รีวิวหนังสือ พลังพลิกชีวิตของกิจวัตรยามเย็น
การจัดการเวลา ไม่ต้องรอวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) เราจะได้บริหารจัดการเวลาระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อหรือไม่ เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด และนั่นคือเวลาเย็นหลังเลิกงานนั่นเอง
รยูฮันบิน นักเขียนชาวเกาหลีจะมาแนะนำมุมมองการบริหารเวลาว่างของแต่ละวันให้เราได้หาทางหยิบจับทำอะไรขึ้นมาได้บ้าง โดยไม่ต้องรอวันหยุดสุดสัปดาห์ แปลโดย อาสยา อภิชนางกูร
ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์
1.ถ้ายังทำแบบเดียวกับคนอื่น ใช้เวลาเท่ากับคนอื่น ชีวิตก็คงไม่แตกต่างจากค่าเฉลี่ย พลังของกิจวัตรยามเย็นช่วยให้เราออกแบบชีวิตตัวเองได้ ไม่ว่าตอนกลางวันจะได้ทำสิ่งที่ชอบหรือไม่ แต่ช่วงหลังเลิกงาน เรายังมีอีก 1 วันของตัวเองรออยู่
2.เมื่อได้ลองทำกิจกรรมบางอย่างหลังเลิกงานจริงๆจะพบว่าเวลาหลังเลิกงานที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ชอบกลับช่วยเติมพลังงานมากกว่าสูบพลังงานออกไป
3.ทุกคนต่างมีความฝันที่อยากทำให้เป็นจริง แต่ความฝันและเป้าหมายมักอยู่ไกลเสมอ อย่ามัวแต่นั่งมองความฝันและเป้าหมายที่อยู่ห่างไกล ให้ค่อยๆสร้างบันไดไปทีละขั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งความฝันและความจริงก็จะมาบรรจบกัน ไม่มีความฝันใดไปถึงได้ในคราวเดียว ถ้าไม่ลงมือทำมันก็เป็นได้แค่ฝัน
4.สิ่งสำคัญกว่าการบรรลุเป้าหมายคือ การมีความสุขอยู่กับปัจจุบัน ถ้านึกถึงเป้าหมายทุกวันแล้วเพลิดเพลินและมีความสุขจะนึกถึงทุกวันก็ได้ แต่ถ้าเปรียบเทียบเราในตอนนี้แล้วท้อแท้ สู้ไม่ต้องตั้งเป้าหมายเลยจะดีกว่า เป้าหมายมีไว้เพื่อเป็นเข็มทิศให้เราไม่หวั่นไหว แต่ไม่ได้มีไว้ลดทอนคุณค่าของเราในตอนนี้
5.เวลาไม่มีรูปร่างให้เห็น จับต้องไม่ได้ เราจึงปล่อยเวลาผ่านไปเฉยๆ เวลาเป็นสิ่งที่ผ่านไปอย่างช้าๆ เมื่อเรารับรู้และจับต้องมัน แต่มันจะผ่านไปอย่างรวดเร็วถ้าเรารอมัน หากเราใส่ใจเวลา 24 ชม. จนเป็นนิสัย เวลาใน 1 วันของเราจะนานกว่าคนอื่นเป็นสองเท่า
6.ทุกๆครึ่งชั่วโมงให้ทบทวนดูว่าเราใช้เวลาก่อนหน้านี้ไปอย่างไร แล้วจะเห็นว่าตัวเองกำลังใช้เวลาแบบไหน
7.ถ้าเวลามีจำกัด เราควรค้นหาข้อมูลที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช่หาข้อมูลไปตามอารมณ์ ในการทำงานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากอย่างที่คิด เพียงมีข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น ไม่ว่างานอะไรก็ทำได้เลย
8.ไม่ต้องค้นหาวิธีเป็น Youtuber ไปเรื่อยๆ แค่ลองทำคลิปแล้ว upload ลง Youtube ก็เป็น Youtuber ได้แล้ว สิ่งต่างๆที่เรียนรู้หลังจากทำอะไรไปแล้วต่างหากที่จำเป็นจริงๆ แม้จะผิดพลาดไปบ้างเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่บ่อยนักที่เราทำผิดพลาดจนไม่สามารถแก้ไขได้เพียงเพราะค้นหาข้อมูลน้อย เตรียมข้อมูลล่วงหน้าไม่เพียงพอ
9.ถ้าในแต่ละวันเติบโตแค่ 1% หลังจากนั้นผ่านไป เราจะเติบโตขึ้น 37 เท่า เป้าหมายของเราไม่ใช่การเก่งกว่าคนอื่น แต่เป็นการเติบโตขึ้นทีละนิดทุกวัน
10.การล้มเลิกไม่ใช่เรื่องที่แย่ แต่การสะสมความคิดด้านลบเกี่ยวกับตัวเองทำให้ชีวิตไม่ไปไหน เราควรโฟกัสกับปัจจุบันเท่านั้น อย่าย้อนกลับไปเสียดายเวลาที่ผ่านมาแล้วมัวแต่โทษตัวเอง ลองคิดดูว่าจะใช้เวลาตอนนี้อย่างไรให้ได้มากที่สุด
11.ขั้นตอนแรกสำหรับทำให้เป็นกิจวัตรคือ การทำเป้าหมายของเราให้เล็กที่สุด เช่น เมื่อตั้งใจว่าจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ไม่ควรเริ่มจากการฟังคลิป 1 ชั่วโมง แต่ควรเริ่มต้นว่าจะจำวันละ 3 คำศัพท์ก็พอ เมื่อการปฏิบัติจริงเล็กๆเปลี่ยนเป็นความเคยชิน เราค่อยเพิ่มปริมาณขึ้นทีหลัง
12.อย่าคิดว่าต้องทำ ยิ่งเป็นสิ่งที่คิดว่าต้องทำให้ได้จริงๆยิ่งต้องทิ้งความคิดว่า"ต้องทำ"ไปเสีย ถ้าเรากดดันตัวเองมากเกินไป ร่างกายจะต่อต้าน ใจที่อยากทำจะหายไปและมีโอกาสล้มเหลวได้มาก
13.สาเหตุที่ไม่สามารถทำตามแผนได้สำเร็จมีอยู่ 2 กรณี 1.มุ่งมั่นว่าจะทำ แต่ไม่ลงมือทำ 2.ลงมือทำแล้ว แต่โลภมากเกินไป
14.ในวันที่ไม่อยากทำจริงๆให้คิดว่าถ้าไม่ทำวันนี้ พรุ่งนี้ต้องไม่ทำแน่ๆ วันต่อไปจะยิ่งไม่อยากทำเป็นสองเท่า ในวันที่ไม่อยากทำแค่ไหนหรือวันที่ไม่สบาย ขอแค่ทำให้เต็มที่แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะช่วยรักษาวงจรการทำเป็นกิจวัตรต่อไปได้
15.สำหรับคนที่อยากทำงานอดิเรกหลังเลิกงาน แต่เมื่อถึงตอนเย็นกลับนอนเฉยๆ เพราะไม่อยากอะไรเลย วิธีแก้ปัญหาของคนเหล่านี้มีเพียงวิธีเดียวคือ ต้องเริ่มลงมือทำ
16.การออกกำลังกายยามเช้าขณะที่ท้องว่างจะช่วยลดน้ำหนักได้ และช่วงเวลาตอนเช้าส่วนมากยังไม่มีใครรบกวนจึงเหมาะแก่การอ่านหนังสืออย่างยิ่ง
17.ช่วงไหนที่รู้สึกท้อแท้ให้คิดว่า"เราไม่ได้หมดไฟ แค่อยู่ในช่วงขาลง"แม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงขาลง แต่อีกไม่นานก็จะกลับมาช่วงขาขึ้นอีกครั้ง
18.ช่วงที่รู้สึกท้อแท้ให้ลดปริมาณงานลง สิ่งสำคัญคือต้องดูจังหวะตัวเองให้ดี โดยรู้จักยืดหยุ่น เวลาคลื่นซัดมา แทนที่จะยืนต้าน ให้เราผ่อนคลายและขยับไปตามแรงคลื่นอย่างพอเหมาะพอดี วันไหนที่สภาพจิตใจดีให้ทำเยอะหน่อย วันไหนที่สภาพจิตใจไม่ค่อยดีให้ทำน้อยหน่อย "สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดทำ"
19.การทำสมาธิสำคัญกับพลังกายอย่างมาก เพราะการสูญเสียสมาธิทำให้สุญเสียพลังงาน การทำสมาธิคือเครื่องมือที่ทำให้ความคิดนิ่งขึ้น เมื่อรู้เท่าทันความคิดของตัวเองที่วิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วหยุดมันไว้ เราจะกลับสู่ปัจจุบันอย่างเงียบสงบอีกครั้ง
20.นาฬิกาชีวิตของร่างกายจะรับรู้ว่า ถ้าสว่างคือตอนเช้า ถ้ามืดคือตอนเย็น เมื่อถูกกระตุ้นจากแสงสีฟ้าของจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน อาจทำให้สมองเกิดความสับสน การแบ่งแยกกลางวันกลางคืนที่ไม่ชัดเจนจะทำให้เรานอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม
สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก ปี 2026
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85
เสียงแรกของโลกที่มนุษย์บันทึกไว้คืออะไร? ย้อนฟังเสียงจากปี 1860
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
แคปชั่นวันแม่ สั้นๆ กวนๆ ฮาๆ ซึ้งๆ เอาไว้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย
เปิดจอ = ปิดปาก? ทำไม "กินข้าวไปดูทีวีไป" ถึงกลายเป็นมิวสิกวิดีโอแห่งความเงียบเหงา! 📺🍚
เก๋าสุดในรุ่น “หัสดิน” แบรนด์รถคนไทยยุค 60
ลูกชายกลับบ้านหลังห่าง 1 ปี พบกล่องกองเต็มบ้าน แม่วัย 81 จ่ายค่าสินค้าเดือนละ 6–8 หมื่นเยน



