หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แบกกล้องรอบมกุฏพันธะเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงสรีระ


เขียนโดย Jamsaengpoo

สถานที่สุดท้ายในการวางพระสรีระ  ก่อนที่จะเกลวไฟจะแผดเผา 

กายที่นิ่งไม่ไหวติงต่อสิ่งใด ไม่ต่างอะไรกับท่อนไม้และท่อนฟืน

กองยิ่งใหญ่มโหฬารที่มองเห็น อดีตเป็นแหล่งรวมแห่งความเศร้า

พระสงฆ์มากมายมารวมเฝ้า ส่งพระพุทธเจ้าสู่เปลวไฟ

    การเดินทางในครั้งนี้ การมาถึงที่นี่แน่นอนเมื่อเรานั้นเขียนสารคดีถึงเรื่องราวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า สถานที่สำคัญที่เรานั้นจะต้องมาเดินดูและเก็บภาพคือสถานที่ในการถวายพระเพลิง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ปรินิพพาน หากเดินมานั้นน่าจะประมาณ 500 เมตรได้ สถานแห่งความเศร้าอาลัย  เมื่อ 2500 ปีสถานที่เหล่านี้นั้นมีแต่หยดน้ำตา 

   มีคนบอกว่าพระอรหันต์ที่บรรลุธรรมนั้นจะไม่หลั่งน้ำตา แต่ในบริเวณใกล้ๆ เราจะเห็นสถานที่ที่พระอานนท์หลบมาร้องไห้ที่บริเวณใต้ร่มไม้ หากว่าเรานั้นเดินรอบบริเวณนั้นจะเห็น เพราะว่าพระพุทธเจ้านั้นเสมือนชีวิตเดียวกันกับพระอานนท์คำสอนทุกอย่างพระอานนท์จะเป็นคนที่อยู่กับพระพุทธเจ้าตลอดเวลา แม้แต่ในตอนที่พระพุทธเจ้านั้นจะถึงกาลปรินิพพาน พระพุทธเจ้าก็บอกให้กับพระอานนท์เป็นคนแรก 

    ตอนที่พระอานนท์นั้นเดินไปตักน้ำในแม่น้ำ เพื่อที่จะนำมาให้พระพุทธเจ้า แต่มองดูในน้ำนั้นแล้วน้ำขุ่นจึงไม่สามารถที่จะตักน้ำมาให้ได้ตอนนั้นพระอานนท์ทรงโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุ แต่ก่อนที่จะปรินิพพานนั้นพระพุทธเจ้าได้บอกทุกอย่างกับพระอานนท์เพียงคนเดียว หากเทียบคือพระอานนท์เป็นเหมือนลูกที่วันหนึ่งพ่อจะจากโลกนี้ไป ก็ยากที่จะทำใจได้

   เราเดินมานั่งลงบริเวณโดยรอบ ด้านนอก สามารถที่จะเดินได้ หากว่าเข้าไปด้านในนั้นจะมีเหล่าพระสงฆ์ทำพิธีสวดมนต์อยู่ สถานที่นี้หากว่าเรานั้นจะเดินทางไปจะต้องไปในเวลาเช้า เพราะว่าหากไปยามสายแดดจะร้อนหน่อย หรืออาจจะเข้าไปประมาณบ่ายสาม ในเวลห้าโมงเย็นสถานที่นี้จะไม่สามารถเข้าได้  

   ในการเดินไม่ต้องถือของเยอะ เพราะว่าเราจะไม่มีที่สำหรับเก็บ สถานที่นี้เป็นลานหญ้ากว้าง อาจจะเห็นชาวไทยไปนั่งตามร่มไม้แล้วมองไปยังสถานที่ถวายพระเพลิง ด้วยสายตาที่เศร้าโศกเสียใจ

       หากเราเดินเข้าไปใกล้ รอบสถานที่มกุฏพันธเจดีย์นี้จะมีอิฐ หรือศิลาแลงโดยรอบ ที่ก่อขึ้นสูงขนาดใหญ่ ในการสร้างนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 6 วัน เพื่อที่จะทำการถวายพระเพลิง แต่หากว่ามีการถวายพระเพลิงหลังจากที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว 7 วัน หากว่าเราเดินประทักษิณนั้นจะร้อนในเวลานี้  

   เย็นๆ เราจะไปนั่งสมาธิและสวดมนต์เพื่อบูชามกุฏพันธะเจดีย์แห่งนี้ 

     บริเวณนี้น่าจะเป็นสถานที่ในการที่มีการวางดอกไม้ก่อนที่จะถวายพระเพลิง มีการวางดอกไม้ดาวเรือง เทียนและจุดธูปในบริเวณนี้ และคนที่มากราบไหว้ที่นี่จะนำธูปมาปักนำเทียนมาวาง  แต่ก่อนนั้นจะมีการปิดทองแต่หลังจากที่มีจำนวนคนมากขึ้นจึงทำให้ไม่อนุญาตในการปิดทอง เพราะว่าทำให้ดูแล้วไม่สวยงาม เราสามารถที่จะสัมผัสและกราบตรงมกุฏพันธะเจดีย์ได้เลย

     มุมไกล  ด้วยความกว้างของสถานที่จึงรองรับคนได้จำนวนมาก หากว่าต้องการที่จะปฏิบัติเป็นพุทธบูชาสามารถที่จะเลือกที่บริเวณโดยรอบได้เลย แต่เราไม่สามารถที่จะปีนขึ้นไปด้านบนของกองอิฐได้   เราเดินเข้าไปมองไปจากที่นี่เหมือนว่าเรานั้นมายืนดูกองสรีระของพระพุทธเจ้า หากว่าเราจะเดินทางไปสถานที่ไหนยเราจะต้องอ่านประวัติก่อนเราจะได้จินตนาการว่า หลังจากที่ปรินิพพานแล้วเก็บพระสรีระไว้อีกที่หนึ่งแล้วนำมาถวายพระเพลิงอีกที่ 

      การสิ้นของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้นเป็นเหมือนการสิ้นในศาสนาไปเช่นกัน เมื่อศาสดาปรินิพพานทำให้ศาสนาอื่นเข้ามามีอิทธิพล ทำให้พระพุทธศาสนาเลือนหายไปจากประเทศอินเดีย  การนับถือศาสนาในประเทศอินเดียนั้นมีความหลากหลายแม้ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญของศาสนาพุทธ ยังมีศาสนาพราหมณ์ หรือศาสนาอื่นปะปนอยู่ในหลายๆ เมือง 

    หลังจากที่เดินรอบแล้ว ก็พร้อมสำหรับการนำดวงวิญญาณของคนที่รักชวนไปด้วย จะนำไปกราบไว้ที่อินเดีย แต่ว่าไม่รู้มาด้วยไหม  เรียกชื่อนามสกุลและจุดธูปเรียก  ยายนั้นชอบและรักในการทำบุญครั้งนี้ชวนมาด้วย เพื่อมาสักการะที่นี่  เดินเลาะหามุมจะให้อยู่ตรงไหน

   ใช้เวลาในการเดินหามุมในการถ่ายภาพที่นี่ประมาณสองชั่วโมง มุมนั้นมุมนี้เพื่อนำไปเลือก ในวันงานจริงที่มีการแห่ขบวน ย้อนไปเมื่อสองพันห้าร้อยปีมาที่นี่ ทำเหมือนเมื่อครั้งปรินิพพาน เราจะเก็บภาพตรงไหน 

     หากว่าเรานับจำนวนในการปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีจำนวนระยะเวลานาน ในเดือนมาฆบูชาจะมีการระลึกถึง แม้ว่าเรานั้นจะมีการเดินทางเพื่อที่จะตามรอยพระพุทธเจ้ามาแล้วสองครั้งแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้เดินไปในทุกมุมของสถานที่ปรินิพพาน  แต่ก่อนมาเดินไม่นานหมดเวลาแล้วก็เดินทางกลับ  มีความรู้สึกสุขใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง

เนื้อหาโดย: Jamsaengpoo
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Jamsaengpoo's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย Jamsaengpoo
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ฉันคือแมวเหมียว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทยจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพงรวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569ผักที่หากินยากที่สุดในไทย5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกรายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปรับจังหวะชีวิตใหม่ด้วย Waithood ไม่ต้องเร่งรีบตามคนอื่น ช้าลงบ้าง อยู่กับตัวเองให้นานอีกหน่อย เพื่อให้ชีวิตมีความสุขมากกว่าเดิมแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนรวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยยูเครนผลักดันให้ยุโรปพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ แบบบอลลิสติกของตนเอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
“อายุ 30 แต่ยังไม่มีเงินเก็บ ผิดปกติไหม?”โพสต์อวดรวย แต่เงินไม่คืน? 5 เรื่องจริง 10 นิสัยลูกหนี้ เช็คให้ดีก่อนให้ใครยืมก็แดดมันร้อน! เมื่อต้นมะละกอที่หวงดั่งลูก ยืนต้นตากแดดตามลำพัง ต้องหาที่กำบังให้ซะหน่อยเนื้อหมูกิโลละ 20 บาท! เปิดภาพราคาอาหาร ปี 2510 เทียบวันนี้ 120-190 บาท/กก.
ตั้งกระทู้ใหม่