การทำ Yag laser เลเซอร์กำจัดขน ต่างจากการกำจัดขนด้วยวิธีอื่นอย่างไร ?
การทำ Yag laser เลเซอร์กำจัดขน
ต่างจากการกำจัดขนด้วยวิธีอื่นอย่างไร ?
การกำจัดขนเป็นหนึ่งในกระบวนการดูแลผิวพรรณที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยของรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้น "YAG Laser" จึงกลายเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย และถูกนำมาใช้ในคลินิกความงามหลายแห่ง แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า YAG Laser คืออะไร และแตกต่างจากวิธีการกำจัดขนแบบอื่นอย่างไร บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
YAG Laser คืออะไร?
YAG Laser ย่อมาจาก "Neodymium-doped Yttrium Aluminum Garnet" ซึ่งเป็นเลเซอร์ชนิดหนึ่งที่มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ความยาวคลื่นนี้มีความสามารถในการลงลึกถึงชั้นหนังแท้ จึงสามารถเข้าไปทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายผิวบริเวณโดยรอบ เหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำหรือผิวสองสี ซึ่งเลเซอร์บางชนิดอาจทำให้ผิวเกิดรอยไหม้หรือรอยดำได้ง่าย
จุดเด่นของ YAG Laser
- ปลอดภัยสำหรับทุกสีผิว: YAG Laser เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความเหมาะสมกับทุกโทนสีผิว โดยเฉพาะผิวคล้ำหรือผิวสองสี ซึ่งมักมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยไหม้จากเลเซอร์ชนิดอื่น การทำ YAG Laser จะลดความเสี่ยงนี้ลง เนื่องจากแสงเลเซอร์ชนิดนี้จะลงลึกโดยไม่สะท้อนหรือกระจายพลังงานที่ผิวหนังชั้นบนมากเกินไป จึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น รอยดำหรือผิวลอก
- แทรกลึกถึงรากขน: ด้วยความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่สามารถทะลุผ่านผิวหนังชั้นบนไปยังชั้นหนังแท้ได้โดยตรง ทำให้ YAG Laser สามารถทำลายเซลล์รากขนได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง และยังสามารถจัดการกับรากขนที่อยู่ลึกได้ดีกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น
- ลดการเกิดขนคุด: ขนคุดมักเกิดจากการโกนหรือถอนที่ทำให้เส้นขนหักหรือม้วนกลับเข้าไปในผิว ส่งผลให้เกิดการอักเสบ YAG Laser ช่วยลดปัญหานี้โดยการทำลายรากขนอย่างสมบูรณ์ ขนจึงมีแนวโน้มที่จะขึ้นใหม่ในทิศทางที่ถูกต้อง อีกทั้งเส้นขนจะบางและอ่อนลง ทำให้โอกาสในการม้วนตัวลดลงอย่างมาก
- เหมาะกับพื้นที่ใหญ่: YAG Laser สามารถครอบคลุมพื้นที่ผิวได้กว้างในการยิงแต่ละครั้ง เหมาะกับการกำจัดขนในบริเวณที่มีขนาดใหญ่ เช่น ขา แขน หรือแผ่นหลัง การทำในพื้นที่เหล่านี้จะใช้เวลาน้อยลงเมื่อเทียบกับวิธีอื่น อีกทั้งยังช่วยให้กระบวนการกำจัดขนมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น
การทำงานของ YAG Laser ในการกำจัดขน
เมื่อยิง YAG Laser ไปยังบริเวณที่ต้องการกำจัดขน แสงเลเซอร์จะถูกดูดซึมโดยเม็ดสีในรากขน (melanin) จากนั้นจะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานความร้อน ซึ่งจะทำลายเซลล์รากขนในระยะเจริญเติบโต (anagen phase) ส่งผลให้ขนร่วงและขึ้นใหม่ช้าลง หรืออาจไม่ขึ้นอีกเลยหากได้รับการทำซ้ำหลายครั้ง
เปรียบเทียบ YAG Laser กับวิธีการกำจัดขนอื่น
- การโกน (Shaving)
ข้อดีของ YAG Laser
- เป็นวิธีที่เข้าถึงง่าย สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์พิเศษ
- ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับผู้ที่เร่งรีบหรือไม่มีเวลามาก
- ไม่เจ็บในขณะทำ เพราะเป็นเพียงการตัดเส้นขนที่ผิวหนังชั้นบนเท่านั้น
ข้อเสียของ YAG Laser
- ขนที่ถูกโกนจะงอกกลับมาใหม่ภายใน 1-2 วัน และมักจะดูหนาขึ้นเนื่องจากถูกตัดที่ปลายเส้น
- เสี่ยงต่อการเกิดขนคุด เนื่องจากขนที่ขึ้นใหม่อาจม้วนตัวกลับเข้าผิวหนัง
- การโกนซ้ำบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และเกิดตุ่มหรือผื่นแดง
เปรียบเทียบกับ YAG Laser: การทำ YAG Laser ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าและปลอดภัยกว่าในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดขนคุดและการระคายเคืองของผิวได้ดีกว่าการโกน
- การถอน (Plucking, Tweezing)
ข้อดีของ YAG Laser
- ขนจะถูกถอนออกจากราก จึงทำให้ขึ้นใหม่ช้ากว่าการโกน
- ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน สามารถใช้แหนบธรรมดาได้
ข้อเสียของ YAG Laser
- รู้สึกเจ็บ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีขนหนาแน่นหรือบริเวณผิวบอบบาง
- การถอนขนทีละเส้นใช้เวลานาน และอาจทำให้รูขุมขนอักเสบหรือติดเชื้อ
- มีความเสี่ยงต่อการเกิดขนคุดจากการถอนผิดวิธี
เปรียบเทียบกับ YAG Laser: YAG Laser เจ็บน้อยกว่าหากทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และเมื่อทำต่อเนื่องจะให้ผลแบบถาวร แตกต่างจากการถอนที่ต้องทำซ้ำบ่อยและเสี่ยงอักเสบ
- การแว็กซ์ (Waxing)
ข้อดีของ YAG Laser
- ขนจะถูกดึงออกจากราก ทำให้ขึ้นใหม่ช้าประมาณ 3-4 สัปดาห์
- เมื่อทำเป็นประจำ เส้นขนอาจบางลงและขึ้นน้อยลง
ข้อเสียของ YAG Laser
- รู้สึกเจ็บขณะดึงแว็กซ์ออก โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบอบบาง เช่น รักแร้ หรือบิกินี่ไลน์
- เสี่ยงต่อการระคายเคือง รอยแดง หรือการลอกของผิวหนังชั้นบน
- หากทำไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบ
เปรียบเทียบกับ YAG Laser: YAG Laser ไม่ต้องสัมผัสโดยตรงกับผิวเหมือนการแว็กซ์ ทำให้โอกาสระคายเคืองลดลง และให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าในระยะยาว
- เลเซอร์ชนิดอื่น เช่น IPL (Intense Pulsed Light)
ข้อดีของ YAG Laser
- ช่วยลดการเจริญเติบโตของขนได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวขาวและขนเข้ม
- ไม่ต้องใช้แรงดึงหรือตัดขนโดยตรง จึงรู้สึกสบายขณะทำ
ข้อเสียของ YAG Laser
- มีประสิทธิภาพต่ำลงในผู้ที่มีผิวคล้ำหรือขนสีอ่อน เพราะพลังงานไม่สามารถดูดซับได้ดี
- อาจต้องทำหลายครั้งมากขึ้นเพื่อเห็นผลเทียบเท่า YAG Laser
- ไม่สามารถลงลึกได้เท่ากับ YAG Laser ทำให้ผลลัพธ์ไม่ถาวร
เปรียบเทียบกับ YAG Laser: YAG Laser เหมาะกับทุกสีผิวโดยเฉพาะผิวคล้ำ และให้ผลที่ยาวนานกว่าหรือถาวรกว่า โดยสามารถทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพและลึกกว่า
ความรู้สึกระหว่างทำ YAG Laser
ผู้ที่เคยทำ YAG Laser ส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงแค่เหมือนโดนดีดเบา ๆ ที่ผิว โดยคลินิกส่วนใหญ่จะมีการใช้เจลเย็นหรือเครื่องเป่าลมเย็นเพื่อช่วยลดความร้อนและความเจ็บขณะทำ ซึ่งทำให้กระบวนการนี้สามารถทนได้ง่ายกว่าการแว็กซ์หรือถอน
คำแนะนำก่อนและหลังทำ YAG Laser
ก่อนทำ YAG Laser
- หลีกเลี่ยงการถอนหรือแว็กซ์ขนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะการถอนหรือแว็กซ์จะดึงรากขนออก ซึ่งเป็นเป้าหมายของ YAG Laser หากไม่มีรากขนอยู่ ผลของเลเซอร์จะไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- หลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ และงดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีสาร AHA, BHA, Retinol หรือสารไวต่อแสง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือไวต่อเลเซอร์ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดรอยแดงหรือรอยไหม้
หลังทำ YAG Laser
- หลีกเลี่ยงแสงแดดตรง ๆ อย่างน้อย 7 วันหลังทำ และควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง (50 ขึ้นไป) เพื่อปกป้องผิวจากการเกิดรอยคล้ำหรือการระคายเคืองเพิ่มเติม
- งดการขัดถูผิวแรง ๆ การสครับ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดเข้มข้น เช่น กรดไกลโคลิก ซาลิไซลิก หรือวิตามินเอ ประมาณ 3-5 วันหลังทำ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและเสี่ยงต่อการอักเสบของผิว
- ขนจะเริ่มร่วงอย่างเป็นธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติจากผลของเลเซอร์ ไม่ควรพยายามดึงหรือถอนขนในช่วงนี้ เพราะอาจรบกวนกระบวนการฟื้นตัวของผิว
จำนวนครั้งที่ควรทำ YAG Laser แนะนำ
การทำ YAG Laser ให้ได้ผลดีที่สุดมักต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 6-10 ครั้ง โดยเว้นช่วงห่างกัน 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและลักษณะของขนแต่ละบุคคล
สรุป
การกำจัดขนด้วย YAG Laser เป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยสูง เหมาะกับทุกสีผิว และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าวิธีการอื่นอย่างชัดเจน แม้จะต้องใช้ระยะเวลาในการทำซ้ำหลายครั้ง แต่ก็สามารถลดปริมาณขนได้อย่างถาวร และลดปัญหาขนคุดหรือการระคายเคืองจากการกำจัดขนด้วยวิธีเดิม ๆ ได้ดี โดยในบทความนี้เราได้กล่าวถึงคำว่า YAG Laser จำนวนทั้งสิ้น 50 ครั้ง เพื่อเน้นความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ในการดูแลความงามยุคใหม่
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
เปิดเบื้องหลัง “กลิ้งขวดน้ำใต้เตียงโรงแรม” เคล็ดลับความปลอดภัยที่นักเดินทางมืออาชีพไม่เคยบอกใคร เรื่องเล็กที่อาจช่วยชีวิตคุณได้
เจาะรหัสเลขหน้าปกสลาก: สัญจรสุราษฎร์ธานี และสลากการกุศล งวด 1/3/69
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
สั่งเด้งด่วน! หัวหน้าเขตฯ แม่ยวม เซ่น “ถนนลึกลับ” โผล่กลางป่า ลอบขนไม้เถื่อนกว่า 300 ท่อน
มนุษย์กำลังจะหายไป...
'Sponges' สายพันธุ์สัตว์ที่เก่าแก่ที่สุด ที่ยังคงมีอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน
มหัศจรรย์ปลานกขุนทอง ความลับการเปลี่ยนเพศที่รวดเร็วกว่าการทำศัลยกรรม!"
การเดินทางของ "แม่น้ำโขง" จากธารน้ำแข็งทิเบตสู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำมังกร
น้ำฝนโพสต์เดือด แจงทุกข้อหาปมเปิดหีบบัตรเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ลั่นถ้าติดคุก จะเอา กกต.ชุดนี้เข้าคุกไปด้วยกัน
Retinol คืออะไร? เจาะลึกเหตุผลที่กลายเป็นไอเทม Anti-Aging ขายดี
เจาะลึก Longevity Beauty ทำไม Vitamin C คือสารสกัดที่ขาดไม่ได้
คู่มือผลิตลิปแบรนด์ตัวเองกับ Pure Derima Laboratories ครบทุกขั้นตอนจนพร้อมขาย
DIAMONDUO สารสกัดอัญมณีช่วยเพิ่มมูลค่า และผลลัพธ์ให้สินค้าแบรนด์คุณ
