ประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร เลือกยังไงให้คุ้มค่าตรงใจ
ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่เพิ่งถอยรถ หรือใช้รถมานานแล้ว หากคุณกำลังวางแผนทำประกันรถยนต์ แต่ยังลังเลว่าประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร เพราะการซื้อประกันรถยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้งานจริงอีกด้วย บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าความแตกต่างของประกันชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ต่างกันอย่างไรอย่างละเอียด พร้อมเทียบราคาคร่าวๆ เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงใจ รู้ว่าแบบไหนคุ้มค่าและเหมาะกับรถของคุณมากที่สุด
เปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละชั้น
ก่อนจะเลือกประกันรถยนต์ เมื่อเจอคำถามว่าประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร สิ่งที่หลายคนอยากรู้เป็นอันดับต้นๆ คือราคาเริ่มต้นของประกันภัยรถชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร แต่ละชั้นประมาณเท่าไหร่? เพราะนอกจากความคุ้มครองที่ต่างกัน ราคาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบบไหนคุ้มค่ากับงบในกระเป๋า แต่ก็แน่นอนว่ายิ่งคุ้มครองมาก ราคาก็ยิ่งสูงตามมาด้วย เรามาดูราคาโดยประมาณของแต่ละชั้นกัน
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
- ราคาเริ่มต้น : ประมาณ 9,000 บาทต่อปี
- คุ้มครองครบที่สุด ทั้งรถเรา-รถคู่กรณี / สูญหาย / ไฟไหม้ / น้ำท่วม
- เหมาะกับ : รถใหม่ / รถป้ายแดง / หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุด
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
- ราคาเริ่มต้น : ประมาณ 7,300 บาทต่อปี
- คุ้มครองรถชนแบบมีคู่กรณี / สูญหาย / ไฟไหม้ (แต่ไม่คุ้มครองกรณีชนไม่มีคู่กรณี)
- เหมาะกับ : รถที่ใช้งานมาสักระยะ แต่ยังต้องการคุ้มครองเหตุใหญ่ๆ
ประกันรถยนต์ชั้น 3+
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 6,000 บาทต่อปี
- คุ้มครองรถชนแบบมีคู่กรณี แต่ไม่รวมสูญหายหรือไฟไหม้
- เหมาะกับ : รถยนต์มือสองที่ยังใช้งานดี หรือผู้ขับขี่ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย
ประกันรถยนต์ชั้น 3
- ราคาเริ่มต้น : ประมาณ 1,870 บาทต่อปี
- คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี (ชีวิต ทรัพย์สิน ค่ารักษาพยาบาล) แต่ไม่คุ้มครองรถเรา
- เหมาะกับ : รถเก่า / รถใช้งานน้อย / หรือผู้ที่อยากมีประกันไว้เป็นพื้นฐาน
หมายเหตุ : ราคาเบี้ยประกันแต่ละชั้นจะต่างกันไปตามยี่ห้อรถ ปีที่ผลิต อายุผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม และรูปแบบการซ่อม หากต้องการทราบราคาที่แน่นอน แนะนำให้เช็กราคาเบี้ยประกันรถยนต์กับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ ซึ่งประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร เลือกประกันแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งานดังนี้
- ขับรถทุกวัน : แนะนำประกันชั้น 1 หรือ 2+ เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุม
- ขับรถเป็นครั้งคราว : ประกันชั้น 3+ หรือ 3 อาจเพียงพอ
- รถใหม่หรือมีมูลค่าสูง : อาจเลือกประกันชั้น 1 เพื่อความอุ่นใจ
- รถเก่าหรือมีอายุการใช้งานนาน : ประกันชั้น 3 หรือ 3+
ประกันชั้น 1 ครอบคลุมรอบด้าน อุ่นใจทุกสถานการณ์
ประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครบถ้วน ประกันชั้น 1 คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถคุณเองและรถของคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นชนแบบมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณีก็ตาม เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งซื้อรถใหม่ หรือผู้ที่ต้องใช้รถเป็นประจำในชีวิตประจำวัน และอยากมั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยประกันชั้น 1 คุ้มครองค่าใช้จ่ายดังนี้
- ความเสียหายต่อตัวรถของเรา ทั้งกรณีชนแบบมีหรือไม่มีคู่กรณี
- ค่าซ่อมรถคู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด
- ค่ารักษาพยาบาลของผู้โดยสารในรถ
- ความรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี
- ความเสียหายจากไฟไหม้ หรือรถสูญหาย
- คุ้มครองภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม พายุ ลูกเห็บ
ประกันชั้น 2 ทางเลือกเบาๆ แต่ยังอุ่นใจ
มาดูกันต่อว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร หากคุณรู้สึกว่าประกันชั้น 1 อาจเกินความจำเป็น หรือเบี้ยสูงเกินงบ แต่ก็ยังอยากได้ความคุ้มครองมากกว่าขั้นพื้นฐานแบบชั้น 3 เพราะฉะนั้น ประกันชั้น 2 คือทางเลือกที่ลงตัว เหมาะสำหรับรถที่มีอายุใช้งานมาสักพัก หรือเจ้าของรถที่ต้องการความอุ่นใจจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยประกันชั้น 2 คุ้มครองค่าใช้จ่ายดังนี้
- ความเสียหายต่อรถคู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด
- ค่ารักษาพยาบาลผู้โดยสารในรถ
- ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
- คุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ
- แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถเรา (ในกรณีเราเป็นฝ่ายผิด)
ประกันชั้น 3 จ่ายเบา แต่ช่วยได้เวลาฉุกเฉิน
มาดูอันสุดท้ายกันว่าประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ประกันชั้น 3 เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถไม่บ่อย หรือใช้รถในระยะทางสั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เน้นความคุ้มครองพื้นฐาน เช่น ช่วยออกค่าเสียหายให้คู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด โดยไม่ครอบคลุมความเสียหายของรถเรา เหมาะสำหรับรถเก่า หรือคนที่อยากประหยัดค่าเบี้ยประกัน โดยประกันชั้น 3 คุ้มครองค่าใช้จ่ายดังนี้
- ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณี
- ค่ารักษาพยาบาลผู้โดยสารภายในรถ
- ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในกรณีเกิดคดีความ
- แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถของเรา ไม่ว่ากรณีใดๆ
- และไม่ครอบคลุมกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ
สรุปประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร เลือกให้เหมาะกับรถและการใช้งาน
หลังจากรู้ความแตกต่างแล้วว่าประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการพิจารณาความต้องการของคุณให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่ตั้งไว้ ความถี่ในการใช้งานรถ พฤติกรรมการขับขี่ ไปจนถึงความเสี่ยงที่อาจเจอในชีวิตประจำวัน เช่น ขับทางไกลเป็นประจำ หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
การเลือกแบบประกันที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความเสี่ยง จะช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่ของค่าเบี้ยที่จ่าย และประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อให้ทุกครั้งที่สตาร์ตรถ คุณรู้สึกมั่นใจได้มากขึ้นว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน คุณก็พร้อมรับมือได้โดยไม่ต้องเครียด
โดยในปัจจุบัน การเลือกประกันรถยนต์ก็สะดวกกว่าที่เคย ด้วยบริการเปรียบเทียบออนไลน์ว่าประกันชั้น 1 2 3 ต่างกันยังไงที่ช่วยให้คุณดูรายละเอียดความคุ้มครอง ราคา และโปรโมชั่นจากหลายบริษัทในที่เดียว ช่วยประหยัดเวลา พร้อมให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าประกันที่เลือกนั้นตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มครองและงบประมาณของคุณจริงๆ
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
15 นิสัยแบบนี้ที่คุณเป็น อาจจะแปลกในสายตาของคนอื่น แต่ นิสัยเหล่านี้กำลังบ่งบอกว่า คุณเป็นคนฉลาด
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
รู้หรือไม่...สิ่งที่ดูคล้ายๆกับ "เขา" ของยีราฟ เขาไม่ได้เรียกว่า "เขา" น๊า...
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
แมวป่าชนิดเดียวในไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าสงวน
มนุษย์กำลังจะหายไป...
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
อาลัย "ชูวงศ์ ฉายะจินดา" ราชินีนวนิยายพาฝัน ผู้ร้อยเรียงจินตนาการผ่านตัวอักษร
จอมขมังเวทย์
Retinol คืออะไร? เจาะลึกเหตุผลที่กลายเป็นไอเทม Anti-Aging ขายดี
เจาะลึก Longevity Beauty ทำไม Vitamin C คือสารสกัดที่ขาดไม่ได้
คู่มือผลิตลิปแบรนด์ตัวเองกับ Pure Derima Laboratories ครบทุกขั้นตอนจนพร้อมขาย
DIAMONDUO สารสกัดอัญมณีช่วยเพิ่มมูลค่า และผลลัพธ์ให้สินค้าแบรนด์คุณ
