หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนาน “ตะกวดลิ้นสองแฉก” กับบรรพกษัตริย์เขมร...จริงแท้ หรือแฝงเจตนา?

โพสท์โดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

วันนี้ดิฉันขออนุญาตหยิบยกเรื่องหนึ่งที่ไปเจอโดยบังเอิญระหว่างหาข้อมูลในเว็บไซต์ ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์ มาเล่าสู่กันฟัง เป็นเรื่องราวที่อาจจะฟังดูแปลกอยู่สักหน่อย แต่มีแง่มุมที่น่าคิดไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในบริบทของประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า ในนิทานตำนานซึ่งปรากฏอยู่ใน ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา ที่แปลเป็นภาษาไทยโดยหอพระสมุดวชิรญาณ (แปลเมื่อ พ.ศ. 2460) กล่าวถึงบรรพกษัตริย์ของกัมพูชา ว่าชาติกำเนิดเดิมคือ "ตะกวด" หรือที่ภาษาถิ่นเขมรเรียกว่า “ตรอกกวด” ซึ่งฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าจนบรรลุธรรม แล้วได้เกิดใหม่เป็นกษัตริย์ผู้ก่อตั้งกรุงกัมพูชา

 

ประโยคหนึ่งที่ดิฉันอ่านแล้วสะดุดใจมากคือ

 

“...โดยบุรพกระษัตริย์ผู้ตั้งต้นแผ่นดิน มีชาติกำเนิดจากสัตว์ตะกวด อันมีลิ้นแฝดแตกแยกออกเป็น ๒ ซีก”

 

ฟังดูคล้ายเป็นการเปรียบเปรยที่สื่อถึงการไม่ยึดมั่นในสัตย์วาจา ซึ่งหากตีความตามตัว ก็อาจกลายเป็นคำปรามาสคนในชาติอย่างรุนแรงทีเดียว

 

แต่เมื่อลองอ่านให้ลึกและคิดให้กว้าง ดิฉันจึงพบว่าเรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงนิทานพื้นบ้านธรรมดา แต่ถูกหยิบยกมาใช้ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์เพื่อ “สื่อสาร” หรือ “ชี้นำความรู้สึก” ของผู้คนในชาติเราเอง ในช่วงที่เกิดความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา เช่น กรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารเมื่อหลายสิบปีก่อน

 

ที่น่าสนใจยิ่งก็คือ ผู้แปลพงศาวดารฉบับนี้คือ หลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์) บิดาของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ยุคที่ไทยกำลังเผชิญความขัดแย้งกับกัมพูชาอย่างรุนแรง ข้อความในพงศาวดารที่กล่าวถึง "ลิ้นสองแฉก" นี้จึงมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกเพิ่มเติมภายหลัง หรือใช้เป็นเครื่องมือทางความคิดในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง

 

ดิฉันไม่ได้มีเจตนาจะชี้ว่าเรื่องไหน “จริง” หรือ “แต่งเติม” เพียงแต่อยากชวนท่านผู้อ่านให้มองว่า เรื่องราวในพงศาวดารหรือ “ตำนาน” นั้น นอกจากจะเป็นวรรณกรรมแล้ว ยังอาจมี “บทบาท” หรือ “หน้าที่” อย่างอื่นในสังคมด้วย โดยเฉพาะเมื่อมันถูกนำมาใช้ซ้ำในเวลาที่อารมณ์ชาตินิยมกำลังร้อนแรง

 

สุดท้ายนี้ ดิฉันเพียงอยากฝากไว้ว่า ไม่ว่าประเทศไหน ชาติใด ต่างก็มีเรื่องเล่า ตำนาน และร่องรอยแห่งอดีตซ่อนอยู่เสมอ

แต่สิ่งที่เราควรตั้งคำถามคือ

 

“ใครเล่าเรื่องเหล่านั้น และเขาต้องการให้เรารู้สึกอย่างไร?”

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวเมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาอาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุดสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเองห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด1978: ปีแห่งการทำลายกำแพงอคติ เมื่อผู้หญิงก้าวสู่ทำเนียบนนักบินอวกาศนาซาธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง52Hz เสียงเรียกแห่งความเหงาพลังน้ำใจคนไทย! ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เอาตลกหรือเอาฮา เต้ มงคลกิตติ์ เตรียมทาบทาม อีลอน มัสก์ เป็น ประธานที่ปรึกษา นายกฯด้านเทคโนโลยีอวกาศไทย หากได้รับเลือกเป็นนายกแขกตี้ของแทร่! ร้านขายยาไม่มีผ้าอนามัยขาย..แขกเลยตดใส่ ฝากเอาไว้ให้จำปิดฉาก..ยุติออกอากาศ ช่อง JKN18 ของ แอน จักรพงษ์จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"แกงปลาค้อโหลงเส่อผักขี้ขม" ความหอมกรุ่นที่แสนกลมกล่อมและอร่อยเหนียวแน่น"ของหวานและของคาว" เข้ากันได้อย่างลงตัวจิ้มและสร้างความสุขในการทานอาหารความเชื่อและสีสันของ "ความเชื่อของเจ้าเต่าหลังตุง" สีสันของบ้านที่ทรงคุณค่า"เข้าตู้อบสมุนไพร" สร้างภูมิต้านทานอากาศหนาวด้วยไอร้อน
ตั้งกระทู้ใหม่