บังคลาเทศ กฎหมายรับรองเพศที่สาม สังคมยังกั้นกลาง "ฮิจรา"
บังคลาเทศได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก หลังออกกฎหมายรับรอง "เพศที่สาม" ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความก้าวหน้านี้ ยังมีความย้อนแย้งที่ซ่อนอยู่ในการปฏิบัติจริง
กลุ่ม "ฮิจรา" ซึ่งเป็นคำเรียกเพศที่สามในบังคลาเทศ มักมีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นชายแต่มีจิตใจเป็นหญิง ทำให้พวกเธอถูกมองว่าไม่เป็นทั้งชายและหญิงอย่างสมบูรณ์ ฮิจราจำนวนมากถูกขับไล่ออกจากครอบครัว และต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และความรุนแรงในสังคม ด้วยเหตุนี้ พวกเธอจึงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นชุมชนเพื่อดูแลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยในกรุงธากามีชุมชนฮิจราอยู่ประมาณ 10 แห่ง
ในมิติทางวัฒนธรรม ฮิจรามีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 และเชื่อกันว่าพวกเธอมีความสามารถพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้พรหรือคำสาปแช่ง ทุกวันนี้ ฮิจราส่วนใหญ่หารายได้จากการประกอบพิธีกรรม "รับขวัญเด็กแรกเกิด" ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ผู้คนว่าจ้างให้พวกเธอไปอวยพรเด็ก แม้รายได้จะไม่มีกำหนดที่แน่นอน แต่ก็เป็นอาชีพหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเธอ นอกจากนี้ ฮิจรายังมีอีกหนึ่งช่องทางในการหาเลี้ยงชีพ คือการ "เดินขอเงิน" ตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงงาน ร้านค้า หรือร้านตัดผม ซึ่งเป็นการกระทำที่คล้ายการกรรโชกทรัพย์ แม้จะไม่ใช่การขอทาน แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าหากไม่ให้เงิน ฮิจราจะสาปแช่ง และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อถือในอำนาจนี้ รวมถึงบางส่วนก็เลือกที่จะ ค้าบริการทางเพศ
ความย้อนแย้งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ทัศนคติของสังคมที่มีต่อฮิจรา แม้จะรังเกียจและหวาดกลัว แต่ก็ยอมรับและให้ความเคารพในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ฮิจราอาจถูกทำร้ายเพราะการแต่งกายเป็นหญิง แต่เมื่อมีเด็กเกิดใหม่ พวกเธอกลับได้รับเชิญไปประกอบพิธี
ชีวิตรักของฮิจรายังคงต้องหลบซ่อน แม้กฎหมายจะรับรองเพศที่สาม แต่ การมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันยังคงเป็นเรื่องผิดกฎหมายและมีบทลงโทษรุนแรง หลายคนต้องถูกครอบครัวตัดขาดเพราะเลือกที่จะใช้ชีวิตคู่กับคนรักที่เป็นเพศเดียวกัน
แม้จะไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่คาดการณ์ว่ามีฮิจราในบังคลาเทศจำนวนมาก และแม้กฎหมายจะรับรองตัวตนของพวกเธอแล้ว การยอมรับทางสังคมและสิทธิอื่นๆ ยังคงต้องใช้เวลา การเริ่มต้นที่สำคัญนี้ไม่เพียงมีความหมายต่อฮิจราในบังคลาเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70


