เด็กผิวสีเขียวจากดินแดนที่ไม่มีแสงแดด
เขียนโดย W4

👧🧒 เด็กสองคนจาก Woolpit:
“พวกเขามาจากดินแดนที่ไม่มีแสงอาทิตย์…”
หากจะมีเรื่องเล่าลึกลับที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปเรื่องหนึ่ง ซึ่งยังคงหาคำตอบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “เด็กเขียวแห่ง Woolpit” อยู่ในลิสต์แน่นอน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ตำนานเล่าขาน แต่ถูกจดบันทึกไว้จริงในประวัติศาสตร์อังกฤษช่วงศตวรรษที่ 12 โดยบุคคลสำคัญสองคน ได้แก่ Ralph of Coggeshall และ William of Newburgh
เรื่องเริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1150–1170 ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า Woolpit ในมณฑลซัฟโฟล์ก ประเทศอังกฤษ ชาวบ้านพบเด็กชายและเด็กหญิงอายุราว 7-9 ปี ปรากฏตัวอยู่ใกล้คูน้ำข้างทุ่งนา ทั้งสองคนดูสับสน หวาดกลัว และไม่สามารถสื่อสารได้ พวกเขาใส่เสื้อผ้าแปลกตา มีภาษาพูดที่ไม่มีใครเข้าใจ… แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าทุกอย่างคือ “ผิวของพวกเขาเป็นสีเขียวเข้ม” เหมือนผิวคนที่ไม่เคยเห็นแสงแดด
เมื่อถูกพาช่วยเหลือ เด็กทั้งสองไม่กินอาหารทั่วไปใด ๆ จนมีคนหยิบ “ถั่วดิบ” มาให้ พวกเขากินทันทีอย่างหิวโหย ชาวบ้านจึงเริ่มให้อาหารอื่นทีละน้อย จนพวกเขาเริ่มแข็งแรงขึ้น ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เด็กชายก็เสียชีวิตลง ด้วยอาการป่วยลึกลับ ส่วนเด็กหญิงมีชีวิตรอด และเมื่อเธอสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ในเวลาต่อมา เธอก็เล่าเรื่องราวที่ไม่มีใครกล้าคิดว่าจะได้ยินจากปากของเด็กคนหนึ่ง...
เธอบอกว่า พวกเขามาจากดินแดนที่ชื่อว่า “Land of Saint Martin” ที่นั่นไม่มีพระอาทิตย์ส่องแสง มีเพียงแสงสลัวแบบยามโพล้เพล้ตลอดเวลา ชาวเมืองทุกคนมีผิวสีเขียวเช่นเดียวกับพวกเธอ วันหนึ่งขณะที่ทั้งสองกำลังตามฝูงสัตว์เข้าไปในถ้ำลึก พวกเขาก็รู้สึกง่วงและหมดสติไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองหลงอยู่ในโลกใหม่… โลกที่มีแสงแดดจ้าเกินทน
แม้หลายคนพยายามหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เช่น โรคโลหิตจางทำให้ผิวซีดเขียว หรือเด็กทั้งสองอาจเป็นชาวบ้านเร่ร่อนที่พูดภาษาถิ่น แต่คำถามมากมายยังคงค้างคา เช่น เหตุใดถึงไม่มีหมู่บ้านใดหายไปพร้อมเด็กสองคนนี้เลย? ทำไมพวกเขาถึงพูดภาษาแปลกที่ไม่มีรากทางภาษาชัดเจน? และทำไมพวกเขากลัวแสงแดดและกินได้แค่ถั่วดิบเท่านั้น?
เรื่องนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในปริศนาประวัติศาสตร์ที่ทั้งนักโบราณคดี นักจิตวิทยา นักฟิสิกส์ทฤษฎี และผู้เชื่อในมิติคู่ขนานต่างหยิบยกมาถกเถียงกันเรื่อยมานับร้อยปี บางคนเชื่อว่า เด็กสองคนนี้คือ “ผู้เดินทางจากโลกใต้พิภพ” หรือ “มนุษย์จากอีกมิติที่บังเอิญหลุดเข้ามาในโลกของเรา”
ปัจจุบันที่หมู่บ้าน Woolpit ยังมีการเล่าต่อเรื่องนี้เป็นตำนานพื้นถิ่น และถูกนำไปดัดแปลงในวรรณกรรม บทละคร และสารคดีหลายเรื่องทั่วโลก
🔍 สุดท้ายแล้ว…
เด็กสองคนนั้นเป็นใครกันแน่?
เป็นเพียงเหยื่อของโรคและความเข้าใจผิดในยุคกลาง?
หรือพวกเขาคือ “ผู้มาเยือน” จากที่อื่นที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจ?
เรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบ…และอาจไม่มีวันได้คำตอบเลยก็ได้
อ้างอิงจาก: https://en.wikipedia.org/wiki/Green_children_of_Woolpit
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)ไม่มีคนไทยไปเที่ยว
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
วิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69
ส่องหวยลาว 25 พฤษภาคม 2569 เลขเด่นที่ถูกจับตาไว้เทียบเลขในใจ
5 อันดับผลไม้ป่าที่หายากในไทย
แหม่ม ลิษา อัปเดตชีวิตหลังคีโมมะเร็งปอด ผมเริ่มขึ้นแล้ว พร้อมส่งต่อกำลังใจ
ไวรัลสนั่นโซเชียล! แฉยับไลฟ์สด 18+ ว่อนเฟซบุ๊ก ตาดีแอบเห็น "เพจหน่วยงานดัง" โผล่ร่วมชม ...แก้เขินเนียนแจกถุงยางฟรี!
จีนพบ 2 แร่ใหม่จากหินดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-5 ช่วยอ่านประวัติศาสตร์พื้นผิวจันทรา
โรงเรียนที่เก่าแก่และมีอายุมากที่สุด อันดับที่ 1 ในเขตภาคอีสาน
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน




