ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC ปริมาณเท่าไหร่? ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
เขียนโดย chalisa18
ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC ปริมาณเท่าไหร่? ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มร่องลึก และปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น อาจมีคำถามว่า ฉีดฟิลเลอร์แค่ 1 CC จะเห็นผลหรือไม่? หรือ สามารถใช้ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง? บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณ 1 CC เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจก่อนเข้ารับบริการ
ฟิลเลอร์ คืออะไร?
ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย มีคุณสมบัติสำคัญในการกักเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต HA ได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ และเกิดริ้วรอย
การฉีดฟิลเลอร์จึงช่วยเติมเต็มส่วนที่สูญเสียไป เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือริมฝีปาก ให้ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และเต่งตึงขึ้น นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นและคงตัวสูง ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับรูปหน้า เช่น ขมับ คาง และกรอบหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูสมส่วนและมีมิติมากยิ่งขึ้น
ฟิลเลอร์ 1 กล่อง มีกี่ CC?
โดยปกติแล้ว ฉีดฟิลเลอร์ 1 กล่องจะบรรจุ 1 ไซริงค์ ซึ่งมีปริมาณ 1 CC (หรือ 1 มิลลิลิตร) แต่บางยี่ห้ออาจบรรจุ 2 ไซริงค์ต่อกล่อง รวมเป็น 2 CC ได้
อย่างไรก็ตาม ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ควรขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล หากฉีดน้อยเกินไป อาจไม่เห็นผลชัดเจน แต่หากฉีดมากเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือไม่เป็นธรรมชาติ
ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและไม่อันตราย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อประเมินใบหน้าและวางแผนการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่เหมาะสม
ฟิลเลอร์ 1 CC มีปริมาณเท่าไหร่?
ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC หรือ 1 มิลลิลิตร หากบีบออกมาและเกลี่ยเป็นวงกลม จะมีขนาดใกล้เคียงกับเหรียญบาท ซึ่งถือเป็นปริมาณที่เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดเล็ก ๆ เช่น เติมร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูสมส่วน
อย่างไรก็ตาม หากต้องการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มในบริเวณที่มีปัญหามากขึ้น เช่น คาง ขมับ หรือใต้ตา อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์มากกว่า 1 CC ขึ้นไป โดยปริมาณที่ใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล
ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมชาติ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนฉีดทุกครั้งค่ะ
ฟิลเลอร์ 1 CC ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC ถือเป็นปริมาณเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับการปรับรูปหน้า และแก้ไขปัญหาผิวบางจุดให้ดูดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไม่มาก โดยสามารถนำไปใช้ฉีดในหลายตำแหน่งของใบหน้าได้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความลึกของปัญหาผิวแต่ละคน โดยทั่วไป บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ 1 CC มีดังนี้:
1. หน้าผาก
ฟิลเลอร์ 1 CC สามารถใช้เติมเต็มหน้าผากที่ยุบ หรือแบนเล็กน้อย เพื่อให้หน้าผากดูโค้งนูนเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมมิติและปรับสมดุลให้ใบหน้า แต่หากมีปัญหายุบตัวมาก อาจต้องใช้มากกว่า 2 CC เพื่อให้เห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ควรระวังไม่ฉีดมากเกินไป เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันเส้นเลือด ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้
2. ใต้ตา
ใช้ฟิลเลอร์ 1 CC แบ่งข้างละ 0.5 CC เพื่อเติมเต็มใต้ตาที่มีร่องลึก ริ้วรอย หรือดูโทรม หากเป็นปัญหาเล็กน้อย ปริมาณนี้ถือว่าเพียงพอ แต่ในกรณีที่เบ้าตาลึกหรือผิวใต้ตาหลวมมาก อาจต้องใช้ 2 CC ขึ้นไป โดยควรฉีดด้วยเทคนิคที่แม่นยำเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน
3. ร่องแก้ม
ใช้ฟิลเลอร์ 1 CC แบ่งข้างละ 0.5 CC เพื่อเติมเต็มร่องแก้มที่เริ่มลึกและทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า หากร่องลึกไม่มาก ปริมาณนี้สามารถช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ แต่หากร่องลึกมาก อาจต้องใช้มากกว่า 2 CC และควรระวังไม่ฉีดมากเกินจนทำให้ร่องแก้มดูหนาเกินไป
4. ร่องน้ำหมาก
ฟิลเลอร์ 1 CC ใช้เติมร่องน้ำหมากที่ทำให้มุมปากตก และใบหน้าดูเศร้า แบ่งข้างละ 0.5 CC สามารถช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น แต่ถ้าร่องน้ำหมากลึก อาจต้องใช้เพิ่มเป็น 2 CC เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยไม่ควรฉีดมากเกินจนเกิดก้อนนูน
5. แก้มส้ม
สามารถใช้ฟิลเลอร์ 1 CC แบ่งข้างละ 0.5 CC เพื่อเพิ่มวอลุ่มบริเวณหน้าแก้ม ให้ใบหน้าดูอิ่มฟู มีมิติขึ้น หากแก้มไม่แบนมาก ปริมาณนี้ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าต้องการความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลง อาจใช้ 2 CC ขึ้นไป
6. ขมับ
ใช้ฟิลเลอร์ 1 CC เติมเต็มขมับที่ยุบหรือบุ๋มเล็กน้อย ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลขึ้น โดยแบ่งข้างละ 0.5 CC หากขมับตอบมาก อาจต้องใช้ 2 CC หรือมากกว่า เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และลดความโดดเด่นของโหนกแก้ม
7. แก้มตอบ
ฟิลเลอร์ 1 CC เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มตอบเล็กน้อย โดยสามารถช่วยให้แก้มดูเต็มขึ้นและใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แบ่งข้างละ 0.5 CC แต่หากแก้มตอบลึกมาก ปริมาณนี้อาจไม่เพียงพอ ต้องใช้เพิ่มเติมจึงจะเห็นผลชัดเจน
8. คาง
ฟิลเลอร์ 1 CC ใช้สำหรับปรับรูปทรงคางให้เรียวขึ้น หรือเติมคางที่สั้นหรือบุ๋มให้ดูสมดุลขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีโครงหน้าค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่หากคางสั้นมาก หรือไม่มีรูปทรง อาจต้องใช้ถึง 2 CC เพื่อปรับให้เห็นรูปคางชัดเจนยิ่งขึ้น
9. ปาก
การเติมฟิลเลอร์ 1 CC บริเวณริมฝีปากสามารถช่วยเพิ่มวอลุ่ม หรือปรับรูปทรงปากให้ดูอวบอิ่มและสมดุล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคธรรมชาติ แต่ถ้าต้องการปากอิ่มแบบชัดเจน เช่น สายฝอ อาจต้องใช้มากกว่า 1 CC ขึ้นไป
ฟิลเลอร์ 1 CC เห็นผลจริงไหม?
ฉีดฟิลเลอร์ 1 CC สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ โดยเหมาะสำหรับการเติมเต็มในจุดเล็ก ๆ หรือปรับรูปหน้าเล็กน้อย เช่น เติมปากให้ดูอวบอิ่ม เติมคางให้สมส่วน หรือเพิ่มวอลุ่มบริเวณแก้มส้ม
ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด และระดับปัญหาของแต่ละบุคคล หากเป็นกรณีที่ต้องการแก้ไขจุดเล็ก ๆ หรือไม่มีปัญหามาก 1 CC ก็ถือว่าเพียงพอ แต่หากต้องการเติมเต็มในบริเวณกว้าง หรือแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน เช่น หน้าผากแบน ร่องแก้มลึก หรือขมับตอบมาก อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์มากกว่า 1 CC เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และได้รูปหน้าที่สวยสมดุลยิ่งขึ้น
ฟิลเลอร์ 1 CC อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ 1 CC สามารถคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 6 – 24 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ ที่ใช้
- ตำแหน่งที่ฉีด ว่าอยู่บริเวณที่มีการขยับบ่อยหรือไม่
- การดูแลหลังฉีด ของแต่ละบุคคล
บริเวณที่ฟิลเลอร์สลายเร็วที่สุดคือ ริมฝีปาก เนื่องจากเป็นจุดที่มีการขยับบ่อย เจออุณหภูมิร้อนจากการกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม จึงทำให้ฟิลเลอร์มีแนวโน้มสลายเร็วกว่าในจุดอื่น ๆ เช่น ขมับ หน้าผาก หรือแก้มส้ม ที่ขยับน้อยและสลายช้ากว่า
การฉีดฟิลเลอร์ 1 CC ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มร่องลึก หรือปรับรูปหน้าให้ดูละมุนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมในแต่ละจุดจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไร แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ รมย์รวินท์คลินิก เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด พร้อมออกแบบรูปหน้าให้เหมาะกับคุณ ด้วยเทคนิคการฉีดที่แม่นยำ ใช้ฟิลเลอร์ได้อย่างคุ้มค่า เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งหรือหลอกตา
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
บริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
ผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
ประเทศที่ใช้งบประมาณ ด้านกลาโหมมากที่สุดในอาเซียน
"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
คน 8 คนทำลายสถิติโลกกินเนสส์ด้วยการวิ่ง 80 กิโลเมตรใน 24 ชั่วโมงพร้อมกับกินอาหารไปด้วย
ยอดพุ่งเฉียด 6,200 คดี! ปิดจ็อบสงกรานต์ 69 "เชียงใหม่" ยืนหนึ่งแชมป์เมาขับสะสม กรมคุมประพฤติเข้มดัดนิสัย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
ไขความลับมะม่วง 5 สายพันธุ์ยอดฮิต คนไทยกินมากที่สุด




