Money Dysmorphia เก็บเงินจนเครียด มีเงินไม่ยอมใช้ เน้นเก็บเงินจนลืมความสุข
ภาวะ “Money Dysmorphia” หรือ “อาการเก็บเงินจนเครียด” เกิดกับผู้ที่มีเงินเก็บเพียงพออยู่แล้ว แต่ไม่ยอมนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายเลย ในบางครั้งอาจไม่กล้าใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานะทางการเงินแม้ว่าจะมีเงินเก็บมากพออยู่แล้วก็ตาม
สาเหตุของภาวะ Money Dysmorphia
1.กังวลกับสถานะทางการเงิน ส่วนมากมักจะกังวลกับสถานะทางการเงินในอนาคตของตัวเองมากเกินไป อย่างเช่น กลัวว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในอนาคต แม้ว่าตัวเองจะมีเงินเก็บสำรองในส่วนนี้มากพอแล้วก็ตาม
2.กดดันตัวเองมากเกินไป มักพยายามกดดันตัวเองในการเก็บเงินให้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และไม่กล้าใช้เงินเพื่อความสุขของตัวเอง
3.มีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน อย่างเช่น เคยมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก และต้องใช้เวลานานกว่าจะทยอยจ่ายจนหมด เคยติดหนี้บัตรเครดิต ติดเครดิตบูโร หรืออาจเคยอยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก่อนจนมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก เป็นต้น
อาการของ Money Dysmorphia
1.รู้สึกว่า “มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ” มักรู้สึกว่า “ต้องมีเงินให้มากกว่านี้” สิ่งที่คนกลุ่มนี้ทำ คือ การพยายาม “เพิ่มรายได้” ให้มาก และ “ลดรายจ่าย” ให้น้อยที่สุด เลือกที่จะไม่จ่ายเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นเลย หรือบางคน แม้เป็นสิ่งที่จำเป็น ก็พยายามลดคุณภาพลง เพื่อให้มีรายจ่ายน้อยที่สุด จะได้เหลือเงินเก็บเยอะ ๆ แม้จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่จะมาพร้อมกับความกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
2.รู้สึกว่า “ยอมไม่ได้ ที่คนอื่นมีเงินมากกว่า” การนำความมั่งคั่งของเรา ไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ที่มีความมั่งคั่งมากกว่า จะส่งผลให้ทำให้เรากดดันมากเกินไป จนสร้างเป็นความเครียดเพิ่มมากขึ้น
3.รู้สึก “เครียดเมื่อนึกถึงเรื่องเงิน” บางเวลาที่สมองได้คิดถึงเรื่องเงิน จะรู้สึกเศร้า รู้สึกกังวล หรือรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที ไม่รู้จะหาทางออกยังไง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เงินที่มีอยู่ไม่รู้ว่าจะช่วยให้ผ่านเหตุการณ์นั้นไปได้หรือไม่ การมองโลกหรือสิ่งต่าง ๆ ในแง่ร้ายจนเกินไป ทำให้รู้สึกวิตกต่อเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
4.รู้สึก “ไม่อยากกลับเป็นเหมือนอดีต” เพราะมีประสบการณ์ด้านการเงินที่ไม่ดีในอดีต อย่างเช่น เคยฐานะทางการเงินไม่ดี ใช้ชีวิตลำบากมาก่อน วันหนึ่งพอสามารถสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ก็กลัวว่า หากทำอะไรผิดพลาดไป ก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม
วิธีแก้ไขภาวะ Money Dysmorphia
- ใช้หลักการ Wealth Life Balance มีการถ่วงน้ำหนักระหว่างความสุขใน “อนาคต” กับ ความสุขใน “ปัจจุบัน” ให้พอดีกัน โดยใช้ความทุกข์ใน “อดีต” เป็นบทเรียนสอนใจ
- ตั้งเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้รู้ว่าจะต้องเตรียมเงิน หรือจัดสรรเงินสำหรับวันนี้และอนาคตเท่าไหร่
- ประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตตามความเป็นจริง ไม่มองโรคในแง่ร้ายจนเกินไป
- ต้องไม่ลืมว่าเราทุกคนไม่เหมือนกัน ไม่ควรเอาตัวเองไปเทียบกับใครจนเกินไป พยายามอยู่บนเส้นทางการเงินของตัวเอง แต่ใช้เรื่องราวผู้อื่นเป็นแรงบันดาลใจได้
- ต้องยอมรับในตัวเอง ยอมรับสิ่งที่เคยเป็นมา ยอมรับว่า อดีตคือบทเรียน และ อดีตไม่ใช่แรงกดดัน
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
นี่คือภาพของความสวยงามของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมองมาจากนอกโลก
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เลขเด็ด "นายกฯ คนที่ 33" กระแสแรงรับรัฐบาลใหม่ 2569
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
กินข้าวเรื่องใหญ่! ถอดรหัสวัฒนธรรม "โต๊ะอาหาร" สนามรบและสะพานเชื่อมธุรกิจแบบจีน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
ผลคะแนนกับการย้อนแย้งที่แตกต่าง "คะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์" เลือกตั้งปี 69
ผลคะแนนกับการย้อนแย้งที่แตกต่าง "คะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์" เลือกตั้งปี 69
โทรศัพท์มือถือ 5 รุ่นในตำนาน ที่มียอดขายมากที่สุดในโลก
"พชร์ อานนท์" ฟาดเดือด! "ไทย" มี 77 จังหวัดไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ..อย่ามาดราม่าปมผลเลือกตั้ง
เลขเด็ด "นายกฯ คนที่ 33" กระแสแรงรับรัฐบาลใหม่ 2569








