หลอกขอเอกสารผู้พิการ และปลอมเอกสารกดบัตรเงินสด ภัยร้ายใกล้ตัว ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ลองจินตนาการดูว่า คุณเป็นคนพิการที่มีสิทธิในบัตรสวัสดิการรัฐ ได้รับเงินช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ จากภาครัฐเพื่อประทังชีวิต หรือคุณเป็นญาติที่ดูแลพ่อแม่ที่เดินเหินไม่สะดวก ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีบัญชีธนาคาร มีเพียงบัตรประชาชนและใบรับรองความพิการ
วันหนึ่ง มีคนมาตีสนิท พูดจาน่าเชื่อถือ อ้างว่าจะช่วยให้คุณได้สิทธิพิเศษ เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม หรือบัตรกดเงินสดสำหรับผู้พิการ บอกให้คุณส่งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรผู้พิการ และลายเซ็น…แล้วหายตัวไป
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน คุณถูกทวงหนี้จากบริษัทบัตรเครดิต วงเงินเต็ม ถูกฟ้อง ถูกขึ้นบัญชีดำ โดยที่คุณไม่เคยกดเงินแม้แต่บาทเดียว
นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง — แต่มันเกิดขึ้นจริง และกำลังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
เรื่องจริงที่ไม่ควรเงียบ
เหยื่อไม่ใช่แค่ “หลงเชื่อ” แต่ถูก “ใช้ช่องโหว่” ทางระบบ
ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ข่าวการหลอกขอเอกสารผู้พิการ แล้วนำไปใช้ยื่นขอบัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลปลอมเริ่มมีให้เห็นถี่ขึ้น
กลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพ:
-
ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางสติปัญญา
-
ผู้สูงอายุที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยี
-
ผู้มีการศึกษาไม่มากและไว้ใจคนง่าย
-
ญาติผู้พิการที่ดูแลเอกสารแทน
วิธีการของมิจฉาชีพ:
-
ตีสนิทแบบ “ใจดี” – พูดจาดี มีข้อมูลจริงบ้างเพื่อให้ดูน่าเชื่อ
-
หลอกว่ามีสิทธิพิเศษ – อ้างว่าภาครัฐหรือองค์กรจะช่วยเหลือเพิ่ม ต้องยื่นเรื่องให้
-
ขอเอกสารครบชุด – สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, บัตรผู้พิการ, ใบรับรองแพทย์, ลายเซ็น
-
นำไปปลอมยื่นสินเชื่อ – สมัครบัตรเงินสด, สินเชื่อส่วนบุคคล, ซื้อของผ่อนชำระ
-
หายตัว – ทิ้งหนี้ไว้กับเหยื่อ
แล้วทำไมมันถึงเกิดขึ้นได้?
1. ระบบยืนยันตัวตนบางแห่งยัง “หลวม”
-
บริษัทบัตรเงินสดหลายแห่งรับสมัครผ่านออนไลน์
-
บางแห่งไม่เรียกเจ้าตัวมายืนยันตนต่อหน้า
-
การใช้สำเนา + ลายเซ็นปลอมก็เพียงพอในบางกรณี
2. ผู้พิการหลายคน “ไม่มีตัวตนดิจิทัล”
-
ไม่ใช้มือถือสมาร์ทโฟน
-
ไม่มีแอปธนาคาร
-
ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร
-
ไม่เข้าใจสิทธิของตัวเองอย่างชัดเจน
3. สังคมไทยยังเชื่อใจคนง่าย
-
เชื่อคำพูดคนมากกว่าการตรวจสอบเอกสาร
-
รู้สึก “เกรงใจ” ที่จะปฏิเสธคนที่มาช่วยเหลือ
ผลลัพธ์ที่ตามมา ไม่ได้แค่เจ็บใจ แต่ “ชีวิตพัง”
-
มีผู้พิการบางรายถูกฟ้องร้อง
-
ญาติของผู้พิการกลายเป็นผู้ค้ำประกันโดยไม่รู้ตัว
-
คนพิการไม่สามารถสมัครสินเชื่อจริงได้ในภายหลัง
-
เสียสิทธิในบัตรสวัสดิการหรือเงินช่วยเหลืออื่น ๆ
-
กดดันจิตใจ เสียความเชื่อมั่นในสังคม
ตัวอย่างเหตุการณ์จริง:
ปี 2023 ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีการร้องเรียนว่าผู้พิการกว่า 30 รายถูกหลอกให้มอบเอกสาร โดยอ้างว่าจะมี “เงินช่วยเหลือสำหรับผู้พิการรายใหม่” สุดท้ายกลับพบว่าเอกสารถูกนำไปยื่นทำบัตรเงินสดกับบริษัทสินเชื่อเอกชน วงเงินรายละ 20,000–50,000 บาท
ทำไมเราต้องพูดเรื่องนี้?
เพราะนี่ไม่ใช่แค่ “เรื่องของผู้พิการ”
แต่เป็นเรื่องของระบบ
เป็นเรื่องของความปลอดภัยทางข้อมูล
และเป็นเรื่องของความเป็นธรรมในสังคม
วิธีป้องกัน และช่วยกันจับพิรุธ
สำหรับบุคคลทั่วไปและครอบครัวผู้พิการ:
-
อย่าให้เอกสารส่วนตัวกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด
-
ถ้ามีการอ้างว่าจะช่วยเหลือด้านเงินทอง – ต้องขอหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
-
ตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองหรือญาติทุก 6 เดือน
-
แจ้งความทันทีหากสงสัยว่าเอกสารถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
สำหรับภาครัฐและเอกชน:
-
เพิ่มระบบยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีชีวมิติ (Biometric)
-
ให้ความรู้แก่ผู้พิการและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
-
ปรับกระบวนการอนุมัติบัตรเงินสดให้รัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีสมัครแทน
เอกสารคือ “ตัวตน” ไม่ใช่แค่กระดาษ
อย่ามองข้ามความสำคัญของเอกสาร
เพราะในยุคที่ข้อมูลคือ “ทรัพย์สิน”
สำเนาบัตรประชาชนหนึ่งใบ
อาจเปลี่ยนจากความช่วยเหลือ เป็นหนี้ก้อนโตที่คุณไม่เคยก่อ
และอย่าลืมว่า
การดูแลผู้พิการ ไม่ใช่แค่เรื่องของการพยุงแขนพยุงขา
แต่คือการปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของเขาไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
iPhone รุ่นเก่ากลับมาฮิตถล่มทลาย หลัง Gen Z แห่ตามหา!!
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
รีวิวหนังดัง UP IN THE AIR หนุ่มโสดหัวใจโดดเดี่ยว
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
"กินสี่ถ้วย" มรดกหวานล้ำจากแผ่นดินพระร่วง ธรรมเนียมมงคลที่เชื่อมสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียว
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
นักสกีอังกฤษวัย 50 ปีถูกหิมะฝังลึก 2.5 เมตร เสียชีวิต ขณะกู้ภัย 50 นายค้นหานานหลายชั่วโมง หลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตรวม 6 คนในพื้นที่เสี่ยงสูง.
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง







