ขยะอิเล็กทรอนิกส์: สมาร์ทวันนี้ เสื่อมพรุ่งนี้ ทิ้งแล้วไปไหน?
เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า
ทุกคนมีมือถือใช่ไหม?
หลายคนเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุกสองปี บางคนใช้จนพังแล้วค่อยซื้อใหม่
คำถามคือ…มือถือเก่าเราหายไปไหน?
ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ แต่หมายถึงทีวีที่จอดำแล้ว แล็ปท็อปที่เปิดไม่ติด
สายชาร์จที่ขาด คีย์บอร์ดที่ค้าง เครื่องปริ้นท์ที่พ่นหมึกไม่ออก
ทั้งหมดนี้เรียกรวม ๆ กันว่า “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” หรือ E-waste
ซึ่งเป็นขยะที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก – และก็อันตรายไม่เบา
ขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร?
พูดง่าย ๆ มันคือ “ของใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ที่หมดสภาพหรือไม่ใช้งานแล้ว”
เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ ทีวี วิทยุ ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า ไปจนถึงหูฟังไร้สาย และสมาร์ทวอทช์
อุปกรณ์เหล่านี้มักจะมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก รวมถึงโลหะหนักและสารเคมีอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ลิเธียม ฯลฯ
ทำไมขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึงอันตราย?
ถ้าเราทิ้งมือถือเก่า ๆ ลงถังขยะเหมือนกล่องนม มันจะไม่ไปจบในสวรรค์แห่งการรีไซเคิลหรอก
ส่วนมากจะถูกส่งไปฝังกลบ หรือเผาอย่างผิดวิธี
ผลคือสารพิษที่อยู่ในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะปนเปื้อนออกมา ทั้งในดิน อากาศ และน้ำ
-
สารตะกั่ว ในจอแก้วของทีวีเก่า ๆ ถ้ารั่วซึมออกมาอาจทำลายระบบประสาท
-
แคดเมียม ใส่แบตเตอรี่ ถ้ารั่วไหลจะสะสมในไต
-
ปรอท ใช้ในหลอดไฟ ถ้ารั่วในอากาศก็ทำลายระบบหายใจและสมอง
-
พลาสติกเคลือบ ถ้าเผาโดยไม่มีระบบจัดการที่ดี จะปล่อยไดออกซิน – สารก่อมะเร็งตัวฉกาจ
คนไทยมีส่วนกับเรื่องนี้แค่ไหน?
ตามรายงานของ Global E-waste Monitor ปี 2020
ประเทศไทยสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ปีละประมาณ 400,000 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี
ส่วนใหญ่มาจากมือถือรุ่นเก่าที่ถูกทิ้ง และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่มีการรีไซเคิล
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่การทิ้งอย่างเดียว
เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควร “ทิ้งที่ไหน ทิ้งอย่างไร”
หลายคนยังคิดว่าทิ้งลงถังขยะหน้าบ้านก็พอแล้ว
แต่แท้จริงแล้ว...มันควรไปศูนย์รับคืนขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ
ประเทศอื่นเขาทำไงกัน?
-
ญี่ปุ่น: มีระบบเก็บรีไซเคิลเฉพาะสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
มีจุดรับทั่วประเทศ และมีกฎหมายควบคุมการนำเข้าส่งออกขยะประเภทนี้ -
เกาหลีใต้: ประชาชนสามารถแจ้งเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปฯ แล้วรถจากรัฐจะมาเก็บถึงบ้าน
-
สวีเดน: มีร้านค้ารีไซเคิลของใช้ไฟฟ้ามือสองโดยเฉพาะ และสอนให้คนแกะ ซ่อม แยกชิ้นส่วนเองได้
แล้วเราควรทำยังไง?
-
อย่าเผลอทิ้งลงถังขยะทั่วไป
-
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่ขยะชิ้นเล็ก ๆ ธรรมดา มันอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
-
-
มองหาจุดรับคืนใกล้บ้าน
-
ตอนนี้เริ่มมีหลายหน่วยงาน เช่น กฟผ., AIS, เทสโก้ โลตัส, เทศบาลบางแห่งที่เปิดจุดรับคืน
-
-
ขายต่อหรือบริจาค
-
ถ้าอุปกรณ์ยังใช้งานได้ แม้จะเก่า ก็อาจมีประโยชน์กับคนอื่น
-
-
อย่าชินกับการเปลี่ยนเครื่องไวเกินไป
-
การซื้อเครื่องใหม่ทุกปี ไม่ได้ผิด แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ลองใช้ของเดิมให้นานขึ้นอีกนิด โลกจะขอบคุณคุณ
-
-
หัดซ่อม หัดแยก หัดรู้จักวัสดุ
-
การรู้ว่าของที่ใช้ประกอบด้วยอะไร ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้นตอนจะทิ้ง
-
อุปกรณ์ไฮเทคที่เราใช้ทุกวัน เมื่อพังแล้วมันไม่เคย “หายไป”
มันแค่เปลี่ยนจากของใช้ในกระเป๋า กลายเป็นของเสียที่ทำร้ายโลกอยู่เงียบ ๆ
การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว
แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ถ้าเรารู้จักแยกแยะก่อนทิ้ง ส่งคืนอย่างถูกที่ และเลือกใช้อย่างมีสติ
แค่พฤติกรรมเล็ก ๆ นี้ ก็เปลี่ยนอนาคตของโลกได้แล้ว
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้ว
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”



