“เรายังรักกัน...หรือเราแค่เคยรู้จัก”
ชื่อเรื่อง: “เรายังรักกัน...แต่เราแค่เคยรู้จัก”
.
บทนำ
“อย่าไล่เขาเลยนะคะ เขาไม่กัดใคร…”
เสียงของหญิงสาวที่นั่งลูบหัวหมาจรใต้ต้นมะขามหน้าสำนักงานเขต ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในตอนเช้า
ชายหนุ่มในชุดข้าราชการสีกากีหยุดเท้าก้าวสุดท้าย ก่อนจะหันมามองเธอ แววตาเขานิ่ง แต่มุมปากเหมือนมีบางอย่างสะเทือน
“ข้าว... นี่เธอเองเหรอ”
ข้าวหันมามองเขา เงยหน้าช้าๆ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก
“ไผ่... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกันแบบนี้”
----------
ไผ่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ได้รับคำสั่งให้จัดการปัญหาหมาจรจัดในเขต ซึ่งช่วงหลังเริ่มมีประชาชนร้องเรียนมากขึ้นว่าหมาวิ่งไล่เด็ก กลางคืนเห่าเสียงดัง หรือกัดถุงขยะกระจายตามทางเดิน
ข้าว ผู้หญิงที่เขาเคยรักเมื่อสามปีก่อน กลับกลายเป็นคนที่ดูแลหมาพวกนี้เหมือนครอบครัวแม้พวกมันจะเป็นหมาจรที่มีเนื้อตัวสกปรก เธอหอบข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำสะอาดมาให้อย่างสม่ำเสมอ เธอจำชื่อหมาทุกตัวได้แม่น และบางคืนก็ยังมานั่งเล่นกับมันอย่างใส่ใจแม้จะเหนื่อยจากการทำงานประจำ
ภาพความทรงจำเดิมๆ ย้อนมาอีกครั้งให้คิดถึง วันหนึ่งในฤดูหนาวปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย
ข้าวกับไผ่นั่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าคณะศิลปศาสตร์ รอบตัวมีเพียงลมเย็น เสียงใบไม้ไหว และเสียงหัวเราะของคนสองคนที่รู้สึกดีต่อกันโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย
“รู้มั้ย ฉันเคยฝันว่า ถ้าเรียนจบเมื่อไหร่ จะเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีหมาจรสัก 5 ตัวเดินเล่นอยู่ในร้าน” ข้าวพูดพลางยื่นช็อกโกแลตร้อนให้ไผ่
“ฝันใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วคาเฟ่ของฉันล่ะ?” ไผ่ถามยิ้ม ๆ
“ของนายเหรอ?”
“คาเฟ่ของฉันมีโต๊ะเล็ก ๆ แค่สองตัว โต๊ะหนึ่งมีคนรักสัตว์ โต๊ะหนึ่งมีคนรักเธอ… แล้วก็มีหมานอนใต้โต๊ะด้วย”
ข้าวหัวเราะเสียงใส ก่อนจะเอาหัวพิงบ่าของไผ่
“ถ้ามีวันนั้นจริง ๆ นายจะมาช่วยฉันดูหมามั้ย?”
“ถ้าเรายังมีกันแบบนี้… ฉันจะลางานทุกวันอาทิตย์เพื่อมาเก็บขี้หมาให้เธอเลยล่ะ ฮ่าฮ่า”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ พวกเขาแค่พิงกัน
ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีแผนอนาคต ไม่มีแม้แต่คำสัญญา
แต่กลับรู้สึกเหมือนทุกอย่าง “แน่นแฟ้น” กว่าสิ่งใดที่ชีวิตจะมอบให้
เพียงแค่ได้อยู่ข้าง ๆ
เพียงแค่นั้น…โลกก็อบอุ่นพอแล้ว
“เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันต้องทำตามคำสั่ง”
“แล้วนายรู้มั้ย ว่าบางตัวฉันฝังใจยิ่งกว่าเพื่อนบางคนในชีวิต ถ้าพวกมันเลือกได้มันคงไม่อยากเกิดเป็นหมาจรหรอก”
“มันอาจกัดเด็ก ถ้าฉันปล่อยไว้ ฉันก็มีความผิด ที่ละเลยต่อหน้าที่”
ภาพความทรงจำดีๆ ได้ถูกกลืนหายไปพร้อมกับประโยคสนทนาเหล่านี้
สิ้นประโยคนี้ความเงียบก็เข้ามาปกคลุม บาดลึกเหมือนมีดกรีดใจทั้งคู่ แม้ไผ่เองก็อยากจะสานสัมพันธ์กับข้าว หญิงสาวที่ตนเองเคยรัก แต่ในวันนี้กลับต้องเผชิญหน้ากันในหน้าที่ที่แตกต่าง
----------
วันหนึ่ง มีเหตุการณ์เด็กถูกหมาจรที่หน้าสำนักงานกัดเข้าอย่างจัง เพราะเด็กแถวนั้นมักโยนข้าวของใส่หมาจร ผู้คนเริ่มล่ารายชื่อร้องเรียน ขอให้เขตนำตัวหมาออกไปให้หมด
“เอาออกไปให้หมด เจ้าหน้าที่ต้องออกมาจัดการได้แล้ว ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ มันอันตรายต่อผู้คนมากแล้ว” ป้าร้านอาหารตามสั่งระแวกนั้นตะโกนร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความโมโห
ไผ่ถูกกดดันจากเบื้องบน ในขณะที่ข้าวก็รวมกลุ่มอาสาสมัครช่วยกันหาบ้านให้หมา พยายามหาทางออกเพื่อไม่ให้มีตัวใดถูกจับไปโดยไม่จำเป็น เพราะเธอรู้ดีอยู่ในใจลึกๆ ว่า ถ้าหากหมาจรเหล่านี้ถูกจับตัวไปคุณภาพชีวิตของพวกมันจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
คืนนั้น พวกเขาเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่ลานเปล่าข้างศูนย์ราชการ ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ
“ตอนเราคบกัน เธอเคยบอกฉันว่า ถ้าวันหนึ่งเธอต้องเลือกระหว่างความรักกับสัตว์พวกนี้ เธอจะเลือกอะไร” ไผ่ถามเสียงแผ่วด้วยใจที่สั่นไหว เพราะไผ่เองก็รู้ว่าข้าวเป็นคนที่มีน้ำใจ และมีจิตใจดีมาตั้งแต่สมัยเรียน ข้าวมักจะให้อาหารหมาแมวจรจัดที่คณะอยู่เสมอ
ข้าวเงียบไป ก่อนตอบ
“ฉันไม่ได้เลือกหมา... ฉันแค่ไม่เคยอยากให้ความรักของเรา ต้องแลกกับการทิ้งชีวิตอื่น และในวันนี้นายเองก็มาทำงานที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉันดีใจที่นายได้ทำงานอย่างที่นายหวังนะ”
น้ำฝนและน้ำตาไม่อาจแยกกันออกว่าอะไรเปียกหน้ามากกว่ากัน ความสัมพันธ์ที่ยังรัก และยังค้างคาตั้งแต่สมัยเรียน สื่อได้ชัดเจนเลยว่าทั้งคู่ยังมีความรู้สึกต่อกันด้วยน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นออกมา
--------
วันต่อมา หมาบางตัวถูกส่งไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย บางตัวหาบ้านใหม่ได้ ไผ่พยายามอย่างหนักที่จะทำหน้าที่ให้ดี โดยไม่ทอดทิ้งหมาจรนี้ไป เพียงแต่การทำงานก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก ด้วยงบประมาณจากหน่วยงานที่มีอย่างจำกัด ส่วนหมาจรที่เหลือ ข้าวกับอาสาสมัครช่วยดูแลต่อ
ไผ่หาวิธีย้ายไปประจำที่เขตใหม่ เพื่อที่จะได้ห่างจากข้าว หญิงสาวที่เขาเคยรัก เขาไม่เคยติดต่อข้าวอีก แต่ทุกครั้งที่เขาผ่านลานเปล่า หรือได้ยินเสียงหมาเห่าหอน เขาจะนึกถึงเธอ เขามักจะเผลออมยิ้มที่มุมปากอยู่บ่อยครั้งเมื่อคิดถึงหญิงสาวที่ไม่ได้มีเงินมากมายนัก แต่เธอก็พร้อมที่จะรัก และดูแลสัตว์เหล่านั้น
บางความรักไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดด้วยการคบกัน รักกันหวานซึ้ง แม้อาจจบด้วยการจากลา แต่ความรู้สึกภายในใจต่างหากที่เป็นความจริงที่เราต่างรู้ดีว่ายังมีอยู่หรือไม่
ของจริงไม่จกตา! สื่อต่างประเทศเทคะแนนให้ Toy Story 5 เต็มร้อย บอกเลยภาคนี้ขึ้นหิ้งระดับมาสเตอร์พีซ
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
ทำไมการอยู่กับบางคนถึงเหมือนเดินบนเปลือกไข่ตลอดเวลา เมื่อความรักต้องอยู่กับอารมณ์ที่แปรปรวนสุดขั้ว
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
ของแพง ค่าแรงตามไม่ทัน จัดเงินยังไงให้ไม่หมดก่อนสิ้นเดือน
5 กลไกจิตวิทยาที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แรงกดดันของกลุ่มถึงของที่ “เหลือน้อย”
ทำไมบางคนรักแล้วมั่นคง แต่บางคนกลัวการถูกทิ้ง คำตอบอาจอยู่ในวัยเด็กที่เราจำไม่ได้
ทำความรู้จัก"ลำไยคริสตัล"ผลไม้เนื้อใสราวแก้ว หวานกรอบจนกลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการลำไย
เมื่อพ่อแม่มองเห็นแต่ตัวเอง ลูกควรรับมืออย่างไรกับผู้ให้กำเนิดที่ไม่เคยรับฟังความรู้สึกของใคร
ทำไมการอยู่กับบางคนถึงเหมือนเดินบนเปลือกไข่ตลอดเวลา เมื่อความรักต้องอยู่กับอารมณ์ที่แปรปรวนสุดขั้ว
ของจริงไม่จกตา! สื่อต่างประเทศเทคะแนนให้ Toy Story 5 เต็มร้อย บอกเลยภาคนี้ขึ้นหิ้งระดับมาสเตอร์พีซ
ทำความรู้จัก"ลำไยคริสตัล"ผลไม้เนื้อใสราวแก้ว หวานกรอบจนกลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการลำไย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
5 กลไกจิตวิทยาที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แรงกดดันของกลุ่มถึงของที่ “เหลือน้อย”
ซีอุย จาก “มนุษย์กินคน” สู่คดีที่สังคมไทยกลับมาตั้งคำถาม


