปิ้ล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 133 ครั้ง
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
นักเขียนสายไวรัลและไลฟ์สไตล์ นำเสนอข่าวและเรื่องใกล้ตัวในมุมที่คนคาดไม่ถึง เล่าเรื่องเข้าใจง่าย กระชับ และชวนคิดต่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69นักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณเกมที่แพงที่สุดในโลกอาจไม่ใช่ GTA 6? เปิดตัวเลขมหาศาลของวงการเกมจังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปีเจ้าแม่ตะเคียนมาแล้ว! งวด 16 ส.ค. 69 เปิดเลขเด่น 1 รอง 0 ส่องชุด 2-3 ตัวให้ครบเลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา10 เรื่องที่สมองของเราทำทุกวัน โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวทำไม “รูเล็ก ๆ บนหน้าต่างเครื่องบิน” ถึงต้องมี? รายละเอียดไม่กี่มิลลิเมตรที่ช่วยรับมือความต่างของความดัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อนนักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญ10 เรื่องที่สมองของเราทำทุกวัน โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวอิหร่านเคยมีพุทธศาสนาแค่ไหน และปริศนาถิ่นกำเนิดของพระโพธิธรรมเที่ยวลาวให้ถูก นครหลวงเวียงจันทน์กับแขวงเวียงจันทร์ต่างกันยังไงทำไมมีชื่อเหมือนกันAI รู้จักคนไทยแค่ไหน เมื่อข้อมูลพฤติกรรมกลายเป็นอำนาจเหนือการตัดสินใจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน10 เรื่องที่สมองของเราทำทุกวัน โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวโรงเรียนแห่งแรกของโลกอยู่ที่ไหน? ย้อนกลับไป 4,500 ปีก่อนในดินแดนเมโสโปเตเมียเที่ยวลาวให้ถูก นครหลวงเวียงจันทน์กับแขวงเวียงจันทร์ต่างกันยังไงทำไมมีชื่อเหมือนกัน
ตั้งกระทู้ใหม่