คุณไม่ได้โง่ แต่โลกใบนี้เต็มไปด้วยคนงี่เง่า
หนังสือคือสิ่งที่เตือนสติเราที่สุด เพื่อนที่ดีที่สุดของเราคือหนังสือ หากชีวิตท้อแท้ไม่มีทางสู้ หยิบหนังสือที่คุณดูแล้วตรงกับชีวิตคุณ
การทำงานแน่นอนต้องเจอคน เพราะเราคือสัตว์สังคมที่ต้องหา หาคนทำงานหาเจ้านายมากมายลูกค้า แน่นอนว่าอาจมีคนมองว่าเราคือคนโง่
หนึ่งวันเราอ่านหนังสือทั้งหมดกี่เล่ม พอถึงเวลาที่เราต้องทำงานเราอาจจะไม่มีเวลาแม้แต่การอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่งเพื่อที่จะเพิ่มสมาธิและความรู้ของเรานั้นมากขึ้นวันเวลาของการอ่านหนังสือจะลดลงตามไป
สังคมทำงานบางครั้งอาจจะทำร้ายจิตใจและความรู้สึกของเราเพียงเพราะคนในสังคมมีการเปรียบเทียบ ประชดประชัน แต่คนที่เป็นคนต้นเรื่องน่าจะงี่เง้าที่สุดแล้ว ความรู้สึกถึงความไม่อบอุ่นของสังคมการทำงาน เหมือนตนเองกำลังแหวกว่ายไปโดยไม่รู้จุดหมาย เมื่อไหร่ที่พลาดถูกเหยียบย่ำ แม้เพียงครั้งเดียว แต่ความสำเร็จที่มากกว่าสิบครั้งกลับไม่เคยจำ
เราควรจะสงสารสังคม และสงสารตัวเอง พยายามห่างสังคมที่เราคิดว่างี่เง้าเถอะ อย่าใส่ร้ายตน
เคยทำงานมามากกว่าสี่ที่ แต่สิ่งที่ทุกที่มีด้วยกันทั้งหมดคือสังคมที่งี่เง่า เขาจะแฝงตัวอยู่ในทุกที่ ใช้คำพูดที่ลวงโลก เล่นเกมจิตวิทยา กดทำให้คนอื่นนั้นรู้สึกว่าตนเองนั้นต่ำกว่า
บางคนปลอมตัวมาเป็นคนดี แต่พยายามฉกฉวยในทุกโอกาสเพื่อตนเอง วางหมากให้คนอื่นทำตาม จนในบางครั้งนั้นเราเหมือนตกอยู่ในสนามรบที่ไม่อาจจะหนีออกมาได้
หากว่าเรานั้นลองได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วเราจะรู้ได้เลยว่าตอนนี้เรากำลังรบอยู่กับอะไร มีคนกำลังนำพาเราเข้าไปในสนามรบนั้นหรือไม่ ทำอย่างไรเราจึงจะออกมาจากสถานการณ์นั้นได้โดยที่ไม่ได้ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง
บางอย่างที่เราอยู่ในเกมมันทำให้เรานั้นดูเป็นคนโง่ เขาพยายามที่จะบีบให้เรานั้นวิ่งไปตามเกมเมื่อไหร่ที่คนเราไม่มีหนทาง เขาจะหาทางที่จะอยู่สบายมากกว่า นั้นคือการยอมรับความช่วยเหลือจากคนที่รอคอยจะกดขี่เรา
คนเราไม่มีใครที่จะทนให้ใครมาสั่งสอนมาว่าเราคนในครอบครัวเราจนเรานั้นรู้สึกว่ามันใช่หรือ ทำไมถึงทำเหมือนเราไม่ใช่คน เราติดอยู่กับเขาอย่างนั้นหรือ ชีวิตเรามีเท่านั้นเองหรือ ยากมากหากว่าเล่นตามเขาไป
ลองออกมานอกสงคราม ออกมาจากคนงี่เง่า กล้าที่จะลุกขึ้นแล้วเดินออกมาให้ห่างจากสิ่งเหล่านี้
ชอบท่อนนี้มากว่าเรานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะเป็นเหยื่อของความงี่เง้า เราเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะในเกมชีวิตของเราเอง
ช่วงหนึ่งเคยไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นสังคมงี่เง้า พอเราเข้าไปเราเหมือนเป็นคนที่โง่ ไม่ว่าจะทำอะไรดูเหมือนว่าเราไม่รู้เรื่องอะไรตามเขาไปเสียทุกเรื่อง สิ่งไหนต้องทำสิ่งไหนทำไม่ได้ เรากำลังทำอะไรอยู่และต่อไปยังไงดี ลองออกมานั่งด้านนอก แล้วมองสิ่งที่สังคมนั้นกำลังทำอยู่
เราจะรู้ว่าเรานั้นไม่ได้โง่ แต่สังคมที่เราอยู่นั้นงี่เง้ามาก สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ แต่สิ่งที่จะทำกลับเป็นในอีกอย่าง หน้าที่นั้นคือหน้าด้านไหม หรือว่าทำได้แต่ต้องไม่ให้ทำไม่ดีกว่าคนอื่นทำเท่ากับคนอื่น ทำมากกว่าคือไม่ดีในสายตาคนทั้งหลาย
ความสุขของคนเรานั้นทุกคนมีขอบเขต เหมือนกันหมด เรายอมที่จะเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น แต่เพียงเพราะเราไม่ไปวิ่งตามสังคมงี่เง้านั้น
เราจะเห็นในข่าวมีการฆ่าตัวตายหรือเลือกที่จะจบชีวิตของตนเองลงไปเพราะว่าความไม่เข้าใจในการทำงาน ไม่พอใจในการทำงานของตนเอง ทำให้เกิดความคิดที่ลบ จนทำให้เกิดโรคต่างๆ จนนำมาซึ่งการทำร้ายตนเอง คนพวกนั้นหรือสังคมเหล่านั้นไม่ได้มาสนใจเรา เขาไม่รู้สึกผิดด้วยซ้ำที่ได้ทำ นี่เขาเรียกว่าสังคมงี่เง้า ที่เรากำลังเผชิญอยู่ เรื่องของตนเองไม่รู้ แต่เรื่องของบ้านนั้นบ้านนี้รู้หมด
ถ้าหากเราอยากมีความรู้ในเรื่องของสังคมที่งี่เง่าต้องอ่านเล่มนี้ ให้คำตอบกับคุณได้ทุกอย่าง และยังแนะนำในวิธีการคิดที่ผู้มีประสบการณ์ได้ทดลองทำกันมาแล้ว ทำได้ผล
อย่าอยู่กับสังคมงี่เง้าแล้วโทษตัวเองว่าตัวเองโง่อีกเลย
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/2/69
ต่างประเทศเรียกชื่อประเทศไทยว่าอะไร?
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด






