ไอน์สไตน์กับระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อทฤษฎีวิทยาศาสตร์กลายเป็นอาวุธทำลายล้าง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เป็นหนึ่งในนักฟิสิกส์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยผลงานทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปและพิเศษที่เปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เข้าใจจักรวาล
แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ทางวิทยาศาสตร์นี้ ยังมีเรื่องราวของการที่ความรู้และทฤษฎีของเขาถูกนำไปใช้ในทางที่สร้างความหายนะ
นั่นคือการพัฒนา ระเบิดนิวเคลียร์ อาวุธที่ทรงพลังและทำลายล้างสูงสุดในประวัติศาสตร์มนุษย์
สมการที่เปลี่ยนโลก: E=mc^2
สมการนี้จากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ ชี้ให้เห็นว่า
พลังงาน (E) เท่ากับ มวล (m) คูณด้วยความเร็วแสงยกกำลังสอง (c^2)
ซึ่งหมายความว่า มวลเล็กๆ สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานมหาศาลได้
นี่คือพื้นฐานทางทฤษฎีที่ทำให้การแตกแยกนิวเคลียร์ (nuclear fission) เป็นไปได้ กระบวนการที่ทำให้ระเบิดนิวเคลียร์ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น
ในปี 1939 หลังจากที่นาซีเยอรมันเริ่มมีการวิจัยในด้านนิวเคลียร์อย่างจริงจัง ไอน์สไตน์และนักฟิสิกส์ชาวฮังการี เลโอนาร์ด โกห์น (Leó Szilárd) ได้ร่วมกันเขียนจดหมายส่งถึงประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ ของสหรัฐฯ เพื่อเตือนถึงความเป็นไปได้ที่นาซีอาจพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ก่อน
จดหมายนี้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มต้นโครงการ แมนฮัตตัน (Manhattan Project) ซึ่งเป็นโครงการลับสุดยอดในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ โครงการแมนฮัตตันรวบรวมทีมวิทยาศาสตร์และวิศวกรระดับแนวหน้าจากทั่วโลกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์
ในปี 1945 สหรัฐฯ สามารถทดสอบระเบิดปรมาณูลูกแรกที่เมืองอลาโมโกโด (Alamogordo) ในรัฐนิวเม็กซิโกได้สำเร็จ และไม่นานต่อมา ระเบิดนิวเคลียร์ถูกนำไปใช้โจมตีเมือง ฮิโรชิมา และ นางาซากิ ของญี่ปุ่น
ไอน์สไตน์กับความรู้สึกหลังสงคราม
แม้ไอน์สไตน์ไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงกับโครงการแมนฮัตตันและไม่ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ เขารู้สึก เสียใจและกังวลอย่างมาก กับการที่ทฤษฎีของเขาถูกนำไปใช้ในทางทำลายล้าง เขาได้ใช้ชีวิตหลังสงครามในการรณรงค์เพื่อสันติภาพและการลดอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมกับส่งเสริมให้โลกใช้วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์มนุษยชาติ ไม่ใช่ทำลายกันเอง
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
แนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?
“ผิวขาวที่แลกด้วยชีวิต” เมื่อเครื่องสำอางตะกั่วกลายเป็นกับดักความงามของหญิงสาวในยุโรป
รู้จัก “หมูป่าหน้าหูด” ใบหน้าสุดแปลกที่ช่วยให้รอดในสะวันนา
มีเนื้อทุกมื้อ แต่โปรตีนอาจไม่เป็นอย่างที่คิด
“Wii Towai” ชนเผ่า "นกวิญญาณ" แห่งปาปัวนิวกินี เมื่อหน้ากากรูปนกลึกลับกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
“การทาหน้าขาว” เสน่ห์ความงามของนางรำในโลกโบราณ สู่ภาพจำแห่งราชสำนักกรุงศรีอยุธยา
"ดุ่ย ภรัญฯ" งวด 1 กันยายน 2569 ส่องเลขวิน ชนสถิติ 20 ปี
LINE ได้หยุดให้การสนับสนุน macOS 13 แล้ว Mac รุ่นเก่าจึงไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ได้
7 อาหารที่ช่วยดูแลหัวใจและลดปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดตีบ
“ผิวขาวที่แลกด้วยชีวิต” เมื่อเครื่องสำอางตะกั่วกลายเป็นกับดักความงามของหญิงสาวในยุโรป
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?
มีเนื้อทุกมื้อ แต่โปรตีนอาจไม่เป็นอย่างที่คิด
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่คนกัมพูชานิยมเข้ามาทำงานอยู่มากที่สุด
7 อาหารที่ช่วยดูแลหัวใจและลดปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดตีบ
10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 กันยายน 2569 รวมเลขกระแสยอดนิยมแบบมีสติ
“ผิวขาวที่แลกด้วยชีวิต” เมื่อเครื่องสำอางตะกั่วกลายเป็นกับดักความงามของหญิงสาวในยุโรป
“Wii Towai” ชนเผ่า "นกวิญญาณ" แห่งปาปัวนิวกินี เมื่อหน้ากากรูปนกลึกลับกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
รู้จัก “หมูป่าหน้าหูด” ใบหน้าสุดแปลกที่ช่วยให้รอดในสะวันนา
“การทาหน้าขาว” เสน่ห์ความงามของนางรำในโลกโบราณ สู่ภาพจำแห่งราชสำนักกรุงศรีอยุธยา