Bobby Joe Long จุดจบของฆาตกรต่อเนื่องด้วยน้ำมือเหยื่อผู้รอดชีวิต
เรื่องราวของ บอบบี้ โจ ลอง สะท้อนความน่ากลัวของฆาตกรต่อเนื่องที่ไร้ซึ่งความแค้นส่วนตัว ทุกคนตกเป็นเหยื่อได้โดยไม่รู้ตัว บอบบี้เกิดในปี 1953 ในครอบครัวที่มีแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ค่อยสนใจเขา วัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งการย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง การไม่มีเพื่อนสนิท และการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหลายครั้งตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าส่งผลต่อสภาพจิตใจของเขา
นอกจากนี้ เขายังถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเนื่องจากมีอาการผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย และความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับแม่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความเกลียดชังผู้หญิงในตัวเขา
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของบอบบี้เกิดขึ้นในปี 1974 หลังแต่งงานและเข้าร่วมกองทัพ เขาประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง หลังออกจากโรงพยาบาล เขาเริ่มมีอาการระเบิดอารมณ์และพัฒนาเป็นภาวะ "Hypersexual" ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นแรงขับทางเพศที่ควบคุมไม่ได้ ภรรยาของเขาทนพฤติกรรมใช้ความรุนแรงไม่ไหวจึงหย่าร้างไป บอบบี้จึงเริ่มก่อเหตุล่วงละเมิดสตรี โดยใช้ประกาศโฆษณาขายสินค้าในหนังสือพิมพ์เป็นเครื่องมือในการหาเหยื่อ
ในปี 1984 อาชญากรรมของเขาบานปลายสู่การฆาตกรรม เขาเริ่มออกล่าเหยื่อที่เป็นผู้ให้บริการทางเพศตามคลับและบาร์ โดยจะชักชวนขึ้นรถแล้วพาไปที่เปลี่ยวเพื่อล่วงละเมิดและสังหาร ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการถูกบีบคอ ร่างกายมักถูกมัดและจัดวางในท่าทางพิสดาร เหยื่อของบอบบี้ โจ ลองที่ยืนยันได้มีอย่างน้อย 9 ราย เช่น ลานา ลอง, มิเชล และเอลิซาเบธ เลน ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงคือเส้นใยพรมสีแดงจากรถของเขา
แต่จุดจบของบอบบี้กลับมาจากเหยื่อผู้รอดชีวิต ลิซ่า แมคเวย์ วัย 17 ปี ที่ถูกลักพาตัวไปในเดือนพฤศจิกายน 1984 แม้จะถูกข่มขู่และทำร้าย แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยากลำบากจากวัยเด็กที่ถูกแฟนของยายล่วงละเมิด ทำให้ลิซ่ามีไหวพริบในการเอาชีวิตรอด เธอพยายามผูกมิตรกับบอบบี้ ชวนเขาคุย และสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่ต้องดูแลพ่อป่วย ซึ่งทำให้บอบบี้รู้สึกเห็นใจและตัดสินใจปล่อยเธอไป
ลิซ่ากลับมาพร้อมเบาะแสสำคัญ เธอสามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวฆาตกร ลักษณะรถที่ใช้ และแม้แต่สถานที่ที่เขาแวะกดเงินจากตู้ ATM ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมมาได้ การตรวจพบเส้นใยพรมสีแดงแบบเดียวกันบนเสื้อผ้าของลิซ่ากับเหยื่อรายอื่นๆ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมโยง นำไปสู่การจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ และในที่สุดลิซ่าก็สามารถระบุตัวตนของบอบบี้ โจ ลอง ได้ ทำให้ตำรวจจับกุมเขาได้ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 1984
บอบบี้ โจ ลอง ยอมรับสารภาพในคดีฆาตกรรมทั้งหมด เขาสามารถอธิบายรายละเอียดและวาดแผนที่จุดทิ้งศพได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้เขายังรับสารภาพในคดีล่วงละเมิดลิซ่า แมคเวย์ด้วย แม้จิตแพทย์บางคนวินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคจิตเภท แต่ศาลเห็นว่าเขาสามารถขึ้นพิจารณาคดีได้ ในปี 1986 คณะลูกขุนมีมติให้เขามีความผิดจริง บอบบี้ โจ ลอง ถูกตัดสินประหารชีวิต 2 ครั้ง และจำคุกตลอดชีวิตอีก 34 ครั้ง พร้อมโทษจำคุกรวม 693 ปี จากการฆาตกรรมและล่วงละเมิดทั้งหมด
หลังจากอยู่ในเรือนจำนานกว่า 30 ปี บอบบี้ โจ ลอง ก็ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาในวันที่ 23 พฤษภาคม 2019 โดยมีลิซ่า แมคเวย์ ผู้รอดชีวิตมาดูการประหารด้วยตาตัวเอง ลิซ่าเผยว่าการถูกล่วงละเมิดตลอดชีวิตที่ผ่านมาทำให้เธอแข็งแกร่งและสามารถผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาได้ ปัจจุบัน เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางเพศ ทำงานอยู่ที่สำนักงานนายอำเภอฮิลส์โบโร เคาน์ตี ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่จับกุมบอบบี้ โจ ลอง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
5 อันดับประเทศที่มีจักรยานต่อประชากรสูงสุดในโลก
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
คุกตวลเสลงคืออะไร
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิดชีวิตรัก 'มาครง' กับภรรยาที่แก่กว่า 24 ปี
ถ้าเลี้ยงปลาไหลไฟฟ้าเยอะ ๆ จะใช้แทนโซลาร์เซลล์ได้ไหม
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
เงินเยนญี่ปุ่นร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี จับตารัฐบาลเข้าแทรกแซงตลาด
ประวัติสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
คุกตวลเสลงคืออะไร
ถ้าเลี้ยงปลาไหลไฟฟ้าเยอะ ๆ จะใช้แทนโซลาร์เซลล์ได้ไหม
5 อันดับประเทศที่มีจักรยานต่อประชากรสูงสุดในโลก
5 มือถือที่หายากที่สุดในโลก นักสะสมยอมจ่ายหลักล้านเพื่อครอบครอง
ทำไมรถบางคันมีที่ปัดน้ำฝนหลัง แต่บางคันไม่มี? เรื่องเล็กที่ซ่อนเหตุผลทางวิศวกรรมเอาไว้
แม่น้ำไนล์ยาวแค่ไหน ทำไมตัวเลขถึงไม่ตรงกันทุกแหล่ง








